ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1433 ชายชราจากไปแล้ว!
ตอนที่ 1433 ชายชราจากไปแล้ว!
ชายชรากลับไปที่เทียนจิงแล้ว
หลินต้าจ้าวกลับไปที่เทียนจิง !
หลินต้ากั๋วกลับไปที่เจียงเฉิง
หลินต้าเหว่ยกลับไปที่เจี้ยนหยาง
ทุกคนในตระกูลหลินกลับไปยังที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่
เมื่อทุกคนกลับไปกันหมด บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ก็กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมเจียงชานก็กลับไปโรงเรียนด้วยเช่นกัน
วันเวลาผ่านไปอย่างสงบสุข
เพียงแต่เมื่อเจียงวานขาดชายชราไปคนหนึ่ง จึงไม่มีใครเดินไปเที่ยวพูดคุยกับชาวบ้านถึงหน้าประตูบ้านอีกแล้ว
“การที่ชายชรากลับไปแบบนี้ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดหายไปอย่างบอกไม่ถูก ! ”
“ใช่ มันมีชีวิตชีวากว่ามากเมื่อมีผู้เฒ่าอยู่ที่นี่ ! “”
“ฉันคุ้นเคยกับการที่มีชายแก่มาเที่ยวเล่นที่บ้านทุกวัน แต่พอจู่ ๆ ไม่มีใครมาเหมือนเมื่อก่อน มันก็รู้สึกไม่ชินอย่างไรไม่รู้นะ ! ”
“ใช่ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
“ชายชราถือว่าเป็นคนใหญ่คนโตมาก เขาเป็นพ่อของผู้นำหลิน แต่ดูเขาสิ เขาเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายขนาดไหน ! ”
“ใช่ ถ้าเขาไม่ฉลองวันเกิดอายุครบ 100 ปี ฉันคงไม่รู้เลยว่าเขาเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้”
“ชายชราเป็นคนใหญ่คนโต แต่เขาไม่ถือตัวและปฏิบัติกับเราอย่างเท่าเทียมจริง ๆ ”
“ท่านผู้เฒ่าเป็นคนดีจริง ๆ ! ”
“ฉันขอให้ชายชรามีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืนยาว ! ”
“เธอคิดว่าชายชราจะได้มาที่เจียงวานของเราอีกครั้งไหม ? ”
“ฉันอยากให้เขากลับมาอีกครั้งจริง ๆ ! ”
“ใช่ ฉันไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะกลับไปแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันคงจะหาโอกาสไปส่งชายชราให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ! ”
“ใช่แล้ว ใครจะคิดว่าเขาจะรีบกลับเร็วขนาดนี้ ! ”
“ที่ชายชราเลือกที่จะกลับไปอย่างเงียบ ๆ อาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการรบกวนเราก็ได้ ! ”
“เมื่อมองย้อนกลับไป ตอนที่ชายชราฉลองวันเกิดอายุครบ 100 ปี ตอนที่เราออกจากบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋หลังทานอาหารเย็นเสร็จ ชายชรายืนกรานที่จะเดินออกมาส่งเราถึงหน้าประตู จากพฤติกรรมนี้ เหมือนกับว่าเขากำลังบอกลาพวกเราอยู่เลยนะ ! ”
“ก็จริงอย่างที่คุณพูด ! ”
“น่าเสียดายที่ตอนนั้นฉันไม่รู้แบบนี้ ! ”
“……”
ผู้คนในเจียงวานพูดถึงชายชราเป็นครั้งคราว โดยเล่าถึงสิ่งที่เขาทำ และเวลาที่เขามาเที่ยวเล่นที่บ้าน เกือบทุกคนภูมิใจที่ได้สร้างสัมพันธ์กับชายชรา และยังเสียใจที่ไม่ได้บอกลาเขา
เวลาผ่านไปอย่างเงียบ ๆ กว่าครึ่งเดือน
ในวันนี้ ไม่นานหลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋มาถึงที่ทำงาน เขาที่กำลังจะโทรหาเมิ่งเสี่ยวเป่ยเพื่อคุยรายละเอียดงานกับเธอ
ขณะที่เขาลุกขึ้น โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น
เจียงเสี่ยวไป๋จึงต้องรับโทรศัพท์ก่อน
“เสี่ยวไป๋ ฉันหลินเจียตงเองนะ ! ” เสียงหนักแน่นของหลินเจียตงดังมาจากปลายสายอีกด้าน แต่ในน้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้ง เขาและหลินเจียตงเคยคุยกันทางโทรศัพท์มามากกว่าหนึ่งครั้งก็จริง แต่เขาไม่เคยพบกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจคอไม่ดี และรีบถามออกไปอย่างรวดเร็วว่า “พี่เจียงตง มีอะไรหรือเปล่าครับ มีอะไรเกิดหรือเปล่า ? ”
“คุณปู่…จากไปแล้ว ! ” หลินเจียตงพูดอย่างเศร้าใจ
“วืดด…” มีเสียงวืดดังในหัวของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาคิดว่าเขาได้ยินผิด ดังนั้นเขาจึงได้ถามย้ำออกมาอีกครั้งว่า “พี่เจียตง… พี่พูดว่าอะไรนะ…? ”
หลินเจียตงพูดอีกครั้งว่า “เสี่ยวไป๋ ทำใจดี ๆ นะ คุณปู่…จากเราไปแล้ว ! ”
เดิมที เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินมันชัดเจนแล้ว แต่เหตุผลที่เขาถามออกไปอีกครั้ง ก็เพราะว่าจิตใต้สำนึกของเขายังยอมรับความจริงของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่พักหนึ่ง
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ก่อนที่ชายชราจะออกจากชิงโจว เขายังคงมีสุขภาพที่แข็งแรง เขารู้อยู่ในใจว่าชายชราแก่แล้วและอาจจะจากไปได้ทุกเมื่อ แต่เขาก็ยังคิดไว้ว่าชายชราอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกสามถึงห้าปี
เขาไม่ได้คาดคิดว่าชายชราจะจากไปกะทันหันแบบนี้
หลังจากสงบสติอารมณ์ลงแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็หลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่รู้ตัว และถามอย่างเศร้า ๆ ว่า “มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่เหรอครับ ? ”
หลินเจียตงกล่าวว่า “ก่อนนอนคืนนี้คุณปู่ยังสบายดีอยู่ แต่พอพี่ติงไปปลุกคุณปู่เมื่อเช้านี้ ก็พบว่าคุณปู่จากไปแล้ว ! ”
“อา!” เจียงเสี่ยวไป๋ตกใจ นั่นก็เท่ากับว่าตอนที่ชายชราจากไป ไม่มีใครอยู่รอบตัวเขาเลย ในชนบท เมื่อผู้เฒ่าผู้แก่ใกล้จะเสียชีวิต จะต้องมีลูกหลานมาอยู่เคียงข้างตลอดจนสิ้นลมหายใจไป
หลินเจียตงกล่าวว่า “คุณปู่จากไปอย่างสงบโดยที่ยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าอยู่เลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า แม้ว่าหลินเจียตงจะไม่เห็นวินาทีที่ชายชราจากไป แต่เขาก็รู้ว่าชายชรานั้นไปอย่างสงบสุขจริง ๆ และไม่เห็นความเจ็บปวดใดบนใบหน้าของชายชราเลย
และอย่างน้อยเขามีความสุขมากกว่าคนที่ต้องนอนโรงพยาบาลมานาน และเสียชีวิตไปด้วยความเจ็บปวดจริง ๆ
เพียงก็แต่ว่า…ชายชราได้จากไปอย่างกะทันหัน และไม่มีใครทันได้คาดคิด
ราวกับว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขาอย่างกะทันหัน เจียงเสี่ยวไป๋ถามว่า “พี่เจียตง แล้วพี่ได้โทรไปบอกพ่อตาของผมหรือยัง ? ”
หลินเจียตงกล่าวว่า “ฉันโทรมาบอกนายก่อน แล้วพ่อของฉันจะโทรหาคุณอาเป็นการส่วนตัวเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “ถ้าอย่างนั้นผมก็จะได้ไม่ต้องโทรบอกพ่ออีก ! ”
หลินเจียตงพูดว่า “อืม” และพูดต่อ “แล้วแบบนี้นายจะได้มาที่เทียนจิงเมื่อไหร่ล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมกำลังรอสายจากพ่ออยู่ และต้องรีบจัดการงานที่นี่ก่อน”
ได้ยินอย่างนั้น หลินเจียตงก็กล่าวว่า “เอาล่ะ งั้นฉันจะวางสายก่อนนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงใหญ่เองก็แก่แล้ว การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของคุณปู่คงสร้างความเสียใจให้กับเขามาก พี่เองต้องดูแลลุงให้ดีด้วยนะครับ”
หลินเจียตงกล่าวว่า “แน่นอน ไม่ต้องกังวล ฉันจะให้เสี่ยวชู่ไปรับนายที่สนามบินเมื่อนายมาถึง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ครับ ถ้าผมเตรียมการที่นี่เสร็จแล้ว ผมจะโทรหาเขาเอง”
หลินเจียตงไม่ได้พูดอะไรอีก และวางสายโทรศัพท์ไป
เจียงเสี่ยวไป๋ก็วางโทรศัพท์ลงอย่างเงียบ ๆ
ฟืดด……
เจียงเสี่ยวไป๋สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ของเขาลงให้ได้มากที่สุด
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หัวใจของเขาก็ยังคงเต้นระรัวเพราะมีความเจ็บปวดอยู่เล็กน้อย
เมื่อได้อยู่กับชายชราตลอดทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลานาน ความรู้สึกและความผูกพันได้ซึมลึกสู่ก้นบึงหัวใจของเขาแล้ว
คืนก่อนที่ชายชราจะออกจากเจียงวาน เขารู้สึกราวกับว่าชายชรากำลังสั่งเสียพวกเขาอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนั้นเขาจะรู้สึกเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่ได้จริงจังกับมันมากนัก
ท้ายที่สุดแล้ว ชายชราก็มีสุขภาพดีมากในเวลานั้น และไม่มีวี่แววให้เห็นเลย
หลังจากส่งชายชราขึ้นเครื่องบินแล้ว เขาก็คิดด้วยว่านี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาจะพบกันหรือไม่ แต่หลังจากที่เครื่องบินขึ้น เขาก็ปลอบพ่อตาของเขาและบอกว่าเขาจะไปเยี่ยมชายชราที่เทียนจิงเพื่อกับพ่อตาในอีกไม่ช้านี้
แต่ก็ไม่คาดคิดว่าชายชราจะจากไปเร็วและกะทันหันขนาดนี้
เจียงเสี่ยวไป๋ปาดน้ำตา เดินเข้าไปในห้องน้ำของออฟฟิศ และล้างหน้า ท้ายที่สุดเขาก็อยู่ที่ออฟฟิศและอาจมีคนมาพบเห็นเขาในสภาพนี้ได้ ซึ่งมันคงจะไม่ดีถ้าปล่อยให้คนนอกเห็นเขาร้องไห้แบบนี้
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็หยิบบุหรี่ออกมาจุดไฟและสูดควันเข้าไปลึก ๆ
เขากำลังคิดอยู่ว่าจะบอกหลินเจียอินเกี่ยวกับการจากไปอย่างกะทันหันของชายชราอย่างไรดี
นอกจากนี้ ยังคิดว่าเขาควรพาพ่อแม่ของเขาไปที่เทียนจิงด้วยหรือไม่ ? นอกจากนี้แม้แต่ลุงและอาสามของเขาก็ยังสนิทกับชายชรามาก หากพวกเขารู้ว่าชายชราเสียชีวิต พวกเขาจะอยากไปงานศพของชายชราด้วยกันไหม
และเจียงชานก็ต้องไปเทียนจิงด้วย
สำหรับเจียงอันและเจียงห่าว พวกเขายังเด็กเกินไป ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะไปด้วยหรือไม่ ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความปรารถนาของหลินเจียอินเลยแล้วกัน
หลังจากสูบบุหรี่แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็คิดหลายเรื่องขึ้นมาพร้อมกัน
เขากำลังจะไปที่ห้องทำงานของหลินเจียอิน แต่ตอนนั้นโทรศัพท์ดังบนโต๊ะก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูและเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์……