ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1449 นึกถึงอาคารโบราณ
ตอนที่ 1449 นึกถึงอาคารโบราณ
การมาถึงอย่างกะทันหันของหวังซิ่วจวี๋และเจียงไห่หยางได้รบกวนสภาพความเป็นอยู่ของเจียงเสี่ยวเฟิง และหลัวเจาตี้อย่างสิ้นเชิง
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หวังซิ่วจี๋จะทำอาหารมื้อพิเศษที่บ้านรอทุกคนกลับมากินตอนเลิกงานหกโมงเย็นทุกวัน
มีการติดตั้งทีวีที่บ้านด้วย และยังซื้อตู้เย็นเข้ามา หากว่าถึงเวลาสามทุ่ม หวังซิ่วจี๋ก็จะกระตุ้นให้ทั้งสองเข้าห้องนอนทันที ส่วนเธอก็จะพาเจียงถิงไปนอนด้วย
ส่วนเจียงไห่หยางนั้นอยู่มันทั้งสองหลัง บางครั้งก็อยู่ที่บ้านของเจียงเสี่ยวเฟิง บางวันก็ไปอยู่ที่บ้านของหลินต้าเหว่ยบ้างเป็นครั้งคราว
ความสัมพันธ์ระหว่างสองพ่อตาเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามคำบอกเล่าของหลินเจียอินที่บอกว่ามิตรภาพระหว่างทั้งสองเกิดขึ้นจากการดื่ม
ในช่วงนี้ เจียงเสี่ยวไป๋มีเวลาว่างเยอะมาก เขาจึงพาเจียงอันและเจียงห่าวไปเดินเล่นบนถนนกู่หยาทุกวัน และได้รู้จักกับเพื่อนบ้านในระแวกนั้นไปด้วย
ไม่ใช่ว่าเขามีชื่อเสียงแต่อย่างใด แต่หลัก ๆ แล้วคือเจียงอันและเจียงห่าวนั้นน่ารัก จนชาวบ้านที่เห็นเป็นต้องเอ็นดูพวกเขา
ในวันนี้ เจียงเสี่ยวไป๋กำลังจับมือเจียงห่าวเพื่อฝึกให้เธอเดินอยู่ใต้ต้นหนานใหญ่ ในขณะที่หลินเจียอินก็จับมือของเจียงอันเพื่อฝึกให้เขาเดินเช่นกัน
บางครอบครัวอาจบอกได้ว่าพ่อจะชอบลูกสาวมากกว่าลูกชาย ในขณะที่แม่จะทุ่มเทให้กับลูกชายมากกว่า
เพราะเจียงเสี่ยวไป๋จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเลี้ยงลูกไปกับการเลี้ยงดูเจียงห่าวลูกสาวของเขามากกว่า ในขณะที่หลินเจียอินใช้เวลากับเจียงอันมากกว่าเจียงห่าว
เป็นอะไรที่หายากที่สี่คนพ่อแม่ลูกจะได้มีช่วงเวลาที่ดีด้วยกันแบบนี้
ทว่าในตอนนั้น จู่ ๆ ก็มีรถยนต์ขับเข้ามาช้า ๆ และจอดอยู่ใกล้ต้นหนานใหญ่
ในไม่ช้า หลี่กังก็เดินลงออกมาจากรถและโบกมือทักทายเมื่อเขาเห็นเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินอยู่ตรงนั้น
“สวัสดีประธานหลิน ! ”
“สวัสดีผู้ช่วยเจียง ! ”
เมื่อกล่าวทักทายเสร็จ เขาก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
หลินเจียอินพยักหน้ารับเล็กน้อย “สวัสดี นายอำเภอหลี่ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยืนขึ้น มองไปที่หลี่กังแล้วกล่าวทักทายเช่นกัน “สวัสดี นายอำเภอหลี่ คุณมาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ ? ”
หลี่กังกล่าวว่า “ขออภัยด้วยจริง ๆ คุณและประธานหลินมาอยู่ที่เจี้ยนหยางสองสามวันแล้ว แต่ฉันเพิ่งมีเวลามาเยี่ยม ต้องขอโทษด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “นายอำเภอหลี่สุภาพเกินไปแล้ว ผมมาที่นี่ จะรอให้คุณมาหาได้อย่างไร ผมต้องเป็นคนไปหาคุณสิ”
“อีกอย่างผมก็มาที่เจี้ยนหยางเพื่อพักผ่อนเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ได้เตรียมงานมาทำที่นี่ ผมรู้ว่าคุณมีงานยุ่ง จึงไม่ได้ไปรบกวนคุณ อย่าโกรธเคืองกันเลยนะครับนายอำเภอหลี่ ! ”
หลี่กังกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ผู้ช่วยเจียง อย่าพูดอย่างนั้น เจี้ยนหยางอยู่ได้โดยไม่มีฉัน แต่ไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีคุณ”
“หากไม่มีคุณ เศรษฐกิจของเจี้ยนหยางของเราคงจะพังทลายลงไป และล้าหลังเป็นอย่างมาก”
สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริง เศรษฐกิจของเจี้ยนหยางในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งที่ทำอยู่ในหมู่บ้านต้าชิ่ง หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงนครแห่งเหล้าเจี้ยนหยางล้วนเป็นอุตสาหกรรมทั้งหมดของเจียงเจียกรุ๊ป
แม้แต่ภาคเกษตรกรรม ป่าไม้ ปศุสัตว์ การประมงและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในเจี้ยนหยางส่วนใหญ่ก็ยังได้รับการสนับสนุนจากเจียงเจียกรุ๊ปด้วย
อาจกล่าวได้ว่าที่เศรษฐกิจของเจี้ยนหยางพัฒนามาได้จนถึงปัจจุบันนั้น ล้วนมาจากการลงทุนของเจียงเจียกรุ๊ปทั้งหมด
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “นายอำเภอหลี่อย่าพูดอย่างนั้นเลยครับ ผมก็เป็นแค่คนที่นำโครงการต่างมาที่เจี้ยนหยาง แต่การที่เจี้ยนหยางสามารถประสบความสำเร็จได้จนถึงทุกวันนี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับผม”
“มันเป็นผลมาจากการทำงานหนักของทีมผู้นำของคุณ และการช่วยกันของประชาชนในมณฑลต่างหาก”
หลี่กังยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันแล้ว”
“คุณพูดถูก ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “คุณมาหาผมเพราะมีธุระอะไรใช่ไหมครับ ? ”
หลี่กังยิ้มและพูดว่า “ไม่มีอะไรจริง ๆ ฉันมาที่นี่เพื่อมามาเยี่ยมคุณ”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงให้หลินเจียอินดูแลเจียงห่าวไปก่อน ส่วนเขาก็ยื่นบุหรี่ให้กับหลี่กัง แล้วพูดว่า “นายอำเภอหลี่ งั้นเราไปเดินเล่นกันเถอะครับ”
การสูบบุหรี่ใกล้เด็กนั้นไม่ดี
เขาไม่ต้องการให้ลูกชายและลูกสาวคนสำคัญของเขาต้องสูดควันบุหรี่มือสองมากเกินไป
“ตกลง ! ”
หลี่กังจุดบุหรี่แล้วเดินไปด้านข้างพร้อมกับเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นายอำเภอหลี่ ที่คุณมาที่นี่อาจไม่ได้มีธุระอะไรกับผม แต่ผมมีเรื่องบางอย่างที่จะพูดกับคุณ”
“โอ้ ? ” หลี่กังดูประหลาดใจ หากเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่ามีธุระบางอย่างจะคุยด้วย แสดงว่าจะต้องมีเรื่องที่เซอร์ไพร์สอย่างแน่นอน
เขาจึงถามออกมาอย่างใจร้อน “ผู้ช่วยเจียง บอกฉันสิว่าคุณมีธุระอะไรจะคุยกับฉัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “มันไม่ใช่ข่าวดีอะไรหรอกครับ ผมไปเห็นอาคารหลังใหญ่ที่ปลายถนนกู่หยา ดูเหมือนว่าจะไม่มีคนอยู่”
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ บางครั้งหากไม่มีอะไรทำ เขาก็มักจะอุ้มเจียงห่าวเดินเล่นไปตามถนนกู่หยา เเต่เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาเดินไปไกลกว่าปกติ จึงเห็นอาคารโบราณหลังใหญ่เข้า
เนื่องจากในชีวิตก่อน เขาไม่ได้ใช้เวลาอยู่ที่เจี้ยนหยางมากนัก เขาจึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับอาคารโบราณในเจี้ยนหยาง
ในชีวิตนี้ ก่อนหน้าที่เขามาที่เจี้ยนหยาง เขาเดินทางไปมาอย่างรีบร้อน จึงเจอสถานที่ถูกใจเพียงไม่กี่แห่ง และเขาก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับอำเภอเจี้ยนหยางมากนัก ดังนั้นเขาจึงไม่ทันสังเกตเห็น และไม่รู้ว่าเป็นของใคร
เขาไม่รู้ แต่หลี่กังรู้ดี เขารู้ว่ามันอยู่ที่ไหนทันทีที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดถึง เขาจึงพูดออกมาทันทีว่า “ผู้ช่วยเจียง ที่คุณกำลังพูดถึงคือสำนักศึกษาหวู่หยางสินะ ! ”
“อ้อ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบกลับและโพล่งออกมาด้วยความสนใจ “ที่แท้มันคือสำนักศึกษาโบราณนี่เอง ! ”
หลี่กังพยักหน้าและแนะนำเขาทันที
สำนักศึกษาหวู่หยางสร้างขึ้นในปีที่ 20 ของรัชศกเฉียนหลง ตรงกับฃปี ค.ศ. 1755 และเพราะในอำเภอเจี้ยนหยางมีตำบลเจี้ยนหยาง ตำบลเฉาหยาง ตำบลตังหยาง และตำบลจิงหยาง พวกเขาจึงตั้งชื่อให้สอดคล้องเป็น ‘หวู่หยาง’
ในปีที่ 21 แห่งรัชศกเต้ากวง ซึ่งก็คือในปี ค.ศ. 1841 นายอำเภอในตอนนั้นได้ระดมเงินบริจาคและสร้างห้องถือศีลอด โรงสอบ และห้องบรรยายธรรมขึ้นมา
เดิมทีสำนักศึกษาหวู่หยางมีอาคารมากกว่า 40 หลังในขนาดต่าง ๆ รวมถึงห้องโถงตะวันออกและตะวันตก เช่นเดียวกับลานยิงปืน ห้องโถงอย่างเป็นทางการ ศาลา และทางเดินลูกศร
ต่อมาในปีที่ 31 แห่งรัชศกกวงซู ซึ่งตรงกับปี ค.ศ. 1900 มันถูกใช้เป็นโรงเรียนประถมศึกษาของอำเภอเจี้ยนหยาง
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าและพูดว่า “นั่นคือที่ตั้งของมรดกทางวัฒนธรรมของอำเภอเจี้ยนหยางเลยนะครับ ! ”
หลี่กังพูดด้วยรอยยิ้ม “พูดแบบนั้นก็ได้ แต่สำนักศึกษาหวู่หยางถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งที่นั่นก็ถูกปิดตายมาหลายปีแล้ว ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ก่อน และรู้ว่าอาคารที่เจียงเสี่ยวไป๋สนใจคือสำนักศึกษาหวู่หยาง เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังวางแผนที่จะซื้อมัน
ในปี 1985 รัฐไม่ได้ให้ความสำคัญกับการปกป้องอาคารโบราณมากนัก ดังนั้นหากเจียงเสี่ยวไป๋ต้องการซื้อมัน ทางเจี้ยนหยางก็สามารถพิจารณาขายให้เขาได้
ท้ายที่สุดแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็มีความสำคัญและส่งอิทธิพลต่อเจี้ยนหยางมาก ดังนั้นจึงต้องให้การดูแลเขาเป็นพิเศษ
เขายิ้มและถามว่า “อย่าบอกว่า ? ผู้ช่วยเจียงสนใจที่นี่น่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมสนใจนิดหน่อย ! ”
หลี่กังกล่าวว่า “ถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะยาก แต่ถ้าผู้ช่วยเจียงต้องการก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ครับ งั้นผมขอดูก่อนว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง ? ”
หลี่กังยิ้มร่าและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณสามารถกำหนดเงื่อนไขเองได้เลย เราไม่มีเงื่อนไขพิเศษใด ฉันจะพูดคุยกับสมาชิกในทีมเมื่อฉันกลับไป แล้วเราค่อยมาบรรลุข้อตกลงกันก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้ม ตอนนี้หลี่กังให้อิสระแก่เขา ดังนั้นเงื่อนไขที่เขาเสนอก็น่าจะดีกว่าเงื่อนไขที่ทางเจี้ยนหยางเสนอออกมาแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เขาไม่สนใจ แค่รู้ว่าจะได้ซื้อสำนักศึกษาหวู่หยางเขาก็ดีใจมากแล้ว จึงกล่าวว่า “ผมก็จะกลับไปคิดสักวันสองวันก่อน นายอำเภอหลี่ก็ลองกลับไปพูดคุยกับคนในทีม เพื่อดูว่าพวกเขามีความคิดเห็นอย่างไร”