ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1429 อย่าน้อยใจหรือคิดว่าตัวเองเสียเปรียบ
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1429 อย่าน้อยใจหรือคิดว่าตัวเองเสียเปรียบ
ตอนที่ 1429 อย่าน้อยใจหรือคิดว่าตัวเองเสียเปรียบ
ชายชรามองไปที่หลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วอีกครั้ง “และการที่ฉันขอให้แกสองคนดูแลเสี่ยวไป๋ให้ดี ก็อย่าไปรู้สึกน้อยใจหรือเสียเปรียบอะไร ! ”
หลินต้าจ้าวรีบพูดออกมาอย่างรวดเร็วว่า “พ่อ เราไม่คิดแบบนั้นหรอกครับ ! ”
หลินต้ากั๋วยังกล่าวอีกว่า “พ่อวางใจได้เลยครับ เราจะมีความคิดแบบนั้นได้อย่างไร ! ”
เขายิ้มและพูดว่า “เสี่ยวไป๋เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลินของเราแล้ว ดังนั้นเราจะต้องดูแลเขาเป็นอย่างดีแน่นอน”
ชายชราโบกมือแล้วพูดว่า “แต่พวกแกยังไม่เข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร”
เมื่อได้ยินแบบนั้น หลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วก็มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ตอนแรกพวกเขาก็เข้าใจคำพูดของชายชรา แต่ตอนนี้เริ่มที่จะไม่เข้าใจแล้วจริง ๆ
หลินต้าจ้าวกล่าวว่า “พ่อ ยังมีอะไรอีกที่เราไม่เข้าใจ พ่อพูดออกมาได้เลยครับ เรารอฟังอยู่”
ชายชรายิ้มออกมาช้า ๆ มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “เสี่ยวไป๋ วันนี้ฉันได้ฝากตระกูลหลินไว้กับนายอย่างเป็นทางการแล้ว ! ”
อ่า ?
นี่เป็นครั้งที่สามที่เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงกับคำพูดของชายชรา เขารีบพูดออกมาว่า “คุณปู่ คุณปู่หมายความว่ายังไงเหรอครับ อย่าพูดอย่างนั้นเลย ผม …”
ชายชรายกมือขึ้นเพื่อหยุดเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ให้พูดต่อ และพูดว่า “ฉันไม่ใช่คนแก่ที่เอาแต่โง่ไปวัน ๆ และฉันก็ไม่ได้เมาจากการดื่มด้วย ฉันมีสติเหมือนเดิม และรู้ว่ากำลังพูดอะไร ซึ่งฉันจะบอกนายอย่างเป็นทางการเลยก็แล้วกัน”
“จากนี้ไป กิจการของตระกูลหลินขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนาย ! ”
“ธุรกิจของตระกูลหลินคือธุรกิจของนาย”
“และฉันคิดว่านายทำได้ ใช่ไหม ? ”
แม้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะยังคงสับสนและรู้สึกว่าวันนี้ชายชราดูแปลก ๆ เล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงพยักหน้าและตอบตกลงออกมา “คุณปู่ ผมเข้าใจแล้วครับ”
ชายชราพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ต่อจากนี้ไป กิจการของตระกูลหลินเป็นเรื่องที่นายต้องตัดสินใจ ! ”
ส่วนประโยคที่ว่าธุรกิจของเขาก็คือธุรกิจของตระกูลหลิน เขาไม่กล้าพูดมันออกมา
เพราะเขาไม่เคยมีความคิดนี้เลยด้วยซ้ำ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาสามารถจัดการเองได้
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะไม่พูด แต่ชายชราก็พูดมันออกมา
“นอกจากนี้ ธุรกิจของนายก็เป็นธุรกิจของตระกูลหลินด้วย ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็พูดกับหลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋วและหลินต้าเหว่ยว่า “พวกแกควรจำประโยคนี้ให้ขึ้นใจด้วย”
“ครับพ่อ ผมเข้าใจแล้ว ! ”
“ครับ ผมจำได้ ! ”
“ครับ ผมจะจำมันไว้ ! ”
หลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว และหลินต้าเหว่ยพูดออกมาตามลำดับ
ชายชราพยักหน้าด้วยความพอใจและกล่าวว่า “นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการจะพูด ส่วนจะทำอย่างไรในอนาคต นั่นคือเรื่องของแก และฉันก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ ! ”
หลินต้าจ้าวรีบพูดอย่างรวดเร็ว “พ่ออย่าพูดอย่างนั้น สิ่งที่เราทำในอนาคตก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอคำแนะนำจากพ่อ ! ”
ชายชราหัวเราะออกมา แสร้งทำเป็นไม่สนใจเรื่องนี้อีก
เขาโบกมือให้เจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “ไปทำธุระของนายเถอะ พรุ่งนี้เช้าอย่าลืมขับรถพาเราไปที่เจี้ยนหยางด้วยก็แล้วกัน”
“ได้ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบตกลงด้วยความเคารพ
เขาคิดว่าเขาจะต้องได้นวดเท้ากับชายชราก่อนถึงจะได้ออกมาเสียอีก แต่ไม่คาดคิดว่าชายชราจะปล่อยเขาไปโดยที่ไม่ได้รั้งเขาไว้นาน
หลังออกจากห้องและปิดประตู เจียงเสี่ยวไปก็นึกถึงทุกคำพูดที่ชายชราพูดและรู้สึกแปลก ๆ ราวกับว่าชายชรากำลังสั่งเสียก่อนที่เขาจะจากโลกนี้ไปอย่างไรอย่างนั้น
นี่ทำให้เขารู้สึกไม่ดีอยู่ลึก ๆ ในใจ
ชาติที่แล้ว เนื่องจากการเสียชีวิตของหลินเจียอิน ครอบครัวของหลินต้าเหว่ยจึงไม่ยอมรับเขา เขาจึงไม่รู้การมีอยู่ของหลินต้ากั๋ว, หลินต้าจ้าว และชายชราเลย และเขาไม่รู้ว่าชายชราได้เสียชีวิตจากโลกนี้ไปเมื่อไหร่
เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจอย่างอ่อนแรง แม้ว่าเขาจะเกิดใหม่ แต่ก็ยังมีสิ่งที่คาดเดาไม่ได้มากมายในโลกใบนี้ที่เขาไม่รู้
อย่างเช่นหลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋ว ทำให้เจียงเสี่ยวไป๋คิดว่าโครงการโทรศัพท์มือถือที่เขาจะทำร่วมกับหลินเจียตงคงจะไม่มีอุปสรรคต่อแผนการของเขาที่จะวิจัยและพัฒนา จนกระทั่งมีการเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการในอนาคต
เรื่องนี้ทำให้เขามีความสุขอย่างมาก
แต่ตั้งแต่เริ่มแรก เหตุผลที่เขาเลือกที่จะอยู่เบื้องหลัง ก็เพราะเขาไม่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าหน้าในองค์กรพวกนั้นมากเกินไป แต่แม้ว่าเขาจะทำเช่นนั้น แต่ทุกอย่างที่เขาทำก็โปร่งใส
นี่เป็นวิธีการป้องกันตนเองที่เขานำมาใช้ล่วงหน้า หลังจากที่ได้ลองวิธีต่าง ๆ มามากมาย
แต่คำพูดของชายชราได้ทำลายแผนการต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย หากยังเป็นเช่นนี้จริง ๆ ในอนาคต เขาจะต้องเกี่ยวเนื่องกับหลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วอย่างสมบูรณ์
เขาสับสนเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่ง โดยไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดีกับเขากันแน่
“สิ่งที่ควรรักษาก็ต้องรักษา สิ่งที่ควรละทิ้งก็ต้องละทิ้ง ! ”
“ผู้ที่สามารถพึ่งพาได้ก็ควรพึ่งพาพวกเขา ! ”
ในไม่ช้า เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตัดสินใจโดยไม่ลังเลอีกต่อไป และเดินไปที่ลานหน้าบ้าน
“ทำไมคุณปู่ถึงเรียกนายเข้าไปด้วย ? ”
ทันทีที่เขาเดินมาถึงลานหน้าบ้าน หลินเจียจวินก็กระโดดมาจากไหนไม่รู้ มาตบไหล่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขาแล้วถามว่า “พี่มาทำอะไรที่นี่ ? ”
หลินเจียจวินพูดว่า “ไม่ต้องกังวล แค่มาถามนายว่าทำไมคุณปู่ถึงเรียกนายไปคุยคนเดียว ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พี่ก็ไปถามคุณปู่สิ ! ”
หลินเจียจวินมองมาที่เจียงเสี่ยวไป๋: ถ้าฉันกล้าถามคุณปู่ แล้วฉันจะมาถามนายแบบนี้ไหม ?
เขาพูดด้วยความโกรธ “ถ้านายไม่บอกฉัน ฉันจะล้มนายลงตรงนี้แหละ ! ”
เมื่อรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่คิดที่จะพูดออกมา เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องหยุดถาม
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอก คุณปู่ขอให้ผมขับรถพาเขาไปที่เจี้ยนหยางในวันพรุ่งนี้ ! ”
“แค่นั้นเหรอ ? ” เห็นได้ชัดว่าหลินเจียจวินไม่เชื่อคำพูดของเขา
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “จริงครับ งั้นพรุ่งนี้พี่ไปส่งคุณปู่ไปที่เจี้ยนหยางแทนผมไหม ! ”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “เรากำลังจะไปเจี้ยนหยางก็จริง แต่ฉันไม่อยากเป็นคนขับรถ”