ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1452 จวงปี้เฉิงมา
ตอนที่ 1452 จวงปี้เฉิงมา
ไม่กี่วันต่อมา จวงปี้เฉิงก็มาถึงถนนกู่หยา
กลับมาที่ใต้ต้นหนานต้นใหญ่ หลินเจียอินและเจียงเสี่ยวไป๋นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ โดยอุ้มเจียงอันและเจียงห่าวที่กำลังนอนหลับสนิทไว้ในอ้อมแขน ภายใต้แสงแดดอันอบอุ่นในฤดูหนาวที่ส่องผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งก้านหนาทึบและใบของต้นไม้ใหญ่
จวงปี้เฉิงที่ยืนดูพวกเขาสี่คนอยู่ตรงนั้น รู้สึกว่ามันเป็นฉากที่อบอุ่นมากจนไม่กล้าเข้าไปรบกวน จึงได้แต่มองดูอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา
ในโลกนี้ ทุกคนต่างก็ดิ้นรนทำงานหนักเพียงเพราะอยากให้ครอบครัวของตัวเองได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนรวมถึงตัวของเขาเองต่างก็มีงานยุ่งอยู่ทุกวัน เขารู้สึกว่ามีงานให้ทำมากมายจนไม่รู้จบ แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าการที่เขาทำงานนี้จะทำให้เขาสามารถหาเงินได้มากขึ้น และครอบครัวของเขาก็จะได้สบายมากขึ้นไปด้วย
โดยส่วนใหญ่แล้วทุกคนต่างก็ใช้เวลาไปกับการทำงาน จนละเลยการใช้เวลากับครอบครัว พวกเขามักจะกลับบ้านดึกเสมอ และจะออกไปทำงานในตอนรุ่งเช้าของอีกวัน ในตอนที่ภรรยาและลูก ๆ ของพวกเขายังไม่ตื่น
นานแล้วสินะที่ไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของคนในครอบครัว……
นานแล้วสินะที่ไม่ได้กินอาหารดี ๆ ด้วยกันและเล่นเกมด้วยกัน……
บางอย่างไม่ใช่ว่าเขาทำได้ไม่ดี แต่เป็นเจียงเสี่ยวไป๋เองที่ทำมันออกมาได้ดีมากต่างหาก
“ต้องเป็นเจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้นจริง ๆ ! ”
จวงปี้เฉิงได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง แม้ว่าเขาจะอิจฉาในความสามารถของเจียงเสี่ยวไป๋มากขนาดไหน แต่เขาก็รู้ตัวเองดีว่าต่อให้เขารู้เรื่องพวกนี้ แต่เขาก็ทำอย่างเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้
ทุกคนต่างก็มีความฝันอยู่ในใจเหมือนกัน เพียงแค่ความสามารถอาจจะยังไม่ตรงกับความฝันนั้น พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้ ความเป็นจริงมักเป็นอย่างนั้นเสมอ บางคนจึงยังมีชีวิตที่ยากลำบากอยู่
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้ แต่เพียงแค่ความสามารถของพวกเขาอาจยังไม่ถึงระดับนั้น
หรือจะพูดให้ถูกก็คือยังมีอะไรอีกมากมายที่พวกเรายังไม่สามารถปล่อยวางได้
“อ้าว เหล่าจวง นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ที่หันไปเห็นจวงปี้เฉิงก่อนก็พูดขึ้นมาว่า “มาแล้วหรอ ทำไมคุณถึงไม่เข้ามาล่ะ ? ”
จากนั้น จวงปี้เฉิงจึงเดินมาหาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะพูดว่า “เห็นพวกคุณกำลังนั่งพักผ่อนกันอย่างสบายใจ พอเห็นแล้วก็แอบอิจฉาขึ้นมา ผมเลยไม่กล้ารบกวน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ฉันก็แค่แอบขี้เกียจนิดหน่อยน่ะ ไม่ต้องอิจฉาไปหรอก”
จวงปี้เฉิงอยากจะพูดออกมาอย่างจริงใจว่า: ถึงแม้ว่าคุณจะขี้เกียจ แต่คุณก็เป็นคนเก่งนะ แต่ถ้าเป็นพวกเราแล้วน่าจะเป็นไปไม่ได้
เฮ้อ… ความสามารถของฉันยังไม่เพียงพอ ถ้าไม่ทำงานหนัก เราก็จะยิ่งตามเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ทัน
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น เขาก็ไม่คิดที่จะบอกเจียงเสี่ยวไป๋อยู่แล้ว เขาพูดออกมาเพียงว่า “ผมมาที่นี่เพื่อรายงานให้คุณทราบว่าเราได้ลงนามสัญญากับนายอำเภอหลี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้คุณก็ทำมาแล้วหลายโครงการ น่าจะคุ้นเคยกับอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาบอกฉันก็ได้ คุณทำได้เลย”
จวงปี้เฉิงจึงตอบกลับมาอย่างสุภาพว่า “ไม่หรอก ถึงแม้ว่าผมจะคุ้นเคยกับมันมากขนาดไหน ความคิดของผมกับของคุณนั้นมันแตกต่างกันมากอยู่ดี ทุกครั้งที่เวลาผมได้พูดคุยกับคุณ ผมมักจะได้รู้อะไรใหม่ ๆ ตลอด สามารถนำไปใช้ต่อยอดหาผลกำไรเพิ่มขึ้นได้ด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือแล้วพูดว่า “แต่ในตอนนี้ ฉันคิดว่าความรู้และข้อมูลที่คุณมีก็เก่งมากแล้ว หากคุณได้พูดคุยกับปังต้าไห่และคนอื่น ๆ มากขึ้น ก็จะสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน”
จวงปี้เฉิงกล่าวว่า “หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์ ผมก็ไปหาปังต้าไห่และพูดคุยกับเขานานกว่าหนึ่งชั่วโมง
จนมั่นใจว่าคุยละเอียดแล้ว ถึงได้เดินทางมาที่เจี้ยนหยาง”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ”
จวงปี้เฉิงยิ้มอย่างข่มขื่น ก่อนที่จะเขาจะทำท่าทางเหมือนจะอธิบายแบบแผนให้ฟัง เจียงเสี่ยวไป๋ที่เห็นแบบนั้นก็รีบห้ามและบอกให้ทำตามนั้นได้เลย
เขาจึงพูดว่า “ก่อนอื่นเลย ผมจะกลับไปชิงโจวก่อน บ้านชุดแรกที่นั่นจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในปลายเดือนนี้ ผมจึงจะต้องรีบกลับไปเตรียมการบางอย่าง และวางแผนและออกแบบที่นี่ด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นวันนี้คุณก็กลับไปก่อนเถอะ แล้วอีกสักสองวันฉันจะกลับไปเช่นกัน”
ในครั้งนี้ถือว่าเขาใช้เวลาอยู่ในเจี้ยนหยางมานานพอสมควรแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับชิงโจว
จวงปี้เฉิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนที่จะกล่าวลาแล้วจากไป
หลังที่เขาเดินกลับไปแล้ว หลินเจียอินก็ได้ถามออกมาว่า “แล้วคุณวางแผนที่จะกลับเมื่อไหร่ ? ”
เธออยู่ที่นี่มานานแล้ว แต่ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ แต่เธอก็ยังคงคอยโทรศัพท์ไปหาโจวเสี่ยวโจทุกวัน เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัท เพราะมีบางเรื่องที่เธอต้องไปลงนามด้วยตนเอง
เธอจึงมีความคิดที่อยากจะกลับไปที่ชิงโจวแล้ว
แต่ก่อนหน้านี้เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย ดังนั้นเธอก็เลยไม่พูดถึงอีก
แต่ในตอนนี้เจียงเสี่ยวไป๋ได้เริ่มหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถาม
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมต้องบอกพ่อกับแม่ก่อน โดยเฉพาะกับแม่ เพราะทันทีที่เรากลับไป อันอันและ
ห่าวห่าวก็จะกลับไปกับเราด้วย แม่ก็อาจจะไม่ได้เห็นอันอันและห่าวห่าวไปอีกสักพักเลย ไม่รู้ว่าแม่จะยอม
ไหม”
หลินเจียอินกล่าวว่า “แม่นี่ก็จริง ๆ เลย มาอยู่กับเสี่ยวเฟิงและเจาตี้ที่นี่ มันจะช่วยอะไรได้ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ให้แม่มาอยู่นี่ก็ดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยบ้านของเสี่ยวเฟิงก็น่าจะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านจริง ๆ ”
หลินเจียอินพยักหน้าและพูดอย่างเห็นด้วย “นั่นก็จริง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาทั้งสองคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทำแต่งาน ไม่ได้ใช้ชีวิตครอบครัวอย่างจริงจังสักที”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่ค่อยได้สนใจเรื่องนี้เลย เราน่าจะแวะไปหาพวกเขาที่บ้านก่อนก็น่าจะดีนะ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี”
หลินเจียอินพูดอย่างเข้าใจ “คุณเองก็ไม่ได้เก่งไปซะทุกเรื่องซะหน่อย ใครมันจะไปรู้ว่าถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันจะเป็นยังไง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “วิลล่าชิงโจวที่ให้พวกเขา ก่อนหน้านี้คิดว่าน่าจะให้พวกเขาตกแต่งมันด้วยตัวเอง แต่เมื่อพอมาลองคิดดูดี ๆ แล้ว ตกแต่งให้พวกเขาไปเลยน่าจะดีกว่า”
หลินเจียอินกล่าวว่า “คุณตัดสินใจเลย”
เธอไม่ค่อยอยากที่จะทำอะไรแบบนี้ แต่ว่าค่าซ่อมแซมบ้านทั้งหมดนั้นมันจะหมดสักเท่าไหร่กัน ?
เธอยังจำครั้งแรกที่เธอกับเจียงเสี่ยวไป๋เดินทางเข้ามาในเมืองเพื่อขายมันเทศได้อยู่เลย ในตอนนั้นเธอต้องนั่งนับเงินซ้ำ ๆ วันละหลายครั้ง เพราะนับยังไงมันก็ไม่พอ เธอจึงรู้สึกหวงแหนเงินทุกหยวนทุกเหมาเป็นพิเศษ และระมัดระวังในการใช้เงินอยู่เสมอ
แต่ในตอนนี้ เรื่องเงินเป็นเพียงแค่ตัวเลขสำหรับเธอ
ถ้าเอาแค่ค่าครองชีพอย่างเดียว ถ้าเป็นเงินทั้งหมดในบัญชีของเธอ น่าจะใช้ไปได้อีกนานโข
ถึงแม้ว่าเรื่องเงินในตอนนี้ไม่ได้เป็นปัญหาของเธอแล้ว แต่เธอก็ยังมีเรื่องที่เป็นกังวลอยู่ เธอจึงพูดออกไปว่า “ที่คุณบอกว่าวิลล่าหมายเลขหนึ่งของเรากำลังปรับปรุงอยู่ แล้วคุณก็ไม่ยอมให้ฉันดู ทำไมตอนนี้มันกำลังตกแต่งอยู่เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และพูดว่า “ไม่นานหรอก เร็ว ๆ นี้นี่แหละ เราจะได้ย้ายไปภายในปีนี้อย่างแน่นอน”
ที่จริงแล้วไม่ใช่แค่วิลล่าหมายเลขหนึ่งเท่านั้นที่กำลังปรับปรุงใหม่ แต่ชั้นบนสุดของอาคารชิงโจวก็กำลังปรับปรุงอยู่ด้วยเหมือนกัน
แผนของเจียงเสี่ยวไป๋คือการปรับปรุงและตกแต่งภายในทั้งหมดจะต้องเสร็จภายในวันที่ 12 ธันวาคม