ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1444 ในเมื่ออยากมี งั้นก็รีบมีหน่อย
ตอนที่ 1444 ในเมื่ออยากมี งั้นก็รีบมีหน่อย
ทิศทางออกมาแล้ว ส่วนรายละเอียดนั้นยังไม่แน่ชัด
หลินเจียอิน, ถังจิงเทียน และหลี่หมิงซานพูดคุยกันสักพัก
เพราะถึงอย่างไรเรื่องสำคัญเช่นนี้ก็ไม่อาจจะยุติลงได้เพียงคำพูดไม่กี่คำระหว่างทั้งสามคนเท่านั้น ตอนนี้จึงถือว่าเป็นเพียงการกำหนดกรอบความร่วมมือเท่านั้น
การดำเนินการเฉพาะยังคงต้องรอจนกว่าถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานจะประชุมหารือกับสมาชิกในทีมหลังจากกลับไปที่สำนักงานเทศบาลกลางก่อน จากนั้นจึงทำการลงมติอย่างเป็นทางการกันอีกที
แล้วถึงจะสามารถลงนามข้อตกลงกับเจียงเจียกรุ๊ปได้
แต่ในเมื่อถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานเห็นด้วยกับข้อตกลงนี้ โดยพื้นฐานแล้วเรื่องนี้ก็ถือว่าได้รับการตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้ว
และถือได้ว่าหลินเจียอินได้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้แล้ว
มีคนอยู่ข้างนอกมากมาย ดังนั้นทั้งสามจึงไม่พูดคุยกันนานมาก และกลับออกไปข้างนอกด้วยกัน
หลังจากเยี่ยมชมสำนักงานใหม่ของเจียงเจียกรุ๊ปเสร็จ ก็มีงานเลี้ยงฉลองกันเล็ก ๆ น้อย ๆ
หลังจากงานเลี้ยงฉลองสิ้นสุดลง ถังจิงเทียน, หลี่หมิงซาน และคนอื่นก็ได้แยกย้ายกันกลับไป ส่วนหลินเจียอินก็มาที่ห้องทำงานของเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เมียจ๋า วันนี้คุณทำงานหนักมากเลยนะ ! ”
หลินเจียอินยิ้มและพูดว่า “งานหนัก แต่ฉันมีความสุขมาก ! ”
เจียงเจียกรุ๊ปย้ายมายังสำนักงานใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว มันจึงทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างมากและดีใจมาก
เมื่อมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ ทันใดนั้นหลินเจียอินก็กระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของเขาและพูดอย่างมีความสุขว่า “สามี ฉันขอบคุณคุณมากนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งโหยง ภรรยาของเขาเป็นคนขี้อายมาโดยตลอด ทว่าวันนี้เธอกลับเข้ามาสวมกอดเขาก่อนจนเขาไม่ทันได้ตั้งตัว
เขามีความสุขมากจนพูดต่อว่า “เมียจ๋า คุณไม่ต้องสุภาพกับผมขนาดนี้ก็ได้ ในอนาคต คุณยังมีโอกาสที่ดีกว่านี้อีก เพราะคุณจะเป็นคนนำเจียงเจียกรุ๊ปของเราไปสู่ความรุ่งโรจน์ที่ยิ่งใหญ่กว่านี้อย่างแน่นอน”
หลินเจียอินพูดอย่างเขินอาย “นั่นไม่ใช่เพราะคุณคอยอยู่ข้างหลังหรอกหรือ หากไม่มีคุณ เรื่องนี้คงเป็นไปไม่ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “ผมเป็นสามีของคุณ ถ้าผมไม่สนับสนุนคุณ คุณจะให้ผมสนับสนุนใครเล่า ? ”
หลินเจียอินจูบเข้าที่หน้าผากของเจียงเสี่ยวไป๋อีกครั้ง และพูดด้วยรอยยิ้มที่หวานหยดย้อย “งั้นคืนนี้ฉันจะให้รางวัลคุณก็แล้วกัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะจนปากของเขาแทบจะฉีกไปถึงใบหู และเขาเองก็ตั้งตารอมันอยู่ในใจ
……
ในตอนเย็น เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินก็ได้กลับมาที่บ้าน
“ลุง ! ”
“ป้าสะใภ้ ! ”
ทันทีที่พวกเขาเดินเข้าประตูไป สองสามีภรรยาก็ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความดีใจ
เจียงเสี่ยวไป๋หันไปมองและเห็นว่าเป็นเจียงถิง
หลินเจียอินก็พูดอย่างมีความสุข “ถิงถิง หนูกลับมาเมื่อไหร่เหรอจ๊ะ ? ”
เจียงถิงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เราเพิ่งมาถึงเจียงวานตอนบ่ายนี้เองค่ะ”
ขณะที่เธอกำลังตอบหลินเจียอิน เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ก็เข้ามาทักทายเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอิน
“พี่รอง พี่สะใภ้ ! ”
“พี่รอง พี่สะใภ้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบกลับทั้งสองและถามออกมาว่า “กลับมาถึงเมื่อไหร่กัน ! ”
หลินเจียอินพยักหน้าและพูดเสริมว่า “เราหมายถึง ทำไมไม่เห็นพวกเธอไปที่บริษัทเลย หรือว่ากลับมาก่อน ! ”
หลัวเจาตี้กล่าวว่า “เราไปที่บริษัทมาแล้วค่ะ แต่เนื่องจากไม่ได้กลับมาบ้านบ่อยนักและถิงถิงก็อยู่รอที่นี่ เราจึงกลับมาเร็วหน่อย”
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้วางแผนที่จะกลับบ้านตั้งนานมาแล้ว
แต่ก่อนที่พวกเขาจะกลับมา หลินต้าจ้าวมาที่ชิงโจวก่อน และตั้งแต่นั้นมา ชายชราก็มาอาศัยอยู่ที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้กลับมาที่บ้านจนถึงวันนี้
ต่อมาหลังจากที่ชายชรากลับไป พวกเขาก็ตั้งใจที่จะกลับมาที่บ้าน แต่ทว่าที่โรงงานนั้นมีการผลิตที่เยอะขึ้น ทำให้งานยุ่งมาก จนไม่มีเวลากลับมาสักที ดังนั้นพวกเขาจึงเลื่อนออกมาเรื่อย ๆ จนถึงตอนนี้ เมื่อรู้ข่าวว่าเจียงเจียกรุุ๊ปย้ายสำนักงานใหม่พอดี พวกเขาถึงใช้โอกาสนี้กลับมาที่บ้าน
หลินเจียอินกล่าวว่า “เพิ่งกลับมาก็นั่งพักกันก่อน ฉันเองก็มีเรื่องจะถามเยอะแยะเลย”
เมื่อพูดอย่างนั้น เธอก็ดึงหลัวเจาตี้เข้าไปในบ้าน
เจียงถิงก็เดินตามมาด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นบุหรี่ให้เจียงเสี่ยวเฟิง แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไปเดินเล่นกันเถอะ ฉันไม่ได้คุยกับนายมานานมากแล้ว”
เจียงเสี่ยวเฟิงรับมันด้วยรอยยิ้ม “ครับ พี่เองก็ไม่ได้ไปที่เจี้ยนหยางมานานแล้วเหมือนกัน และผมเองก็ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว เราอยู่ไม่ไกลกันก็จริง แต่เราก็ไม่ได้เจอกัน ไม่ได้มีโอกาสคุยด้วยกันแบบนี้มาครึ่งปีแล้ว”
เขาพูดพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ที่จริงแล้วฉันเคยไปเจี้ยนหยางครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นฉันพาชายชราและลุงใหญ่ไปที่นั่น จึงไม่มีเวลาไปพบนาย ! ”
เขามองไปที่น้องชาย พยักหน้าแล้วพูดว่า “ไม่เลว นายดูแข็งแกร่งขึ้นมาเยอะเลย”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “ผมอ้วนขึ้นต่างหาก เพราะตอนนี้ผมต้องเข้าสังคมมากขึ้นด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นนายก็ต้องออกกำลังกายให้มากขึ้น อย่าดื่มจนเสียสุขภาพ เพราะร่างกายของนายคือสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงเป็นอันดับแรก”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “ต่อจากนี้ไปผมจะพยายามดูแลสุขภาพให้มากที่สุด ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เม้มริมฝีปาก แล้วพูดว่า “นายมัวมาพูดจาเป็นทางการอะไรกับฉัน พยายามอะไรกันล่ะ ? นายต้องทำให้มันเป็นกิจวัตร เพราะนายยังต้องอยู่ไปอีกนาน ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิงเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว “ได้ครับ พี่ ! ”
ไม่ว่าเขาจะสามารถทำได้ไหมในอนาคต แต่เขาก็ไม่กล้าขัดคำสั่งต่อหน้าเจียงเสี่ยวไป๋
ทั้งสองคนสูบบุหรี่และเดินไปที่สวนหลังบ้าน
ในสวนหลังบ้าน ทั้งสองพูดคุยกันนานกว่าครึ่งชั่วโมง จากนั้นหวังซิ่วจวี๋ก็เข้ามาเรียกพวกเขาไปกินข้าวเย็น แล้วทั้งสองก็กลับเข้าไปในบ้าน
วันนี้เจียงเสี่ยวเฟิงกลับมา อาหารเย็นจึงมีหลายเมนูเป็นพิเศษ
อาหารที่ทำวันนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ชอบกิน
แน่นอนว่าหลังจากที่ไม่ได้กลับมานาน เจียงเสี่ยวเฟิงก็อยากดื่มกับเจียงไห่หยางด้วย
สิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋หยิบมาคือเหล้าเหมาไถหนึ่งขวดที่มีอายุมากกว่ายี่สิบปี
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางตระหนี่กับน้องชายของเขา
เมื่อครอบครัวกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน พวกเขาก็เริ่มพูดถึงเรื่องในบ้านโดยธรรมชาติ
หวังซิ่วจวี๋เหลือบมองเจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ ก่อนจะชี้ไปที่เจียงห่าวที่อยู่ในอ้อมแขนของเจียงเสี่ยวไป๋และเจียงอันที่อยู่ในอ้อมแขนของหลินเจียอิน แล้วพูดว่า “เจ้าสาม เจาตี้ ดูสิว่าอันอันและห่าวห่าวอายุเท่าไหร่ พี่ชายและพี่สะใภ้มีลูกสามคนแล้ว แล้วพวกลูกจะมีลูกอีกเมื่อไหร่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกมีความสุขมาก เพราะในที่สุดแม่ของเขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดสิ่งที่เธออดกลั้นมานาน
ในทางกลับกัน หลินเจียอินที่ต้องทนทุกข์ทรมานมานาน เมื่อเธอได้ยินคำพูดของหวังซิ่วจวี๋ เธอก็รู้สึกกังวลแทนเจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้
เมื่อมองไปที่คนทั้งสอง จู่ ๆ เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ก็ตัวแข็งทื่อไปทันที
เจียงเสี่ยวเฟิงพูดอย่างรวดเร็ว “แม่ เรากำลังกินข้าวอยู่ ทำไมจู่ ๆ แม่ถึงมาพูดเรื่องนี้ ! ”
หวังซิ่วจวี๋พูดด้วยความโกรธ “ทำไมฉันถึงพูดไม่ได้ล่ะ ? ฉันอยากบอกแกมานานแล้ว แต่แกโชคดีที่ไม่กลับมานานกว่าครึ่งปี เพราะมัวแต่ซ่อนตัวอยู่ในเจี้ยนหยาง ตอนนี้มีโอกาสแล้ว ฉันจึงอยากพูดกับแก”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “เราอยู่ที่เจี้ยนหยางเพื่อทำงาน ไม่ได้ซ่อนตัวครับ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “อย่าใช้งานมาเป็นโล่กำบังเลย เมื่อสองปีก่อนแกบอกว่ามัวทุ่มเวลากับงาน ตอนนั้นฉันไม่ได้พูดอะไร”
“ในเวลานั้น พี่ชายและพี่สะใภ้ของแกเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง และไม่มีใครที่พวกเขาสามารถไว้วางใจได้ นอกจากให้แกและหลัวเจาตี้ไปช่วย”
“แต่ตอนนี้พี่ชายและพี่สะใภ้ของแกมีพนักงานหลายหมื่นคนแล้ว แม้จะไม่ถึงแสนคน แต่มันก็มีมากกว่าแกสองคน หากแกสองคนขาดงานไปบ้าง คงจะไม่ส่งผลอะไรต่ออุตสาหกรรมหรอก”
ถูกต้อง… เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ไม่รู้จะตอบว่าอะไรอีกเลย
หวังซิ่วจวี๋กล่าวต่ออีกว่า “แกสองคนมีลูกเพียงคนเดียวคือถิงถิง และยังไม่มีลูกชายด้วยซ้ำ ทำไมถึงไม่อยากมีลูกกันขนาดนั้น ? ”
เธอชี้ไปที่เจียงอันและเจียงห่าวแล้วถามว่า “ไม่อยากมีลูกที่น่ารักเหมือนอันอันและห่าวห่าวไว้ทำให้ชีวิตมีความสุขอย่างนั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงตอบส่ง ๆ ออกมาว่า “ผมก็คิด ทำไมจะไม่คิด…”
หวังซิ่วจวี๋ไม่รอให้เขาพูดจบ และขัดจังหวะทันที “ถ้าแกต้องการ งั้นก็ทำมันเลยสิ ! ”
“เอาล่ะ เมื่อแกกลับไปที่เจี้ยนหยางในครั้งนี้ ฉันจะตามไปอยู่ด้วย ! ”