ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1451 คุยเรื่องเงินน่าจะยังไม่เหมาะสม
ตอนที่ 1451 คุยเรื่องเงินน่าจะยังไม่เหมาะสม
ในวันรุ่งขึ้น หลี่กังก็ได้กลับมาอีกครั้ง
ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ หลังจากที่ทั้งสองได้พูดคุยทักทายกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลี่กังก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ผู้ช่วยเจียง ที่คุณบอกเมื่อวาน วันนี้ฉันได้จัดประชุมกับสมาชิกในทีมแล้วและทุกคนก็ตกลงตามนั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “นายอำเภอหลี่เก่งมากจริง ๆ ทำให้พวกเขาตกลงตามข้อตกลงได้เร็วมาก”
หลี่กังหัวเราะพลางพูดว่า “ก็เพราะนี่เป็นเรื่องของผู้ช่วยเจียงไง เราเลยจะต้องจัดการมันอย่างรวดเร็วที่สุด”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามต่อว่า “แล้วทางอำเภอของคุณมีเงื่อนไขอะไรบ้างล่ะ ? ราคาตั้งไว้ที่เท่าไหร่ ? ”
เขาจะต้องตัดสินใจและจัดการเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว เพราะเขาคิดว่าคนอื่นก็คงคิดที่จะทำมันเหมือนกัน
หลี่กังยิ้มออกมาแล้วโบกมือ ก่อนที่จะพูดว่า “มันจะยังไม่เหมาะสมหรือเปล่าที่จะคุยเรื่องเงินกับคุณในตอนนี้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกขบขันและพูดด้วยรอยยิ้ม “มันคือธุรกิจ ถ้าเราไม่พูดเรื่องเงินกันจะไปมีประโยชน์อะไรล่ะ ? ให้คุยเรื่องความรู้สึกเหรอ ? ”
หลี่กังหัวเราะและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง อย่าพูดอย่างงั้นนะ ไม่งั้นผมจะคุยเรื่องความรู้สึกกับคุณจริง ๆ นะ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปที่หลี่กัง ในฐานะคนที่กลับมาเกิดใหม่ ในฐานะมหาเศรษฐีของโลกอนาคต เขารู้ดีว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการเหล่านั้นมักจะชอบพูดถึงมากที่สุดนั้นก็คือเรื่องของความรู้สึก
ถึงจะเป็นแบบนั้น เขาก็ยังเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้เชื่อในเรื่องความรู้สึกสักเท่าไหร่
โดยปกติทั่วไปแล้ว เมื่อพูดถึงเรื่องของความรู้สึก หากไม่ใช่คนที่อำนาจไม่ถึงแล้วต้องการบางสิ่งบางอย่างมาค้ำอำนาจให้ตัวเองแล้ว ก็คงเป็นคนที่มีแผนการใหญ่ในใจ
ตอนนี้เขาคิดไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าเหล่าผู้นำของเจี้ยนหยางต้องการอะไรจากเขากันแน่ ?
แต่มันไม่ใช่สำหรับเขาอย่างแน่นอน
เพราะที่จริงแล้วคุณต้องยืนหยัดด้วยความแข็งแกร่งของตัวคุณเอง
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งนี้ได้จึงพูดขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมาว่า “นายอำเภอหลี่ เราก็เป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ถ้าหากคุณสงสัย มีคำถามหรืออยากจะรู้อะไร คุณพูดมันออกมาตามตรงเลย ผมคิดว่าถ้าเป็นแบบนั้นมันน่าจะดีกว่า”
หลี่กังยิ้มและพูดว่า “ตราบใดที่ผู้ช่วยเจียงเห็นด้วย ก็คงจะไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มออกมาโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรออกไป และรอเขาพูดเข้าประเด็น
เมื่อเห็นว่าเขาเงียบ หลี่กังก็ไม่มีทางเลือกนอกจากพูดขึ้นมาเองว่า “ผู้ช่วยเจียง สมาชิกของเราหลายคนในทีมต่างก็สงสัยกันว่าเจียงเจียกรุ๊ปพอจะสร้างอาคารสูงในเจี้ยนหยางอีกได้ไหม ? ”
ฮะ ?
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เขารู้ว่าเจี้ยนหยางจะต้องกำหนดเงื่อนไขอะไรบางอย่างอย่างแน่นอน แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่ามันจะเป็นการพัฒนาทรัพย์สินด้วยตัวเอง ! นี่ไม่ใช่เงื่อนไขสำหรับเจียงเจียกรุ๊ป !
ปัจจุบันเจียงเจียกรุ๊ปกำลังลงทุนอย่างจริงจังในกองทุนและทรัพยากรในอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงแผนที่จะเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเจียงเฉิง เทียนจิง เซี่ยงไฮ้ ถู่เฉิง หวงโจว และสถานที่อื่น ๆ
ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋เองก็นึกถึงเจี้ยนหยางด้วยเช่นกัน
เพียงแต่เขายังไม่ได้คุยกับพ่อตาอย่างจริงจังเลย
คิดไม่ถึงเลยว่าหลี่กังจะพูดออกมาก่อนแล้ว
แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้เห็นด้วยในทันที แต่เขากลับขมวดคิ้วและถามว่า “แล้วนายอำเภอหลี่ พวกคุณอยากได้อาคารสูงขนาดไหน”
เพราะในตอนนี้อาคารที่สูงที่สุดในมณฑลจีนตอนกลางก็คืออาคารชิงโจวที่อยู่ในชิงโจว
แน่นอนว่าอาคารการค้าระหว่างประเทศสูง 99 ชั้นที่วางแผนจะสร้างไว้ในเจียงเฉิงจะกลายเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศชั่วคราวหากสร้างเสร็จ
แม้ว่าข่าวนี้จะไม่ได้ประกาศต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ แต่หลายคนก็เคยได้ยินเรื่องนี้
ในฐานะที่เขาเป็นถึงนายกอำเภอเจี้ยนหยาง ไม่มีทางเลยที่เขาจะไม่รู้เรื่องนี้
หลี่กังกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจี้ยนหยางของเราเป็นเมืองเล็ก ๆ คงจะไม่สูงมาก แค่สัก 34 ชั้นก็พอแล้ว ! ”
34 ชั้น ? เจียงเสี่ยวไป๋หันไปมองที่หลี่กังอีกครั้ง เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว เพราะว่าความสูงของอาคารชิงโจวนั้นอยู่ที่ 33 ชั้น
แต่เขาจะสร้างให้ต่ำกว่าหรือสูงกว่าอาคารชิงโจวก็ได้ อยู่ที่เขาจะเลือกอย่างไร
หลังจากที่หลี่กังพูดแบบนั้น เขาก็ปล่อยให้เจียงเสี่ยวไป๋ได้ตัดสินใจ
ขึ้นอยู่กับเขาว่าจะตัดสินใจสร้างมันขึ้นมาใหม่ในเจี้ยนหยางไหม เพราะอาคารที่เจี้ยนหยางอาจสูงกว่าอาคารชิงโจว
ที่จริงแล้วเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้สนใจเลยว่าอาคารสูงแห่งใหม่ที่จะถูกสร้างขึ้นในเจี้ยนหยางจะสูงสามสิบหรือสี่สิบชั้น
เพราะในอนาคตจะมีอาคารสูงอีกมากมายที่ถูกสร้างเพิ่มขึ้นในชิงโจว
และยังจะได้รับสมญานามว่าอาคารที่สูงที่สุดในมณฑลจีนตอนกลางอีกด้วย และตัวเขาเองก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าจะมันจะสูงกว่าอาคารในชิงโจว
แต่สิ่งที่เขาสนใจมากกว่านั้นก็คือนโยบายที่เจี้ยนหยางพอจะเสนอมาให้เขาได้ อีกทั้งอาคารที่ใหญ่ขนาดนั้นจะให้ไปตั้งอยู่ที่ไหน ?
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มกล่าวว่า “นายอำเภอหลี่ นี่ถือว่าเป็นเงื่อนไขในการขายสถาบันหวู่หยางให้ผมหรือเปล่า ? ”
หลี่กังพูดอย่างรวดเร็ว “ไม่ เรายังไม่ได้พูดถึงเงื่อนไข แต่แค่คิดว่ามันน่าจะดีต่อเราทั้งคู่ ! ”
เศรษฐกิจของเจี้ยนหยางเองก็กำลังดีขึ้น แต่เจี้ยนหยางเองก็ยังไม่เคยมีอาคารไหนที่เป็นที่น่าสนใจเลย แต่หลังจากที่หลี่กังและคนอื่นได้เห็นอาคารในชิงโจว พวกเขาก็มีความคิดที่อยากจะมาพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ ว่าอยากให้มาสร้างอาคารแบบนี้ที่เจี้ยนหยางด้วย
และพวกเขาเองก็คาดไม่ถึงว่าเหมือนกันว่าเจียงเสี่ยวไป๋ก็สนใจสถาบันหวู่หยางที่เจี้ยนหยางของพวกเขาด้วยเหมือนกัน
เพราะแบบนั้น เมื่อวานนี้หลี่กังจึงรีบกลับไปที่หน่วยงานเพื่อจัดการประชุมกับสมาชิกในทีมด้วยความรวดเร็ว และพอเขาพูดเข้าถึงเรื่องนี้ ก็มีคนพูดถึงเรื่องการสร้างอาคารขึ้นมาในทันที
เมื่อได้ยินสิ่งที่หลี่กังพูด เจียงเสี่ยวไป๋ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าจำไม่ผิด มันมีวัดเฉาหยางที่อยู่ในเจี้ยนหยางด้วย ถ้าหากพวกเราอนุมัติการสร้างอาคารให้ พวกคุณพอจะยกวัดให้พวกเราได้ไหม”
หลี่กังที่ได้ยินแบบนั้นก็สะดุ้งไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เจียงเสี่ยวไป๋จะถามเรื่องวัดเฉาหยางขึ้นมาอีกครั้ง
เขาจึงรู้ได้ในทันทีว่าเจียวเสี่ยวไป๋นั้นเป็นคนที่ชอบอาคารโบราณมาก เพราะขนาดวัดเฉาหยางเล็ก ๆ เขาก็ยังให้ความสนใจกับมัน
หลี่กังไม่ลังเลเลยที่จะตอบว่า “สบายมาก ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เดี๋ยวเราค่อยมาคุยเรื่องเอกสารกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เยี่ยมเลย ถ้าอย่างนั้นเจียงเจียกรุ๊ปของเราก็สามารถเข้ามาสร้างอาคารสูงกว่าสี่สิบชั้นได้อย่างสบายใจเช่นกัน”
“40 ชั้นเลยหรือ ! ” หลี่กังรีบโพล่งออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ เขาไม่สามารถปกปิดความตื่นเต้นของเขาได้เลย
เมื่อวานตอนที่พวกเขาประชุมกัน พวกเขาเองก็คาดหวังไว้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะตอบตกลงที่จะสร้างอาคารให้กับพวกเขาด้วยเหมือนกัน
เพราะอย่างไรชิงโจวเองก็เป็นเมืองเอกอยู่แล้ว ไม่แปลกที่จะให้อาคารที่ใหญ่ที่สุดไปอยู่ที่นั่น
คาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะตอบตกลงที่จะสร้างอาคารสูงกว่า 40 ชั้น เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายของหลี่กังและคณะของเขาเป็นอย่างมาก
แต่พวกเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าอาคารสูงหลายสิบชั้นในตอนนี้ยังสามารถแข่งขันเพื่อชิงอันดับอาคารสูงได้อยู่ แต่หลังจากนั้นอีกไม่นาน ก็จะมีอาคารที่สูงนับร้อยชั้นได้ถูกสร้างขึ้นมาและก้าวขึ้นแท่นตึกสูงแทนอาคารพวกนี้
ก็มีแค่คนในสมัยนี้เท่านั้นที่ยังคงใส่ใจกับเรื่องพวกนี้อยู่ แต่กลับกันคนอย่างเจียงเสี่ยวไป๋ผู้มีประสบการณ์ในยุคใหม่มาแล้ว เขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้สักเท่าไหร่
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นายอำเภอหลี่ คุณต้องเลือกที่ดินและกำหนดราคาที่ดินมาก่อน จึงจะสามารถเริ่มขั้นตอนต่อไปได้”
หลี่กังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งและพูดว่า “ถ้าเป็นที่ดิน พวกเราได้เลือกเอาไว้แล้วเรียบร้อยแล้ว หากคุณอยากไปดู ฉันพาคุณไปดูตอนนี้เลยดีไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือแล้วพูดว่า “ไม่ ๆ เรื่องนี้เดี๋ยวผมจะให้จวงปี้เฉิงจัดการ เดี๋ยวเขาจะมาคุยกับคุณอีกที ผมไม่เข้าไปแทรกแซงหรอก ! ”
จวงปี้เฉิงเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทอี้เคอพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือเจียงเจียกรุ๊ป ปัจจุบันเขารับผิดชอบในส่วนของงานด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด
เขาพยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ แต่ว่าตอนนี้ฉันว่าจะกลับแล้ว เดี๋ยวคุณจวงจะมาคุยกับคุณอีกทีนะ”