ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1453 จะกลับไปแล้ว
ตอนที่ 1453 จะกลับไปแล้ว
ช่วงบ่าย เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้พาครอบครัวของเขาไปกินอาหารเย็นที่บ้านของเจียงเสี่ยวเฟิง
หลินต้าเหว่ยและหลิวอี้ถิงก็ได้ตามมาทีหลังเช่นกัน
ในครั้งนี้ เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋อยู่ที่บ้านของเจียงเสี่ยวเฟิง ทั้งสองครอบครัวนี้มักจะไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของเจียงเสี่ยวเฟิงมาที่บ้านของหลินต้าเหว่ย หรือครอบครัวของหลินต้าเหว่ยไปที่บ้านของเจียงเสี่ยวเฟิง
ทันทีที่ที่พวกเขาเดินทางมาถึง หวังซิ่วจวี๋ก็ได้เตรียมโต๊ะใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว
พวกเขามักจะมากินอาหารด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง เมื่อมาถึงแล้ว หลินต้าเหว่ยและหลิวอี้ถิงเดินตรงไปที่โต๊ะด้วยท่าทีที่เป็นกันเอง
หลังจากที่กินอาหารและดื่มกับเจียงไห่หยางไปสองแก้ว หลินต้าเหว่ยก็ได้พูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “วันนี้เสี่ยวจวงมาที่นี่ เขาเอาสัญญาอะไรมาให้นายอำเภอเซ็นต์หรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบว่า “อ๋อ ก่อนที่จวงปี้เฉิงจะออกจากเจี้ยนหยางเขาได้มาบอกผมไว้แล้ว”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “ก็ไม่อะไรหรอก เพราะอย่างไรพ่อก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ หลี่กังเองก็เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดอยู่ดี แต่การจะสร้างตึกสูงถึงสี่สิบชั้นในเจี้ยนหยางก็เป็นเรื่องใหญ่อยู่นะ พ่อแค่อยากจะมาลองถามลูกอีกครั้งให้แน่ใจเฉย ๆ ”
“อืม แล้วจะใช้เวลาในการสร้างนานเท่าไหร่ล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เรื่องนี้บอกไม่ได้เลยครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับสภาพของที่ดิน แต่โดยปกติแล้วน่าจะแล้วเสร็จภายในสองปีครึ่ง”
เวลาสองปีครึ่งที่ว่านั้นก็เกือบจะถึงปี 1988 แล้วนะ !
แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาในการก่อสร้างอาคารที่สูงขนาดนั้นได้อยู่ดี
หลินต้าเหว่ยไม่ได้ถามเรื่องนี้ต่อ เขาเปลี่ยนเรื่องในทันที “จริงสิ เรื่องที่เราคุยกันครั้งล่าสุดว่าจะให้เจี้ยนหยางกลายเป็นเขตปกครองภายใต้อำนาจของเมืองชิงโจวโดยตรงได้รับการเห็นด้วยเรียบร้อยแล้ว เอกสารน่าจะมาถึงวันนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋ที่ได้ยินแบบนนั้นก็ยิ้มออกมาและพูดว่า “ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ! ”
หลินต้าเหว่ยกลอกตามาที่เขาแล้วพูดว่า “ลูกยังต้องพูดคำนี้กับพ่อด้วยเหรอ ? ”
ในฐานะคนในครอบครัว ไม่มีอะไรที่ควรค่าแก่การแสดงความยินดีขนาดนัั้น
แถมที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ หลินต้าจ้าวและหลินต้ากั๋วได้พูดคุยตกลงกันและดำเนินการเรื่องนี้ไปนานแล้ว เพียงแต่เอกสารเพิ่งมาถึงวันนี้เท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่ออีกว่า “ต้องแสดงความยินดีอยู่แล้วครับ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มตำแหน่งในหน้าที่การงานของพ่อเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับเจี้ยนหยางให้ดีขึ้นด้วย หลังจากนี้เจี้ยนหยางก็จะมีนโยบายที่ดีขึ้น สามารถทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นอีกด้วย”
หลินต้าเหว่ยยิ้มและพูดว่า “พูดอะไรแบบนี้ไม่สมกับเป็นลูกเอาเสียเลย”
เขายกแก้วขึ้น และดื่มกับเจียงเสี่ยวไป๋อีกแก้ว ก่อนจะพูดว่า “พรุ่งนี้พ่อจะไปชิงโจวแล้ว”
เจี้ยนหยางในตอนนี้ได้กลายเป็นเทศมณฑลที่อยู่ภายใต้เขตอำนาจศาลของเมืองชิงโจวแล้ว เพราะแบบนั้นจึงทำให้งานหลายอย่างของเขาได้มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยหมือนกัน เขาจึงจำเป็นต้องเดินทางไปที่นั่นด้วยตัวเอง
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ถึงเรื่องนี้ดี จึงพูดออกมาว่า “ดีเลย ผมก็ว่าจะกลับชิงโจวเร็ว ๆ นี้เหมือนกัน งั้นผมกลับไปพร้อมกับพ่อในวันพรุ่งนี้เลยแล้วกัน”
หวังซิ่วจวี๋สะดุ้งทันทีเมื่อได้ยินสิ่งนี้ เธอจึงถามลูกชายด้วยความประหลาดใจ “ลูกจะกลับแล้วหรือ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมอยู่ที่นี่มานานแล้ว ได้เวลาที่จะต้องกลับไปทำงานแล้ว ! ”
หวังซิ่วจวี๋คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่สักพัก มันก็จริงที่่พวกเขาอยู่ที่เจี้ยนหยางมายี่สิบกว่าวันแล้ว เพราะโดยปกติแล้วพวกเขาจะมาอยู่ไม่นาน พออยู่ไปนานเข้า เธอก็เกือบจะคิดว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเองจริง ๆ แล้ว
นั่นก็น่าจะเป็นเพราะว่าสมาชิกเกือบทุกคนในครอบครัวได้มาอยู่ด้วยกัน ดังนั้นความรู้สึกก็ไม่ต่างจากตอนอยู่ที่บ้านมากนัก
เธอมองไปที่หลินเจียอินแล้วพูดต่อว่า “แล้วลูกล่ะ จะกลับไปด้วยไหม ? ”
หลินเจียอินพยักหน้าและพูดว่า “แม่คะ ที่บริษัทยังมีงานกองโตรอให้หนูกลับไปสะสาง อันที่จริงหนูอยากรีบกลับไปยิ่งกว่าเสี่ยวไป๋เสียอีก”
หวังซิ่วจวี๋รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนั้น เพราะแน่นอนว่าถ้าหลินเจียอินกลับไป เจียงอันและเจียงห่าวจะต้องกลับไปพร้อมกับเธอด้วย
ถ้าถึงตอนนั้นก็จะเหลือแค่เธอและเจียงไห่หยางแค่สองคนเท่านั้นที่อยู่ในเจี้ยนหยาง
เธออยากกลับไปพร้อมกับเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอิน
แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น เป้าหมายยังไม่บรรลุผล ถ้าเกิดว่ากลับไปตอนนี้ มันก็เหมือนกับว่าเธอได้ยอมแพ้ไปครึ่งทางแล้ว
เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้ฟังในสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินพูดด้วยเหมือนกัน ไม่นาน หลัวเจาตี้ก็ได้เอามือตีไปที่เจียงเสี่ยวเฟิงใต้โต๊ะอย่างเงียบ ๆ เจียงเสี่ยวฟิงจึงหันไปมองเธอด้วยความประหลาดใจ
‘คุณตีผมทำไม ? ’
เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าภรรยาของเขาต้องการจะสื่ออะไร
หลัวเจาตี้มุ่ยริมฝีปากของเธอ ก่อนจะพยายามมุ้ยปากและส่งสายตาไปทางหวังซิ่วจวี๋
เจียงเสี่ยวเฟิงใช้เวลานานกว่าจะเข้าใจ เขามองไปที่หวังซิ่วจวี๋อย่างระมัดระวังแล้วพูดว่า “แม่ พี่ชายและพี่สะใภ้จะกลับไปแล้ว แล้วแม่ล่ะ ? แม่กลับไปสักสองสามวันก็ได้นะ แล้วค่อยกลับมาพร้อมกับพวกพี่เขาดีไหม ? ”
ที่จริงแล้วหวังซิ่วจวี๋อยากจะกลับไปพร้อมกับพวกเจียงเสี่ยวไป๋เช่นกัน แต่เมื่อเจียงเสี่ยวเฟิงพูดเช่นนี้ เธอก็รู้สึกโกรธและพูดต่อว่า “ตอนนี้แม่มาที่นี่เพื่อมาอยู่ที่บ้านของลูก พวกพี่เขากลับไป แล้วแม่จะกลับไปทำไม ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงกล่าวอย่างกล้าหาญว่า “ก็พอพี่ชายและพี่สะใภ้กลับบ้านแล้ว อันอันและห่าวห่าวก็จะกลับไปกับพวกเขาด้วย ผมก็แค่กังวลว่าแม่จะยังไม่ชิน แถมพวกเขาอยู่โดยไม่มีแม่ไม่ได้ ! ”
หวังซิ่วจวี๋พูดด้วยความโกรธว่า “แม่จะชินหรือไม่ชินกับมัน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแกล่ะ ? ”
เธอชี้ไปที่เจียงเสี่ยวเฟิงแล้วพูดว่า “รีบจัดการเรื่องของตัวเองให้ดี และทำให้สำเร็จไว ๆ แม่จะได้กลับไปดูแลหลานชายของแม่ได้ ! ”
หลินต้าเหว่ยและหลิวอี้ถิงที่ได้ฟังแบบนั้นก็พยายามที่จะกลั้นขำเอาไว้
พวกเขารู้ดีว่าพ่อสามีและแม่สามีของลูกสาวมาอยู่ที่นี่เป็นเวลานานเพราะอะไร แต่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะอย่างไรแล้วพวกเขาก็คือผู้อาวุโส
ส่วนเจียงไห่หยางเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาไม่จำเป็นต้องไปยุ่งในเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงดื่มด่ำไปกับค่ำคืนนี้ที่ได้ดื่มกับหลินต้าเหว่ยอย่างมีความสุข สรุปแล้วหวังซิ่วจวี๋ก็ปฎิเสธที่จะกลับไป และเจียงเสี่ยวเฟิงก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงทำได้แต่มองไปที่หลัวเจาตี้อย่างช่วยไม่ได้
หลัวเจาตี้ถอนได้แต่ทอดถอนใจและไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
ดังนั้นบรรยากาศในโต๊ะอาหารจึงเงียบลงในทันที
เป็นเจียงถิงเองที่เป็นคนทำลายความเงียบนัั้น เธอมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “คุณลุง ถ้าคุณลุงกลับไป พี่ชานชานจะต้องกลับไปเรียนที่ชิงโจวด้วยไหมคะ ? ”
ในช่วงระยะนี้ เธอกับเจียงชานทั้งไปโรงเรียนด้วยกัน กลับบ้านด้วยกัน ทำการบ้านด้วยกัน ในตอนนี้พวกเธอมีความสุขมาก
เธอกังวลว่าถ้าเจียนชานกลับไปด้วย เธออาจจะต้องกลับมาอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง
การไม่มีเพื่อนเป็นอะไรที่แย่จริง ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองลูกสาวของเขา แล้วพูดว่า “ชานชาน หนูอยากกลับไปเรียนที่ชิงโจวหรืออยากจะเรียนที่เจี้ยนหยางต่อ ? ”
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ยังเคารพการตัดสินใจของลูกสาวเสมอ
ยิ่งไปกว่านั้นเจียงชานยังเป็นเด็กที่สามารถคิดตัดสินใจเองได้อีกด้วย
เจียงชานคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ตอนที่หนูเรียนที่ชิงโจว หนูก็อาศัยอยู่ที่นั่น กลับบ้านได้แค่เดือนละครั้ง เพราะงั้นหนูเรียนต่อที่เจี้ยนหยางให้จบเทอมดีกว่า ถ้าพ่อกับแม่ว่างก็ค่อยกลับมาหาหนูก็ได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “ได้สิ หนูตัดสินใจเองได้เลย”
“เย้…” เจียงถิงร้องเฮอย่างตื่นเต้น “ดีเลย หนูยังได้ไปโรงเรียนกับพี่ชานชานเหมือนเดิม”
เจียงชานหัวเราะคิกคักและพูดว่า “เธอเรียนกับฉัน เดี๋ยวก็ต้องมาแข่งกันอีกว่าจะสอบได้ที่เท่าไหร่ นี่เธอยังดีใจขนาดนี้เลยหรือ”
เจียงถิงไม่ได้จริงจังกับมันและพูดด้วยรอยยิ้ม “ตราบใดที่ฉันได้ไปเรียนกับพี่ มันก็ไม่สำคัญแล้วว่าฉันจะสอบได้ที่เท่าไร ! ”
ความสุขของเด็ก ๆ นั้นช่างเรียบง่ายมากจริง ๆ
ในเมื่อพรุ่งนี้พวกเขาจะเดินทางกลับแล้ว หวังซิ่วจวี๋จึงอยากอยู่กับหลานแฝดตัวน้อยทั้งสองอีกสักคืน หลังจากที่กินมื้อเย็นแล้ว เธอจึงยืนกรานที่จะให้เฉินหยุนและหวังเสวี่ยฮัวพาเด็ก ๆ นอนค้างที่นี่กับเธออีกหนึ่งคืน
เจียงเสี่ยวไป๋คิดแล้วก็ตอบตกลง
ถึงอย่างไรตอนอยู่บ้านก็เป็นพวกเขาสองคนที่พาเจียงอันและเจียงห่าวเข้านอน จะกลับหรือไม่กลับบ้านพ่อตาแม่ยายของเขาก็ไม่เป็นไร
ในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากกินอาหารเช้าที่บ้านพ่อตาเสร็จแล้ว เขาก็บอกลาแม่ยายและไปที่บ้านของเจียงเสี่ยวเฟิงเพื่อรับลูกแฝดสองคนของเขากลับชิงโจว