ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1430 นี่เป็นเพียงโครงการเล็ก ๆ
ตอนที่ 1430 นี่เป็นเพียงโครงการเล็ก ๆ
เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินเจียจวินพูด เจียงเสี่ยวไป๋ก็สะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ตระหนักว่าปู่ได้ตัดสินใจที่จะไปเจี้ยนหยางเพียง 4 คนพ่อลูก คือมีเขา ลุงใหญ่ ลุงรอง และพ่อตาของเขาเท่านั้น ไม่มีคนอื่น
คาดว่าในเวลานี้ สมาชิกในครอบครัวหลินทุกคนคงจะคิดว่าพวกเขาจะได้ไปที่เจี้ยนหยางด้วยในวันพรุ่งนี้
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณปู่เพิ่งบอกว่าเขาจะไม่พาพวกพี่ไปที่เจี้ยนหยางด้วยในวันพรุ่งนี้”
อ่า ?
หลินเจียจวินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “ทำไมคุณปู่ไม่พาพวกเราไปด้วยล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋บอกว่ามันเป็นการตัดสินใจของชายชรา
ยังไงชายชราก็จะประกาศเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นไม่สำคัญว่าเขาจะบอกหลินเจียจวินล่วงหน้าหรือไม่
หลินเจียจวินได้ยินแบบนี้ แม้ว่าเขาจะประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เขาขดริมฝีปากแล้วพูดว่า “ไม่ได้ไปก็ไม่เป็นไร ถ้าไปกัน ทุกคนก็คงจะวุ่นวายน่าดู”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า บางทีชายชราก็อาจจะคำนึงถึงเรื่องนี้เหมือนกัน
นอกจากนี้ คนในตระกูลหลินก็เพิ่งไปที่เจี้ยนหยางมา ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรีบไปที่นั่นอีก
ชายชราอยากไปที่นั่นด้วยตัวเองเพราะเขาอายุมากแล้ว และไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้กลับไปที่เจี้ยนหยางอีกครั้งไหม
ถ้าจะให้พูดกันตามตรงคือชายชราต้องการไปที่นั่นเพื่อกล่าวอำลา
เขาส่งบุหรี่ให้หลินเจียจวิน แล้วถามว่า “แล้วพี่เจียเหลียงอยู่ที่ไหนเหรอครับ ? ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “อยู่นอกประตู เขากำลังคุยกับพี่เจียตงและคนอื่นอยู่”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ทำไมพี่ไม่ไปคุยกับพวกเขาล่ะ ? ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ฉันไม่สนใจสิ่งที่พวกเขาพูดถึงหรอก ฉันมาที่นี่เพื่อพักผ่อน เมื่อฉันกลับไปที่เจียงเฉิง ก็มีงานรอฉันอยู่อีกเพียบ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “โอเค งั้นผมขอตัวก่อน ผมจะไปหาพี่เจียเหลียงเพื่อคุยเรื่องงานสักพัก”
หลินเจียจวินพยักหน้า “นายไปเถอะ เมื่อคุณปู่และคนอื่นออกมา ฉันจะไปนวดเท้าต่อสักพัก ฉันขี้เกียจนั่งบนเครื่องบินเส็งเคร็งนั่นจริง ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัวแล้วพูดว่า “พูดอย่างกับพี่ไม่เคยขับเครื่องบินรบงั้นแหละ ? ”
หลินเจียจวินเม้มริมฝีปาก แล้วพูดว่า “มันแตกต่างออกไป ในอดีตเครื่องบินรบมีไว้เพื่อการฝึกฝน ตอนนี้การเดินทางโดยเครื่องบินเพื่อความสะดวกและสบายไม่ใช่หรือไง แต่เครื่องบินเส็งเคร็งนั้นอึดอัดชะมัด ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “อย่ากังวลไปเลยครับ อีกไม่นานเราก็จะผลิตแอร์บัสได้ จากนั้นเครื่องบินก็จะนั่งได้สบายแล้ว”
หลินเจียจวินรู้ดีว่านิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งสี่แห่งของเจียงเสี่ยวไป๋มีสาขาพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน นอกจากนี้เขายังรู้ด้วยว่าเวทีแลกเปลี่ยนทรัพยากรมนุษย์ที่เขาสร้างขึ้นกำลังล่าผู้คนที่มีความสามารถจากทุกหนแห่งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการก่อตั้งสถาบันการบิน ซึ่งเขามีหน้าที่แค่ตั้งหน้าตั้งตารอเท่านั้น “ถ้าอย่างนั้นก็เร่งกระบวนการหน่อย และอย่าปล่อยให้ฉันรอนานเกินไป ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขาก็อยากจะเร่งความเร็วได้แบบนั้นเหมือนกัน
แต่หลายสิ่งหลายอย่างยังต้องทำทีละขั้นตอน
“ครับ งั้นผมไปก่อน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวลาและเดินไปที่ประตู
วันนี้มีการแขวนตะเกียงไว้ที่ประตูหน้าบ้าน และมีโคลงคู่สีแดงสดติดอยู่บนนั้น แสงไฟของตะเกียงสีแดงอันมีเสน่ห์ส่องออกมาสลัว ๆ มันให้ความรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากเดินออกประตูมา หลินเจียตง, หลินเจียเหลียง, หลินเจียเซิ่ง และหลินเจียปิงต่างก็พิงราวบันไดหน้าประตู สูบบุหรี่และกำลังพูดคุยกันอยู่
“คุณปู่ยอมให้นายออกมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ ? ”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้ามา หลินเจียเหลียงก็พูดด้วยรอยยิ้ม
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณปู่เรียกให้ผมไปเพียงเพื่อพูดคุยเรื่องสั้น ๆ เท่านั้นครับ และก็ให้ผมออกมาเลย”
หลินเจียเหลียงถามอย่างสบาย ๆ ว่า “เกิดอะไรขึ้นกัน ? ”
จากนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็บอกเรื่องที่ชายชราได้ตัดสินใจจะพาเฉพาะหลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว และหลินต้าเหว่ยไปที่เจี้ยนหยาง แล้วขอให้เขาเป็นคนขับรถไปส่ง
หลินเจียตงจึงได้กล่าวว่า “ครั้งล่าสุดเราก็ไปที่นั่นมาแล้ว แต่ทำไมรอบนี้คุณปู่ถึงไม่ยอมให้พวกเราไปด้วยล่ะ ? ”
หลินเจียเหลียงยังกล่าวอีกว่า “ใช่ ต่อให้มีคนไปเยอะ แต่การเช่ารถที่นี่ก็สะดวกอยู่แล้ว ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย”
หลินเจียเซิ่งกล่าวว่า “ช่างเถอะครับ ในเมื่อปู่ตัดสินใจแบบนี้แล้ว เราก็แค่ยอมรับการตัดสินใจของเขาก็พอ ! ”
หลินเจียปิงพยักหน้า “ใช่ คุณปู่ต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว ถึงได้ตัดสินใจแบบนี้ ไม่ต้องกังวลอะไร แค่ฟังเขาก็พอ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาล่ะ แค่พวกพี่เข้าใจก็ดีแล้วครับ มาพูดถึงเรื่องของเรากันดีกว่า”
หลินเจียเหลียงกล่าวว่า “ใช่ มาคุยเรื่องของฉันกันก่อน”
เขาเป็นรองประธานสำนักงานใหญ่แห่งประเทศจีน และได้ร่วมลงทุนกับเจียงเสี่ยวไป๋มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งแต่ละโครงการก็ทำกำไรได้ดี เมื่อมีโอกาสมาที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ในครั้งนี้ เขาก็อยากจะพูดคุยเรื่องการลงทุนในโครงการใหม่กับเจียงเสี่ยวไป๋
หลังจากที่ได้สนทนา เขาก็ได้รู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะร่วมมือกับกระทรวงโทรคมนาคมที่พี่ชายคนโตของเขาทำงานอยู่เพื่อพัฒนาโทรศัพท์มือถือ เขาจึงพูดขึ้นมาทันที “นี่คือเรื่องที่นายพูดกับพี่เจียงตงเมื่อตอนเย็นนี้ใช่ไหม ถ้าฉันรู้ เราคงได้คุยกัน เพราะฉันเองก็สนใจโครงการนี้เหมือนกัน”
หลินเจียตงกล่าวว่า “หากนายสนใจ ก็สามารถร่วมลงทุนได้เหมือนกัน ! ”
ด้วยการมีส่วนร่วมของธนาคารกลางแห่งประเทศจีน เงินทุนจึงมีความเสถียรมากขึ้น ดังนั้นหลินเจียตงจึงเต็มใจอย่างแน่นอน
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้และพูดว่า “นี่เป็นเพียงโครงการเล็ก ๆ หากธนาคารของพี่อยากจะร่วมลงทุนด้วยกัน ก็ตามสบายเลยครับ ! ”
หลินเจียเหลียงพูดด้วยความประหลาดใจ “นายเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ในโครงการนี้ แต่กลับบอกว่านี่เป็นเพียงโครงการเล็ก ๆ งั้นถ้านี่เป็นเพียงโครงการเล็ก ๆ แล้วนายยังมีโครงการใหญ่อะไรอีกบ้าง ? ”
มีความตื่นเต้นและความคาดหวังในน้ำเสียงของเขา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “มีโครงการใหญ่ ๆ มากมาย แต่ผมไม่รู้ว่าธนาคารของพี่จะสามารถทำตามได้กี่โครงการ”
ความเห็นส่วนตัวของหลินเจียเหลียงคือเขาต้องการลงทุนในโครงการทั้งหมดที่เจียงเสี่ยวไป๋กำลังทำอยู่
แต่เขาเป็นเพียงตัวแทนที่มาเจรจาให้ก็เท่านั้น ซึ่งการตัดสินใจทั้งหมดจะต้องได้รับการลงมติโดยรวมด้วย
เขาพูดว่า “งั้นนายเล่ารายละเอียดให้ฉันฟังก่อนดีไหม ? ฉันจะได้ทำความเข้าใจไว้ก่อน ! ”