ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1445 พูดเรื่องไร้สาระอะไร?
ตอนที่ 1445 พูดเรื่องไร้สาระอะไร?
อะไรนะ?
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและมองไปที่หวังซิ่วจวี๋ด้วยความประหลาดใจ
เจียงเสี่ยวเฟิงถามด้วยความตื่นตระหนกว่า “แม่ ทำไมจู่ ๆ เเม่ถึงอยากไปอยู่ที่เจี้ยนหยางด้วยกันล่ะครับ ? ”
“ฉันจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ถ้าฉันต้องการ ! ” หวังซิ่วจวี๋พูดออกมาด้วยความไม่พอใจ “อะไร แกไม่อยากให้ฉันไปอย่างงั้นเหรอ ? ”
“ไม่! ไม่ ! ” เจียงเสี่ยวเฟิงรีบพูดอย่างรวดเร็ว “ผมแค่รู้สึกว่าบ้านของผมไม่ได้กว้างขวางเท่าที่นี่ และแม่อาจไม่รู้สึกสบายใจเมื่อไปอยู่ที่นั่น”
“นอกจากนี้ เจาตี้และผมก็ยุ่งมากในระหว่างวันและไม่ค่อยอยู่บ้าน ส่วนถิงถิงก็ไปโรงเรียนด้วย มันน่าเบื่อมากที่แม่จะอยู่บ้านคนเดียว ! ”
หวังซิ่วจวี๋ตะคอกออกมาอย่างเย็นชาและพูดว่า “ฉันจะไปอยู่ที่นั่นสองสามวัน แต่แกกลับมีข้อแก้ตัวมากมาย แต่ไม่ว่าแกจะพูดอะไรก็ตาม คราวนี้ฉันก็จะไปอยู่กับแกอยู่ดี ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้มองหน้ากัน ทั้งสองไม่สามารถหาเหตุผลที่จะไม่ปฏิเสธหวังซิ่วจวี๋ได้เลย และอดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ
ทำไมหวังซิ่วจวี๋จะต้องไปพักที่บ้านของพวกเขาในเจี้ยนหยางกันนะ ?
เรื่องนี้เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้สามารถจินตนาการได้ด้วยปลายเท้าของพวกเขาทันที
มีเพียงเจียงถิงเท่านั้นที่มีความสุขเป็นพิเศษ เด็กน้อยตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า “คุณย่าจะมาอยู่ที่บ้านของเราเหรอคะ หนูดีใจมากเลย ! ”
“หนูไม่ได้อยู่กับคุณย่ามานานแล้ว หนูชอบนอนข้างคุณย่ามากที่สุด”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ได้แต่เอามือจับหน้าผากของพวกเขาทันที
หวังซิ่วจวี๋มีความสุขอย่างยิ่ง เธอพูดตำหนิเจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ว่า “พวกแกสองคนดูนี่สิ พวกแกทำให้ฉันปวดหัวเปล่า ๆ พวกแกไม่เก่งเท่าหลานสาวของฉัน ! ”
หลังจากพูดจบ เธอก็ยิ้มและพูดกับเจียงถิงว่า “ถิงถิง ย่าไปอยู่บ้านหนูและจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้หนูกินทุกวันเลยนะ”
“หนูชอบกินอาหารที่คุณย่าทำมากเลยค่ะ ! ” เจียงถิงกล่าว “ตอนที่หนูไปอยู่ที่เจี้ยนหยางแรก ๆ พ่อกับแม่ไม่ได้ทำอาหารเอง ทุกครั้งหากไม่พาหนูไปกินข้าวที่โรงอาหาร ก็จะไปกินที่ร้านอาหาร รสชาติของมันไม่ค่อยจะถูกปากหนูสักเท่าไหร่”
หวังซิ่วจวี๋ตกใจมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้ เธอตวัดสายตามองไปที่เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ แล้วถามด้วยความประหลาดใจ “ไม่ได้ทำอาหารที่บ้านด้วยซ้ำ แบบนี้จะเรียกว่าบ้านได้อย่างไร ? ”
เธอมองไปที่เจียงถิงอย่างไม่สบายใจและพูดว่า “ถึงว่า ทำไมถิงถิงของย่าถึงได้ผอมลงแบบนี้”
อันที่จริง เดิมทีเจียงถิงนั้นเป็นเด็กที่มีน้ำมีนวล แต่หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานกว่าครึ่งปี เธอก็ดูสูงขึ้นและดูผอมลงเล็กน้อย หรือบางทีหวังซิ่วจวี๋ก็อาจคิดไปเอง
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “เจาตี้และผมต่างยุ่งกับงานกันทั้งคู่ เราจะมีเวลาทำอาหารกินเองได้ยังไงล่ะครับ”
หลัวเจาตี้ยังกล่าวอีกว่า “ใช่ อาหารในโรงอาหารก็ไม่เลวค่ะ และยังมีอาหารให้เลือกหลากหลายอีกด้วย”
หวังซิ่วจวี๋ชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ และพูดกับเจียงเสี่ยวเฟิงว่า “ไม่ว่าแกจะยุ่งแค่ไหน แกก็จะยุ่งมากกว่าพี่ชายของแกไหม ? ”
“ขนาดเขายุ่งทุกวัน แต่ยังทำอาหารให้ที่บ้านกินได้เลย ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิงพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง บางครั้งมันก็ยากที่จะอธิบายกิจวัตรประจำวันให้พ่อกับแม่ของเขาฟัง ดังนั้นเขาจึงต้องยอมรับว่าเขาบกพร่องในเรื่องนี้
หลัวเจาตี้ไม่กล้าพูดอะไร และได้แต่เงียบ
เจียงถิงถามหวังซิ่วจวี๋ด้วยรอยยิ้ม “คุณย่า คราวนี้คุณย่าจะไปอยู่ที่นั่นกับหนูนานแค่ไหนเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้กังวลอย่างมากว่าหวังซิ่วจวี๋จะไปอยู่ที่นั่นด้วยเป็นเวลานาน พวกเขาต้องการให้แม่ของพวกเขาอยู่ด้วยแค่สามถึงห้าวันเท่านั้น แล้วก็จะส่งเธอกลับมาอยู่ที่บ้านตามเคย
หากว่าจะอยู่ที่นั่นนานกว่านี้อีกหน่อย แต่มากสุดแค่สิบวันครึ่งก็น่าจะพอแล้ว !
ท้ายที่สุดแล้ว ยังมีเด็กน้อยสองคนอย่างเจียงอันและเจียงห่าวอยู่ที่นี่
พวกเขาเชื่อว่าหวังซิ่วจวี๋คงไม่อยากทิ้งเจียงอันและเจียงห่าวไปนานเกิน
โดยไม่คาดคิด หวังซิ่วจวี๋ก็ได้มองไปที่เจียงถิงแล้วพูดว่า “คราวนี้ย่าจะไปอยู่ที่นั่นจนกว่าแม่ของหนูจะให้กำเนิดน้องชายออกมา ! ”
หา ?
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ต่างก็ตะลึงงันไปตาม ๆ กัน
ไม่คิดว่าแม่จะอยู่ที่นั่นกับพวกเขานานขนาดนั้น
และยังไม่มีกำหนดเวลากลับอีกด้วย
เจียงเสี่ยวเฟิงจึงรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “แม่ หากแม่จะไปอยู่กับพวกเขาสักพักก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าแม่ไปอยู่นาน แล้วอันอันกับห่าวห่าวล่ะ ใครจะดูแลพวกเขา ! ”
หวังซิ่วจวี๋ยิ้มแล้วพูดว่า “อันอันและห่าวห่าวก็จะไปเจี้ยนหยางด้วย ฉันจะดูแลพวกเขาตอนกลางวัน และอยู่กับถิงถิงตอนกลางคืน”
เจียงเสี่ยวเฟิงพูดไม่ออกหลังจากได้ยินแบบนี้ เขามองไปที่หลินเจียอินด้วยความไม่อยากจะเชื่อและพูดว่า “พี่สะใภ้ อันอันและห่าวห่าวก็จะไปเจี้ยนหยางด้วยเหรอ ? ”
เขาไม่เชื่อว่าหลินเจียอินจะเต็มใจให้ลูกน้อยทั้งสองไป
เขาเดาว่าเจียงเสี่ยวไป๋ก็ทนไม่ได้เช่นกัน
หลินเจียอินพูดด้วยรอยยิ้ม “อย่างที่ย่าของอันอันพูดแหละ เมื่อย่าของอันอันไปที่เจี้ยนหยาง เธอขอให้ฉันพาอันอันและห่าวห่าวไปกับเธอและอาศัยอยู่ที่นั่นสักพัก”
นี่คือความจริง
หลิวอิ้ถิงได้ทำข้อตกลงกับหวังซิ่วจวี๋ไว้ตั้งนานแล้ว
ที่จริงพวกเขาตั้งใจจะไปนานแล้ว แต่ถูกขัดจังหวะด้วยการมาของหลินต้าจ้าวเสียก่อน
เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินเจียอินพูด เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ต่างก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันที
ดูเหมือนว่าครั้งนี้แม่จะตัดสินใจแล้ว และไม่มีทางที่พวกเขาจะหลบเลี่ยงได้เลย
เขาแค่กลัวอย่างที่เธอบอก ตราบใดที่ภรรยาของเขาไม่ท้อง เธอก็จะไม่ยอมกลับมาที่บ้านหลังนี้เป็นอันขาด
เจียงเสี่ยวเฟิงไม่รู้ว่าต้องทำอะไร และมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋เพื่อขอความช่วยเหลือ
เจียงเสี่ยวไป๋รีบเบือนหน้าหนี ในที่สุดเขาก็สามารถหลุดพ้นจากหลุมนรกนี้ไปได้เสียที เขาจะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกทำไม
เจียงเสี่ยวเฟิงมองไปที่หลินเจียอินอีกครั้ง และพูดว่า “พี่สะใภ้เองก็ยุ่งมาก จะมีเวลาพาอันอันและห่าวห่าวไปที่เจี้ยนหยางได้อย่างไร ! ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ตากับยายของสองแฝดก็คิดถึงเด็กน้อยทั้งสองคนมาก ครั้งสุดท้ายที่เราคุยกันก็ได้สัญญาไว้ว่าจะพาพวกเขาไปอยู่ที่นู่นสักระยะหนึ่ง”
“อีกอย่าง งานที่นี่ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วงมากนัก ! ”
“หลายสิ่งหลายอย่างมาถูกทางแล้ว และสามารถปล่อยให้คนด้านล่างจัดการแทนได้ในหลาย ๆ เรื่อง”
“ถ้าฉันไปที่เจี้ยนหยางสักสองสามวัน มันคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
เจียงเสี่ยวเฟิงเม้มริมฝีปาก: พี่ไม่มีปัญหา แต่เจาตี้กับผมกำลังเจอปัญหาใหญ่น่ะสิ
เอ่อ……
เมื่อไม่มีทางขอความช่วยเหลือได้ เจียงเสี่ยวเฟิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดอย่างตรงไปตรงมา “แม่ เนื่องจากอันอันและห่าวห่าวกำลังจะไปที่เจี้ยนหยางเหมือนกัน ดังนั้นแม่ก็ควรไปอยู่ที่นั่นสักพัก ! ”
เขาทำได้เพียงเห็นด้วยเท่านั้น และค่อย ๆ แก้ปัญหาไปทีละขั้นตอน
ซึ่งแค่หวังว่าแม่ของเขาจะไม่ชอบการอยู่ที่นั่น เธอจะได้อยู่แค่สองสามวันแล้วกลับบ้านมา
ท้ายที่สุดถ้าหลินเจียอิน, เจียงอัน และเจียงห่าวต่างก็ไปที่เจี้ยนหยางแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็จะต้องไปเหมือนกัน แม่จะต้องกังวลเกี่ยวกับการปล่อยให้พ่ออยู่เพียงลำพังที่บ้านอย่างแน่นอน และเธอคงจะไม่สามารถอยู่ที่นั่นได้นานเหมือนอย่างที่เธอพูด
อย่างไรก็ตาม ตอนที่เขากำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่นั้น หวังซิ่วจวี๋ก็พูดกับเจียงไห่หยางว่า “ผู้เฒ่า เก็บของที่จำเป็นของคุณให้เรียบร้อย เราไปครั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะกลับมาภายในวันสองวันนะ”
“อ่า เข้าใจแล้ว ! ” เจียงไห่หยางตอบและพูดว่า “ฉันรู้แล้วน่า ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิงแทบจะสบถด่าในใจ เขามองไปที่เจียงไห่หยางอย่างไม่เต็มใจแล้วถามว่า “พ่อ พ่อก็จะไปที่เจี้ยนหยางด้วยเหรอครับ ? ”
เจียงไห่หยางเหลือบมองเขา และเม้มริมฝีปาก “แกพูดไร้สาระอะไร ? แม่ของแกไปอยู่ที่นุ่น ทำไมฉันจะต้องอยู่บ้านคนเดียวด้วย ? ”
“ก็จริงครับ ! ” เจียงเสี่ยวเฟิงพูดเสียงแผ่ว “แม่ไปอยู่ที่นู่น ดังนั้นพ่อก็ต้องไปเหมือนกัน”
เจียงไห่หยางพูดว่า “เอาล่ะ เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว มากินข้าวกันก่อนเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้กินอะไรแทบไม่ลงในเวลานี้ พวกเขากังวลมากจนไม่หิวอะไรเลย
อย่างไรก็ตาม เจียงถิงลูกสาวของพวกเขาจะคอยบอกเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋เสมอว่าบ้านของเธอนั้นดีแค่ไหน
น่าเสียดายที่พี่ชานชานไม่ได้ไปที่บ้านของเธอด้วย
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “คุณลุง พาพี่ชานชานไปเจี้ยนหยางด้วยได้ไหมคะ ? ”