ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1431 ใต้ต้นหนานใหญ่
ตอนที่ 1431 ใต้ต้นหนานใหญ่
ในคืนนี้ เจียงเสี่ยวไป๋พูดคุยกับหลินเจียตง, หลินเจียเหลียง และหลินเจียเซิ่งจนกระทั่งดึกดื่น แต่เขาก็ต้องรีบกลับไปนอนก่อน เพราะเจียงเสี่ยวไป๋ต้องขับรถไปเจี้ยนหยางเช้าวันพรุ่งนี้
เช้าวันรุ่งขึ้น ชายชรา หลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว และหลินต้าเหว่ยทานอาหารเช้า จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็ขับรถไปส่งทั้งสี่คนที่เจี้ยนหยางตามที่ได้ตกลงกันไว้
เมื่อพวกเขามาถึงเจี้ยนหยาง ตอนนี้ยังไม่แปดโมงด้วยซ้ำ
ครั้งที่แล้วมีคนจำนวนมากในตระกูลหลินมาด้วย ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่ได้ไปเคารพสุสานกับพวกเขา ทว่าครั้งนี้มีเพียงห้าคนเท่านั้นที่มาที่นี่ ดังนั้นเขาจึงไปที่สุสานกับพวกเขาด้วย
ชายชรายืนอยู่หน้าสุสานของพ่อ แม่ และภรรยาของเขาเป็นเวลานาน และพึมพำออกมาเบา ๆ ว่า “นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้มาพบ และอีกไม่นานเราคงจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วนะ ! ”
“เราไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว ผมสงสัยว่าถ้าเราได้เจอกันอีกครั้ง ทุกคนจะยังจำผมได้ไหม ? ”
“ชีวิตนี้ผมไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเลย ! ”
“แต่หากชาติหน้ามีจริง ผมขอสัญญาว่าจะเป็นลูกชายและเป็นสามีที่ดี อยู่รับใช้เหมือนวัวเหมือนม้า และชดใช้ทุกสิ่งที่ได้ติดหนี้ทุกคนในชีวิตนี้ ! ”
“……”
หลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว และหลินต้าเหว่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หลั่งน้ำตาอย่างอดไม่ได้ หลังจากได้ยินชายชราพูดเช่นนี้ออกมา
สำหรับทั้งสามคนนี้ ชายชราได้ติดหนี้บุญคุณพวกเขาจริง ๆ
แต่เพื่อบ้านเมือง เขาได้ทุ่มเทชีวิตและแรงกายให้อย่างเต็มที่
ความกตัญญูกตเวทีและความภักดีไม่สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมกัน ทั้งสองสิ่งนี้มักขัดแย้งกันมาเสมอตั้งแต่โบราณมาแล้ว !
เจียงเสี่ยวไป๋ฟังคำพูดของชายชราและมองไปที่ใบหน้าอันแสนเศร้าสร้อยนั้น มันทำให้เขาอดคิดถึงตัวเองไม่ได้
ถ้าเขาไม่ได้กลับมาเกิดใหม่ เขาก็คงไม่สามารถเอาอะไรมาชดเชยความเสียใจและความผิดพลาดที่เคยทำไว้ได้
เขารู้สึกว่าเขาโชคดีที่ได้กลับมาแก้ไขจนสามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในชีวิตและบรรลุสิ่งที่เขาต้องการได้
แต่เรื่องของการเกิดใหม่นั้นเป็นปาฏิหาริย์เกินไป และไม่ใช่ทุกคนที่จะได้สัมผัสมัน
หลังจากนั้นไม่นาน หลินต้ากั๋วและหลินต้าเหว่ยก็ช่วยพยุงชายชราออกไปและกลับไปที่บ้านของหลินต้าเหว่ย
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชายชราแค่อยากจะมานั่งเล่นที่นี่สักพัก
จากนั้น เขาก็ไล่หลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว, หลินต้าเหว่ย และเจียงเสี่ยวไป๋ออกไปข้างนอก และนั่งอยู่คนเดียวในห้องนั้นเป็นเวลานาน
หลินต้าจ้าวและทั้งสี่คนจึงได้มายืนอยู่ที่ใต้ต้นหนานต้นใหญ่และสูบบุหรี่เพื่อรอชายชรา
หลินต้ากั๋วได้กล่าวขึ้นมาว่า “พ่อคงลังเลที่จะจากไป ! ”
หลินต้าจ้าวกล่าวว่า “ท้ายที่สุดแล้วมันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขา กว่าที่จะได้กลับมาบ้านเกิดก็ชราภาพมากแล้ว ในอนาคต……”
เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ เขาก็รู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย
หลินต้ากั๋ว, หลินต้าเหว่ย และเจียงเสี่ยวไป๋ต่างก็รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร และพวกเขาเองก็เสียใจเช่นกัน
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “ถ้าพ่อไม่อยากกลับไป ก็ให้เขาอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพักเถอะครับ”
หลินต้าจ้าวพูดด้วยรอยยิ้มเหย “หากว่าพ่อตัดสินใจแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงมัน”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ฉันไม่รู้ว่าทำไมพ่อถึงอยากกลับไปตอนนี้ ทั้งที่อยู่ที่นี่ก็มีความสุขดี ? ”
ที่จริงแล้วเขายังหวังว่าพ่อของเขาจะอยู่ที่ชิงโจวไปอีกสักพัก
เพราะอยู่ที่นี่ พ่อของเขาได้เล่นสนุกสนาน และมีเวลาพักผ่อนเต็มที่มาก
เพราะหลังจากกลับไปที่เทียนจิงแล้ว เกรงว่าจะไม่มีชีวิตเช่นนี้อีกแล้ว
หลินต้าจ้าวและหลินต้าเหว่ยต่างส่ายหัว พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ พ่อวัยชราของพวกเขาก็อยากกลับไป
หลังจากพูดคุยกันได้สองสามคำ หลินต้าจ้าวก็มองไปที่หลินต้าเหว่ยแล้วพูดว่า “เสี่ยวเหว่ย แกรู้ไหมว่าพ่อคุยเรื่องอะไรกับฉันเพียงลำพังเมื่อคืนนี้ ? ”
หลินต้าเหว่ยพูดว่า “พี่เป็นลูกชายคนโตในครอบครัว พ่อต้องคุยเรื่องสำคัญให้พี่ฟังอยู่แล้ว”
เมื่อวานนี้ชายชราฝากฝังว่าให้ตระกูลหลินสนับสนุนเจียงเสี่ยวไป๋ต่อจากนี้ไป เขาเดาว่าพ่อของเขาต้องการเน้นบางสิ่งบางอย่างกับพี่ชายคนโตของเขา
หลินต้าจ้าวโบกมือแล้วพูดว่า “มันไม่เกี่ยวกับเรื่องครอบครัว แต่เกี่ยวกับเจี้ยนหยาง”
“พ่อกำลังพูดถึงเจี้ยนหยางงั้นเหรอครับ ? ” หลินต้าเหว่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดด้วยความประหลาดใจ “ทำไมจู่ ๆ พ่อถึงพูดถึงเจี้ยนหยางกันล่ะ ? ”
หลินต้าจ้าวมองไปที่หลินต้าเหว่ยแล้วพูดว่า “คุยถึงเจี้ยนหยางก็ไม่ต่างจากคุยถึงแกหรอกเจ้าสาม”
หลินต้าเหว่ยยิ่งสับสนมากขึ้น ทำไมมันถึงเกี่ยวข้องกับเขาอีก เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “แล้วพ่อพูดว่าอะไรเหรอครับ ? ”
หลินต้าจ้าวกล่าวว่า “พ่อขอให้ฉันยกระดับการบริหารของเจี้ยนหยางขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ! ”
อ่า ?
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ไม่เพียงแต่หลินต้าเหว่ยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหลินต้ากั๋วและเจียงเสี่ยวไป๋อีกด้วยที่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
ตอนนี้เจี้ยนหยางอยู่ในระดับอำเภอ หากยกระดับขึ้นมาอีกหนึ่งถึงสองระดับก็สามารถกลายเป็นอำเภอที่อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของเมืองชิงโจวหรือมณฑลได้เลย จากนั้นระดับการบริหารของหลินต้าเหว่ยและหลี่กังก็จะมีตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นไปอีก
หลินต้ากั๋วที่ได้ยินแบบนั้นก็ถาม “ทำไมจู่ ๆ พ่อถึงพูดเรื่องนี้ ? ”
ต้องรู้ก่อนว่าชายชราไม่เคยก้าวก่ายงานของรัฐบาลหรือคิดจะใช้เส้นสายคอยช่วยอยู่เบื้องหลังเลยตั้งแต่ที่เขาเกษียณแล้ว
ตอนนี้เมื่อเขาเปิดปากร้องขอออกมา ก็ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกคนจะตกใจกันแบบนี้
หลินต้าจ้าวกล่าวว่า “พ่อบอกว่าเขาถามเสี่ยวเหว่ยว่าเขาต้องการไปที่อื่นไหม เสี่ยวเหว่ยบอกว่าเขาต้องการอยู่ในเจี้ยนหยางตลอดไป ดังนั้น…”
คำต่อไปนี้ไม่จำเป็นต้องพูด เรียกว่าใคร ๆ ต่างก็เข้าใจ
หลังจากได้ยินแบบนี้ หัวใจของหลินต้าเหว่ยก็สั่นระรัว และเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองย้อนกลับไปทางบ้าน
เขาไม่คาดคิดว่าชายชราจะทำแบบนี้ เพียงเพราะว่าเขาไม่ยอมออกไปเติบโตและก้าวหน้าในที่อื่น
หลังจากหันกลับมาแล้ว เขาก็พูดกับหลินต้าจ้าวว่า “พี่ใหญ่ พี่ไม่จำเป็นต้องทำเพียงเพราะพ่อขอหรอก แค่แกล้งทำเป็นว่าพ่อไม่เคยพูด ส่วนผมก็จะแสร้งทำเป็นว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเหมือนกัน…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ หลินต้าจ้าวก็ยกมือขึ้นเพื่อหยุดและพูดว่า “เสี่ยวเหว่ย ที่จริงแล้วแม้ว่าพ่อจะไม่พูด แต่ฉันก็คิดเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน”
“นอกจากนี้ พ่อยังบอกด้วยว่าเหตุผลที่เขาเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา เขาไม่ได้พิจารณาแค่แกเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือต้องพิจารณาเจี้ยนหยางร่วมด้วย”
“ในแง่ของรากฐานทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของเจี้ยนหยางและศักยภาพในการพัฒนาในอนาคต อำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้แข็งแกร่งกว่าเมืองระดับมณฑลหลายแห่ง และยังเป็นหนึ่งในเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศอีกด้วย”
“อำเภอที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งเช่นนี้จะต้องเป็นอำเภอที่อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของเมืองหรือมณฑลเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิดกับสิ่งที่พ่อได้ตัดสินใจทำลงไป”
หลินต้าเหว่ยไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า “แต่สาเหตุก็เพราะผมเอง ทำแบบนี้มันไม่เหมาะสมนะครับ”
หลินต้าจ้าวยิ้มและพูดว่า “ฉันเพิ่งพูดไปไม่ใช่เหรอ ? แม้ว่าพ่อจะไม่ได้พูดถึงมัน แต่ฉันก็มีความคิดนี้อยู่แล้ว ดังนั้นฉันจึงไม่ปฏิเสธ และเอาเรื่องนี้มาบอกแก”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็มองไปที่หลินต้ากั๋ว แล้วถามว่า “ต้ากั๋ว แกล่ะคิดอย่างไร ? ”
หลินต้ากั๋วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พี่พูดถูก ด้วยรากฐานทางเศรษฐกิจในปัจจุบันของเจี้ยนหยาง ทำให้เจี้ยนหยางมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเลื่อนระดับ ฉันเพิกเฉยต่อเรื่องนี้เอง ทั้งที่ควรจะสังเกตเห็นมันมานานแล้วด้วยซ้ำ”
หลินต้าจ้าวยิ้มและพูดกับหลินต้าเหว่ยว่า “ดูสิ ขนาดพี่รองของแกก็มีความคิดเห็นแบบเดียวกันกับฉันเลย ฉันไม่ได้ถามความเห็นจากแก แต่ฉันแค่บอกแก เพราะเรื่องนี้ได้รับการตัดสินใจแล้ว”
เขามองไปที่หลินต้ากั๋ว แล้วพูดว่า “ส่วนแกก็ช่วยส่งเอกสารมาให้ฉันด้วย ! ”
ในแง่ของกระบวนการ เรื่องนี้จะต้องให้ภูมิภาคกลางของจีนเป็นคนส่งเรื่องนี้ขึ้นมา หลินต้ากั๋วพยักหน้าและพูดว่า “ผมจะรีบจัดการเรื่องนี้หลังจากที่กลับไปถึงเจียงเฉิงเลยครับ”
ในขณะที่พูดคุยกันมาถึงตรงนี้การเลื่อน ‘ระดับ’ ของอำเภอเจี้ยนหยางก็ได้ถูกตัดสิน แม้ว่าจะยังไม่ได้เขียนเอกสารขึ้นมาอย่างเป็นทางการ แต่หากมีหลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วรับผิดชอบ โดยพื้นฐานแล้วมีความเป็นไปได้ที่แน่นอนอยู่แล้ว
หลินต้ากั๋วลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “แล้วเราจะยกระดับให้เป็นอำเภอที่อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของเมืองหรือมณฑลล่ะ ? ”
หลินต้าจ้าวยิ้ม พลางชี้ไปที่หลินต้าเหว่ยแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ต้องแล้วแต่เสี่ยวเหว่ย ! ”
หลินต้าเหว่ยอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แต่นี่เป็นเรื่องทางการเมือง ในฐานะที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เขาไม่สามารถออกความเห็นอะไรได้
จากก้นบึ้งของหัวใจ เขายังหวังว่าเจี้ยนหยางจะกลายเป็น อำเภอที่อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของเมืองชิงโจว
แต่เขาไม่คิดที่จะแสดงความคิดเห็นอะไร ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับพ่อตาเอง
เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ให้คำแนะนำใด ๆ หลินต้าเหว่ยก็คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของเมืองครับ ! ”