ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1447 บ้านที่ไม่เหมือนบ้าน
ตอนที่ 1447 บ้านที่ไม่เหมือนบ้าน
แน่นอนว่าหลินเจียอินก็ไปด้วย แต่ว่าเธอต้องไปที่สำนักงานใหญ่ของเจียงเจียกรุ๊ปก่อน เพื่อจัดการเรื่องสำคัญ
ท้ายที่สุดแล้ว การไปอยู่ที่เจี้ยนหยางในครั้งนี้ ก็ไปอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปอยู่ที่นั่นนานแค่ไหน ดังนั้นงานบางอย่างจึงต้องได้รับการจัดเตรียมก่อน
เมื่อเทียบกับตอนที่เธอเริ่มต้นทำธุรกิจกับเจียงเสี่ยวไป๋เป็นครั้งแรก ตอนนี้หลินเจียอินเปลี่ยนไปมาก การปล่อยให้คนอื่นจัดการแทนนั้น เธอมักรู้สึกไม่สบายใจ เว้นแต่เธอจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง
ซึ่งเธอก็เอารูปแบบการทำงานของเจียงเสี่ยวไป๋มาใช้บ้าง โดยมุ่งเน้นไปที่เรื่องใหญ่และปล่อยเรื่องเล็ก ๆ ให้คนอื่นทำแทนไป โดยที่เธอเพียงบอกทิศทางเท่านั้น ที่เหลือก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง
ซึ่งเธอมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบและลงนามเท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋มารับเจียงชาน จากนั้นก็ตรงไปที่สำนักงานใหญ่เจียงเจียกรุ๊ปเพื่อมารับหลินเจียอิน ก่อนจะออกเดินทางสู่เจี้ยนหยาง
หลังจากส่งหลินเจียอิน, เฉินหยุน, หวังเสวี่ยฮัว, เจียงอัน และเจียงห่าวลงที่บ้านพ่อตาของเขาเสร็จ เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาเจียงชานไปที่โรงเรียนประถมศึกษาฉิวซู่สาขาเจี้ยนหยางต่อ
โรงเรียนประถมศึกษาฉิวซู่ของเจี้ยนหยางนั้นตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสนับสนุนของที่นี่
ด้วยการที่เจียงเสี่ยวไป๋จัดการเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว การพาเจียงชานมาเรียนที่นี่ชั่วคราวก็ไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน
ไม่นาน การย้ายมาเรียนชั่วคราวของเจียงชานก็ได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว
วันนี้ไม่มีตารางเรียน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาเจียงชานไปที่บ้านของเจียงเสี่ยวเฟิงต่อ
แม้ว่าเจียงเสี่ยวไปจะพบกับเจียงเสี่ยวเฟิงหลายครั้งเมื่อเขามาที่เจี้ยนหยาง แต่พวกเขาก็มาเจอกันที่ออฟฟิศตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาบ้านของน้องชายในเจี้ยนหยาง
“ดูห้องนี้สิ แทบจะไม่มีอะไรเลยนอกจากโซฟา โต๊ะ และเตียง ! ”
“มันไม่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเลย ? ”
“พวกเธอใช้ชีวิตกันแบบนี้เหรอ ! ”
“ที่บ้านไม่ใช่มีแค่พวกเธออยู่กันสองคน แต่ยังมีถิงถิงด้วย จะปล่อยให้เธอมีคุณภาพชีวิตแบบนี้ได้อย่างไรกัน”
“ถ้าฉันรู้ว่าเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก ฉันคงจะไม่ปล่อยให้หลานมาอยู่ที่เจี้ยนหยาง ! ”
“มาอยู่กับพ่อกับแม่ก็จริง แต่คุณภาพชีวิตแย่มาก ! ”
“……”
ทันทีที่สองพ่อลูกเดินเข้าประตูไป ทั้งสองก็ได้ยินหวังซิ่วจวี๋บ่นลอย ๆ
ในบ้านหลังนี้แทบไม่มีข้าวของเครื่องใช้ บ้านของเจียงเสี่ยวเฟิงนั้นโล่งมากเกินไป ราวกับบ้านที่ไม่มีคนอยู่มาเป็นเวลานาน
สาเหตุหลักก็มาจากเจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในออฟฟิศ โดยปกติแล้วหลังจากที่เจียงถิงเลิกเรียน เธอก็จะไปอยู่ที่ห้องทำงานของหลัวเจาตี้ ทำการบ้านที่นั่น และรอให้พ่อแม่ของเธอทำงานเสร็จก่อน ถึงจะกลับบ้านด้วยกัน
สำหรับพวกเขา บ้านหลังนี้เป็นสถานที่สำหรับเอาไว้ซุกหัวนอนเพียงเท่านั้นจริง ๆ ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากโรงแรมมากนัก
ไม่ต้องพูดหวังซิ่วจวี๋ที่รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นมัน แม้แต่เจียงเสี่ยวไป๋เองก็รู้สึกขอโทษอย่างสุดซึ้งที่ละเลยน้องชายของเขามาตลอด หลังจากที่เห็นมัน
สองปีที่ผ่านมา เขาดูแลน้องชายของตัวเองไม่ดีพอ !
เขามัวแต่สนใจการเติบโตในตำแหน่งหน้าที่การงานของทั้งสอง โดยไม่สนใจชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา
ถ้าแม่ของเขาไม่งอแงมาอยู่ที่นี่ในครั้งนี้ เขาก็คงไม่รู้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวน้องชายจะเป็นเช่นนี้
ครู่หนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
เจียงถิงเห็นเจียงชานเดินเข้ามา เธอก็ตะโกนด้วยความดีใจ “พี่ชานชาน ฉันไม่ได้เจอพี่มานานมากแล้ว ! ”
เธอวิ่งไปจับมือของเจียงชานแล้วกระโดดขึ้นลง เกือบจะร้องไห้ด้วยความดีใจ
“พี่รอง ! ”
“พี่รอง ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้เห็นเจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้ามาในบ้าน ก็รีบเข้ามาทักทายทันที
เมื่อเห็นว่ามีเพียงเจียงเสี่ยวไป๋และเจียงชานเท่านั้นที่มาที่นี่ หลัวเจาตี้จึงถามออกมาว่า “พี่สะใภ้ของฉันอยู่ที่ไหนเหรอคะ หรือว่าเธออยู่ที่บ้านพ่อแม่ของเธอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และพูดว่า “ฉันส่งพวกเขาไปที่บ้านพ่อตาของฉันก่อน จากนั้นฉันก็ไปจัดการเรื่องที่โรงเรียนให้ชานชาน ก่อนจะมาที่นี่”
เมื่อหวังซิ่วจวี๋เห็นเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามา เธอก็มองเขาด้วยความโกรธและพูดว่า “ดูสิว่าเสี่ยวเฟิงและเจาตี้มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ? ”
“ลูกเป็นพี่ชายคนโต แต่กลับไม่สนใจพวกเขาเลยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น นี่ก็เป็นครั้งแรกของเขาที่มาที่นี่ ถ้าเขาเคยมาที่นี่มาก่อน เขาคงไม่ปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้
ในตอนนี้ เขาทำได้เพียงยอมรับความผิดพลาดของตัวเองเท่านั้น
“แม่ครับ ผมดูแลน้องชายไม่ดีพอ เรื่องนี้ผมผิดจริง ๆ คราวหน้าผมจะดูแลเขาให้มากกว่านี้แน่นอนครับ ! ”
หวังซิ่วจวี๋ไม่ได้พูดอะไรอีก
เจียงเสี่ยวเฟิงไม่คาดคิดว่าแม่ของเขาจะหันไปดุเจียงเสี่ยวไป๋แทน เขาจึงรีบพูดอย่างรวดเร็ว “แม่ นี่ไม่ใช่เรื่องของพี่ พี่ดูแลเราอย่างดีมาโดยตลอด แต่เราเองที่ยุ่งเกินกว่าจะหาเวลามาจัดการเรื่องบ้านให้เรียบร้อย”
หวังซิ่วจวี๋ตะคอกและพูดว่า “แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว ! ”
“เมื่อก่อนเราไม่มีเงิน แต่ตอนนี้เรามีเงินใช้มากมายไม่ขาดมือ ? ”
“ไม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญญาซื้อเฟอร์นิเจอร์และข้าวของดี ๆ เข้ามาใช้ในบ้านเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่านี้เสียหน่อย ? ”
“ใช่ครับ ใช่…” เจียงเสี่ยวเฟิงตอบอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “เดี๋ยวผมจะหาเวลาว่างไปซื้อเฟอร์นิเจอร์และของใช้ที่จำเป็นเข้าบ้านให้เร็วที่สุด”
ขนาดแม่จะมาอาศัยอยู่ที่นี่แล้ว ยังบอกว่าไว้จะหาเวลาว่างไปซื้อของเข้าบ้านอีกหรือ
หวังซิ่วจวี๋โกรธมากเมื่อได้ยินเช่นนี้ เธอพูดด้วยความไม่พอใจว่า “เรื่องแค่นี้ยังต้องหาเวลาว่างอยู่อีกเหรอ แกยุ่งมากเลยหรือไง ? ”
พูดแล้ว เธอก็โบกมือและตัดสินใจทันที “ไม่ ไปซื้อมาวันนี้เลย ! ”
เธอมองไปรอบ ๆ ห้องและเห็นว่าแม้แต่ในครัวก็ไม่มีข้าวของอะไรเลย ก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “พวกแกไม่เคยทำอาหารกินเองที่บ้านเลยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวว่า “ก็ออกไปกินข้าวที่ร้านอาหารสิครับ เรามีร้านอาหารท้องถิ่นที่ทำอาหารค่อนข้างอร่อย ผมมักจะ…”
“กินข้าวนอกบ้านทุกวันเลยเหรอ ? ” ก่อนที่เขาจะพูดจบ หวังซิ่วจวี๋ก็ขัดจังหวะและพูดด้วยความโกรธ “รู้แล้วว่าทำไมถิงถิงถึงเบื่อข้าวนอกบ้าน ทั้งที่อยู่กับพ่อแม่แท้ ๆ แต่กลับไม่เคยได้กินข้าวที่บ้าน แล้วแกยังอยากให้เราไปกินข้าวนอกบ้านอยู่อีกเหรอ ? ”
“นี่แกกำลังพยายามจะไล่พวกเราออกไปเหรอ ? ”
เธอเหลือบมองเจียงเสี่ยวเฟิง แล้วพูดว่า “ไม่มีทาง ถ้าภรรยาแกไม่ท้องในครั้งนี้ พ่อของแกและฉันจะไม่ไปไหนเด็ดขาด ! ”
“ในเมื่อลูกไม่มีเวลา พ่อกับแม่จะออกไปซื้อเอง ! ”
“ไม่ใช่ว่าเราไม่มีเงิน ! ”
เมื่อเจียงเสี่ยวเฟิงได้ยินเช่นนี้ ก็มีสีหน้าขมขื่นขึ้นมาทันที และเขาก็อธิบายอย่างรวดเร็ว “ไม่ แม่ ทำไมผมต้องอยากไล่แม่กลับไปด้วยล่ะ ? ”
“เหตุผลหลักคือเราเพิ่งมาถึง และไม่ได้ซื้ออะไรมาเตรียมไว้เลย ไปซื้อของตอนนี้ก็เกรงว่าจะล่าช้าเกินไป ออกไปกินข้าวข้างนอกก่อน แล้วค่อยทำกับข้าวกินที่บ้าน โอเคไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินดังนั้นก็พูดว่า “ลืมไปเถอะ อย่าออกไปกินข้าวข้างนอกเลย เราไปกินข้าวที่บ้านพ่อตาของฉันก็ได้ ! ”
ขณะที่เขากำลังพูด โทรศัพท์ก็ดังขึ้นพอดี
หลัวเจาตี้อยู่ใกล้โทรศัพท์มากกว่า เธอจงเดินไปรับสาย
“……”
“อ้อ ป้าหลิวเองเหรอคะ สวัสดีค่ะ ! ”
“……”
“เอิ่ม…เอิ่ม…อ้อ โอเคค่ะ ! ”
“……”
“ตกลง ! ”
“……”
“เอาล่ะ งั้นแค่นี้ก่อนนะคะป้าหลิว ! ”
หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว หลัวเจาตี้ก็มองไปที่เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ แล้วพูดว่า “ป้าหลิวโทรมาชวนเราทุกคนไปทานข้าวที่บ้านของเธอตอนเที่ยง”
จากนั้น เธอก็พูดกับเจียงเสี่ยวเฟิงว่า “เราไปกันเถอะ ! ”
ในช่วงวันหยุด เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ก็มักจะไปที่บ้านของหลินต้าเหว่ยเป็นประจำ บางครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ หลินต้าเหว่ยก็มักจะโทรมาชวนพวกเขาไปกินข้าวด้วยกันอยู่เสมอ
เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “ตกลง ! ”
จากนั้นก็หันไปพูดกับหวังซิ่วจวี๋ “แม่ เราจะไปทานอาหารที่บ้านลุงหลิน พอทานข้าวที่นั่นเสร็จ ผมก็จะออกไปซื้อของเข้าบ้านเองครับ ! ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ดูสิ ขนาดนี้พวกเขายังเชิญเราไปทานอาหารที่บ้าน ไม่เหมือนพวกแก ที่แทบจะไม่มีข้าวของอะไรอยู่ในบ้านเลย”
เจียงเสี่ยวเฟิงไม่มีคำแก้ตัวอะไร เขาดูเวลา และก็เป็นเวลาสิบโมงกว่าแล้ว เขาจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเราไปที่นั่นกันเถอะครับ ! ”