ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1443 เสียงของคนประชาชน
ตอนที่ 1443 เสียงของคนประชาชน
หลินเจียอินอยากจะบอกว่าเจียงเสี่ยวไป๋บอกให้เธอสร้างศูนย์บริการของรัฐแบบครบวงจรในเมืองชิงโจว
เธอยิ้มและพูดออกมาว่า “นายกเทศมนตรีถัง รองนายกเทศมนตรีหลี่ ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจของชิงโจวในตอนนี้ ทำให้มีผู้คนย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ใมเมืองของเราเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการยื่นขอใบอนุญาตต่าง ๆ จากกรมที่ดิน กองอสังหาริมทรัพย์ การยื่นเรื่องจ่ายภาษีจากกรมสรรพกร หรือยื่นเรื่องจดทะเบียนสมรส ยื่นเรื่องขึ้นทะเบียนบ้านจากหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ”
ถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานต่างก็มองไปที่หลินเจียอินด้วยความสับสน พวกเขาสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ เธอถึงพูดถึงเรื่องนี้กับพวกเขา ?
ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของเทศบาลเมืองที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ !
หลินเจียอินกล่าวต่อ “สถานการณ์ปัจจุบันคือ ผู้คนจำนวนมากไม่รู้ว่าจะต้องไปติดต่อที่ไหน หรือกระบวนการยื่นเรื่องต่าง ๆ ต้องทำอย่างไร และสิ่งที่ยุ่งยากไปกว่านั้นคือ ตัวอย่างเช่น ในการจดทะเบียนเปิดบริษัท เราจะต้องไปหน่วยงานของรัฐสามหรือสี่ที่ถึงจะได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจมา เมื่อจดทะเบียนแล้ว ก็จะต้องไปเสียภาษีให้แต่ละแห่งทุกเดือน ซึ่งสร้างความยุ่งยากให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ประธานหลิน ฉันรู้ว่าคุณกำลังหมายถึงอะไร แต่ธุระเหล่านี้จำเป็นจะต้องได้รับการจัดการโดยหน่วยงานเฉพาะเท่านั้น ดังนั้นเราจึงไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้”
หลินเจียอินยิ้มและพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ ไม่ใช่ว่าเราไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้ เพียงแต่ว่าด้วยความเคยชินของพวกเรา จึงคิดว่าการทำตามวิธีการก่อนหน้านี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว”
“เพราะคนเราเชื่อว่ามันจะไม่ผิดพลาด”
เมื่อมาถึงจุดนี้ น้ำเสียงของเธอก็เปลี่ยนไป “นายกเทศมนตรีถัง รองนายกเทศมนตรีหลี่ ฉันไม่ได้จะตำหนิพวกคุณทั้งสองในเรื่องนี้ แต่ฉันกำลังพูดตามความเป็นจริง คำพูดของฉันอาจฟังดูไม่ดีนัก แต่ฉันอยากเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนคนธรรมดาจำนวนมากที่อยากให้ลองปรับปรุงมัน”
ถังจิงเทียนยิ้มเจื่อนและพูดว่า “ประธานหลิน เราคุยกันที่นี่แค่สามคนเท่านั้น ไม่มีคนอื่นคนไกล คุณสามารถพูดสิ่งที่คุณต้องการออกมาได้เลย”
หลี่หมิงซานยังกล่าวอีกว่า “ใช่ นายกเทศมนตรีถังและฉันก็อยากได้คำแนะนำที่ดีและมีประโยชน์ เพื่อจะได้เอาไปปฏิบัติได้ถูกต้อง’
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอพูดความจริงที่ฉันคิดไว้ก็แล้วกันนะคะ ! ” หลินเจียอินกล่าวว่า “สาเหตุที่เราไม่คิดจะปรับปรุงก็เพราะว่าในระดับเล็ก ๆ เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังมีความคิดแบบอนุรักษ์นิยม ไม่มีใครคิดจะบุกเบิกหรือเปลี่ยนแปลงอะไรให้ก้าวหน้าขึ้น ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงก็อาจกล่าวได้ว่าเกียจคร้านและประมาทเลินเล่อในการปกครอง นอกจากกินเงินประชาชนไปวัน ๆ แล้ว ความคิดในการรับใช้ประชาชนไม่ได้ฝังอยู่ในกระดูกของพวกเขาอย่างแท้จริง”
ทันใดนั้น สีหน้าของถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานก็ซีดลงทันที แม้พวกเขาจะบอกให้หลินเจียอินพูดสิ่งที่คิดและความในใจออกมา แต่พวกเขาก็ไม่ได้คาดคิดว่าหลินเจียอินจะกล้าพูดมันออกมาตรง ๆ แบบไม่รักษาน้ำใจเช่นนี้
พวกเขาทั้งสองมองหน้ากันและตระหนักได้ว่าสิ่งที่หลินเจียอินพูดออกมานั้นคือเรื่องจริงที่พวกเขาต้องกล้ายืดอกยอมรับมันออกมาตามตรง
ในเวลานี้ ถังจิงเทียนก็ตระหนักแล้วว่าหลินเจียอินคนนี้ไม่ใช่หลินเจียอินที่เขารู้จักมาก่อนหน้านี้อีกต่อไป
ตอนนี้ หลินเจียอินก็ไม่ต่างจากเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ในร่างผู้หญิงเลย
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ตระหนักได้ว่าการรีบเจรจากับหลินเจียอินอาจเป็นทางเลือกที่ผิด
แม้จะไม่ใช่คู่ต่อสู้คนเดิม แต่เขาก็คิดว่ารับมือยากไม่ต่างกันอยู่ดี ราวกับว่าถูกบังคับให้ลงมาแข่งขันในเกมแบบไม่รู้ตัว
และตอนนี้หากคิดจะลงจากหลังม้าก็คงจะเป็นเรื่องยากเกินไป เขาจึงทำได้เพียงกัดหันและพูดคุยต่อไปเท่านั้น
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ประธานหลิน ในเมื่อคุณพูดมาแบบนี้ แสดงว่าคุณต้องมีวิธีแก้ไขปัญหาของเรื่องนี้แล้วใช่ไหม ? ”
หลินเจียอินพยักหน้า “ที่จริงแล้ววิธีการนั้นง่ายมาก ซึ่งก็คือการจัดตั้งศูนย์บริการของหน่วยงานรัฐบาลหรือจะเรียกว่าศูนย์บริการประชาชนก็ได้”
ศูนย์บริการประชาชน ?
ถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานมองหน้ากัน เมื่อได้ยินชื่อนี้ พวกเขาก็พอเข้าใจความหมายของมันอย่างคร่าว ๆ
แต่ถังจิงเทียนก็ยังคงถามออกมา “ศูนย์บริการประชาชนคืออะไร ? ”
หลินเจียอินอธิบายว่า “ความหมายที่แท้จริงก็คือการรวบรวมสำนักงานของหน่วยงานรัฐบาลทั้งหมดที่ต้องให้บริการแก่ประชาชนมาไว้ที่เดียวกัน ในอนาคตผู้คนก็จะรู้ว่าที่นี่คือสถานบริการของรัฐ ตราบใดที่พวกเขาไปที่นี่ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องไปที่อื่นให้เสียเวลาอีก แค่ตรงไปที่ศูนย์บริการที่เดียวก็เสร็จสิ้น ไม่จำเป็นต้องไป ๆ มา ๆ แบบนี้”
ถังจิงเทียนมองไปที่หลินเจียอินด้วยสายตาแปลกใจ เหตุใดความคิดนี้จึงฟังดูคล้ายกับแนวทางของเจียงเสี่ยวไป๋มากขึ้นเรื่อย ๆ
เหตุการณ์ต่าง ๆ ในอดีตเข้ามาในความคิดของเขา รวมถึงสิ่งที่นายกเทศมนตรีคนก่อนอย่างจางอี้เต๋อเคยบอกเขามา กับสิ่งที่เขากำลังประสบด้วยตัวเองตอนนี้ แทบไม่ต่างกันเลย
แต่เขาต้องยอมรับว่าวิธีที่หลินเจียอินบอกมาสามารถแก้ไขปัญหาที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ได้อย่างแน่นอน
หลังจากมองไปที่หลินเจียอินแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ประธานหลิน นี่คือความคิดของผู้ช่วยเจียงใช่ไหม ? ”
หลินเจียอินเม้มริมฝีปากของเธอ แล้วยิ้มออกมา “ครั้งหนึ่งเขาเคยบอกฉันเกี่ยวกับแนวคิดการสร้างศูนย์บริการประชาชน แต่สิ่งที่ฉันเอามาบอกคุณมันเป็นความคิดของฉันเอง”
ถังจิงเทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วพูดว่า “ประธานหลิน แล้วข้อเสนอของคุณในการจัดตั้งศูนย์บริการประชาชน นั้นเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของเทศบาลเมืองของเราอย่างไรเหรอ ? ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “สิ่งที่ฉันคิดไว้ก็คือ เนื่องจากหน่วยงานเทศบาลต้องการจะสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ และไม่ได้สร้างบนที่ดินเก่า ฉันจึงคิดว่าเราสามารถเอาที่ดินผืนนั้นมาสร้างเป็นศูนย์บริการประชาชน ได้ ด้วยวิธีนี้การย้ายสำนักงานของเทศบาลเมืองจะมีความสำคัญเป็นพิเศษ”
ดวงตาของถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานเบิกกว้างขึ้น พวกเขามองหน้ากันและเห็นคำตอบในดวงตาของกันและกันได้ทันที
ถังจิงเทียนขยิบตา หลี่หมิงซานก็เข้าใจทันที เขาจึงรีบหันไปพูดกับหลินเจียอินว่า “ประธานหลิน เจียงเจียกรุ๊ปกำลังให้การสนับสนุนรัฐบาลท้องถิ่นในการสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ และเสนอให้สร้างศูนย์บริการประชาชน ขึ้นมาในที่ดินเก่า แบบนี้พวกคุณมีเงื่อนไขอะไรที่อยากให้เทศบาลเมืองของเราทำให้บ้าง ? ”
หลินเจียอินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “การลงทุนในสองโครงการนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และคาดว่าคงต้องใช้เงินหลายสิบล้าน เราจะขอที่ดินสำนักงานของเทศบาลเมืองในปัจจุบันนี้เป็นการแลกเปลี่ยน เพื่อที่เทศบาลเมืองจะได้ไม่ต้องเสียงบประมาณอะไร”
ตอนนี้เป็นเพียงปี 1985 แม้ว่าพื้นที่ที่เทศบาลชิงโจวตั้งอยู่ในปัจจุบันนั้นมีขนาดไม่เล็ก ครอบคลุมหลายร้อยหมู่ แต่เมื่อพิจารณาแล้ว มันก็มีราคาไม่ถึงล้านหยวนเลยด้วยซ้ำ
หากเจียงเจียกรุ๊ปเต็มใจที่จะทำการแลกเปลี่ยนนี้ เทศบาลเมืองก็ไม่คัดค้านอะไรอย่างแน่นอน
แม้แต่ถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานก็เชื่อว่าหากเจียงเจียกรุ๊ปไม่ได้เสนอที่จะสร้างศูนย์บริการประชาชน ขึ้นมา และมีเพียงการสร้างอาคารสำนักงานใหม่เท่านั้น พวกเขาก็ยินดีที่จะทำการแลกเปลี่ยนนี้
พวกเขายังนึกไม่ออกเลยว่าทำไมหลินเจียอินถึงได้เสนอที่จะสร้างศูนย์บริการของหน่วยงานรัฐบาลให้แบบนี้ ?
ในความเป็นจริง หลังจากที่หลินเจียอินได้ลองคิดถึงข้อดีข้อเสียของการแลกเปลี่ยนนี้ตั้งแต่ที่เธอได้คุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ เธอก็มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน และได้ถามเจียงเสี่ยวไป๋ไปแล้ว
คำตอบคือ สิ่งที่เขาต้องการคือการสร้างศูนย์บริการของหน่วยงานรัฐบาลที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่าย
เมื่อผู้คนสามารถเข้าถึงศูนย์บริการของหน่วยงานรัฐบาลได้ง่าย ก็จะมีการมาจดทะเบียนเปิดบริษัทมากขึ้น จากนั้นประชาชนก็จะช่วยกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจได้
ยิ่งไปกว่านั้น แผนของเจียงเสี่ยวไป๋ยังไปไกลกว่าที่คิดอีกมาก
เมื่อบรรลุข้อตกลงกับเทศบาลเมืองแล้ว ที่ดินโดยรอบก็จะตกมาเป็นของพวกเขาโดยสมบูรณ์
หลินเจียอินรู้เกี่ยวกับแผนนี้ แต่ไม่จำเป็นต้องบอกให้ถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานรู้
หลินเจียอินกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “การที่เจียงเจียกรุ๊ปพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ เกิดจากการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งของเทศบาลเมืองและผู้นำทั้งสอง ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่บริษัทจะต้องตอบแทน ดังนั้นพวกเราเจียงเจียกรุ๊ปยินดีที่จะไม่ทำกำไรจากเรื่องนี้ค่ะ”
ประโยคนี้พูดออกมาได้อย่างสวยงาม จนทำให้ถังจิงเทียนรู้สึกสบายใจเมื่อได้ยินมัน
อืม แตกต่างจากเจียงเสี่ยวไป๋จริง ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋จะคิดหาแต่วิธีที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุด แต่หลินเจียอินนั้นรักคุณธรรมมากกว่า และยินดีที่จะขาดทุนเล็กน้อย
สิ่งนี้ทำให้ถังจิงเทียนรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก