ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1456 เพื่อนเก่าของพ่อตา
ตอนที่ 1456 เพื่อนเก่าของพ่อตา
“ได้เลย ! ”
หลัวฉางเซิงตอบรับพร้อมรับกับรอยยิ้มและพูดอย่างสุภาพ “ไหน ๆ ฉันก็มาชิงโจวแล้ว เพราะงั้นน่าจะต้องรบกวนคุณแล้วล่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “ผมเองก็อยากไปกินข้าวที่ถู่เฉิงบ้านคุณเหมือนกันนะ แต่ติดที่ว่ามันอยู่ค่อนข้างไกล เพราะงั้นเดี๋ยวผมพาคุณไปหาอะไรกินที่ถนนนักชิมดีกว่า”
หลัวฉางเซิงพูดด้วยรอยยิ้ม “ว้าว ได้ยินมานานแล้ว ถนนนักชิมนี้มีชื่อเสียงมากเลยนะ ฉันเองก็ยังไม่เคยไปที่นั่นเลย ไปสิ เราไปที่นั่นกันดีกว่า”
ทั้งสองต่างพากันหัวเราะและเดินออกไปข้างนอก
หลังจากที่ออกมาจากสำนักงานแล้ว หลัวฉางเซิงก็หยุดมองเจียงเสี่ยวไป๋ฃอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ว่าแต่มีแค่เราสองคนเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใช่ มีแค่เราสองคน แต่ถ้าคุณคิดว่ามันน่าเบื่อเกินไป เดี๋ยวผมโทรตามเลขาหลี่ให้”
หลัวฉางเซิงยิ้มและพูดว่า “ไม่ใช่ว่ามันน่าเบื่อหรอก แต่ฉันคิดว่าจะชวนประธานหลินไปด้วยน่ะ ! ”
“ครั้งล่าสุดที่เธอไปถู่เฉิง ฉันไม่ได้ดูแลเธอเท่าที่ควรเลย”
ตอนนั้นที่หลินเจียอิน หลินต้าจ้าว และหลินต้ากั๋วไปที่ถู่เฉิง ถึงแม้ว่าพวกเขาตั้งใจที่จะไปคุยกับหลัวฉางเซิงอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่มากันหลายคน เลยทำให้เขากับเธอได้คุยกันน้อย
หลัวฉางเซิงพูดไปก็รู้สึกละอายใจไป
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมคิดว่าวันนี้น่าจะไม่ได้ เธอมีแขกที่คาดว่าน่าจะคุยธุระกับเธอถึงตอนเย็นเลยน่ะ”
หลังจากที่หลัวฉางเซิงได้ยินแบบนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย จึงพูดติดตลกไปว่า “คุณสองคนแยกกันต้อนรับแขกหรือ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ความจริงแล้วเหตุผลหลัก ๆ เลยก็คือผมไม่ค่อยจัดการและดูแลเรื่องนี้กับคนอื่นสักเท่าไหร่น่ะ ส่วนใหญ่ที่ผมดูแลจะเป็นพวกเพื่อนเก่าหรือคนรู้จักอะไรแบบนี้มากกว่า ออกแนวเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่าเรื่องของบริษัท”
หลัวฉางเซิงที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกดีใจมาก
เห็นได้ชัดว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดคุยกับเขาในฐานะแขก แต่ในฐานะเพื่อน
ดูเหมือนว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะจำอะไรบางอย่างได้ เขาจึงพูดว่า “ไป กลับกันเถอะ ผมหาคนกินข้าวกับคุณได้แล้ว”
หลัวฉางเซิงถามอย่างประหลาดใจว่า “ใครเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณลองเดาดูสิ ? ”
หลัวฉางเซิงนึกไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง จึงพูดว่า “ไม่มีคำใบ้เลย ฉันควรเริ่มเดาจากตรงไหนดีเนี่ย ? ”
ขณะที่พูดคุยกัน ทั้งสองก็เดินกลับไปที่ออฟฟิศ
เจียงเสี่ยวไป๋ขอให้หลัวฉางเซิงนั่งพักผ่อนก่อน เขาเดินไปที่โต๊ะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดหมายเลข
ไม่นานปลายสายก็รับสาย
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ฮัลโหล เลขาเฉิง ฉันเจียงเสี่ยวไป๋นะ”
ปลายสายคือเลขาของถังจิงเทียน เป็นเฉิงเสี่ยวเหว่ยที่รับสาย
เมื่อได้ยินว่าสายนั้นมาจากเจียงเสี่ยวไป๋ เฉิงเสี่ยวเหว่ยก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้ช่วยเจียง คุณโทรมาหาฉันตอนนี้มีอะไรหรือเปล่า ? มีอะไรจะกำชับไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณมีตำแหน่งตั้งใหญ่โต จะให้ผมกล้าสั่งคุณได้อย่างไร แค่ดูพ่อตาของผมให้หน่อยได้ไหมว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ? ”
หลินต้าเหว่ย พ่อตาของเขายุ่งอยู่กับการทำงานในสำนักงานเทศบาลตั้งแต่ที่เขากลับมาถึงชิงโจวเมื่อวานนี้ เขายังไม่ได้กลับไปที่เจียงวานในตอนกลางคืนด้วยซ้ำ เขารู้ว่าหลินต้าเหว่ยและหลัวฉางเซิงเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กัน และหาโอกาสได้ยากมากที่พวกเขาจะมาอยู่ในชิงโจวพร้อมกันแบบนี้
หลัวฉางเซิงมัวแต่นึกถึงที่จะให้หลินเจียอินมากินข้าวเย็นด้วย จนลืมนึกไปเลยว่าในตอนนี้หลินต้าเหว่ยก็อยู่ที่ชิงโจวด้วยเหมือนกัน
เฉิงเสี่ยวเหว่ยพูดด้วยรอยยิ้มว่า “น่าเสียดาย ตอนนี้เลขาหลินยังอยู่ในห้องทำงานของนายกถังอยู่เลย ทั้งสองคุยกันมาได้สักพักแล้วล่ะ และคิดว่าน่าจะออกไปทานอาหารเย็นด้วยกันเร็ว ๆ นี้”
เขามองดูเวลา แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้ช่วยเจียง คุณตั้งใจที่จะไปทานอาหารเย็นกับคุณหลินใช่ไหม ? ”
“คุณเดาเก่งตลอด” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม “พอดีเพื่อนเก่าของพ่อตาฉันมาที่ชิงโจวน่ะ แล้วนี่ก็ใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี เลยคิดว่าถ้าเขาทำงานเสร็จแล้วก็จะไปรับเขามาทานอาหารด้วยกันกับเพื่อนของเขา…”
“แปปนะผู้ช่วยเจียง ! ” ก่อนที่เขาจะพูดจบ เฉิงเสี่ยวเหว่ยก็รีบขัดเขาขึ้นมาในทันที ก่อนที่จะพูดต่อว่า “นายกถังและคุณหลินออกมาแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปถามให้”
“โอเค ช่วยหน่อยนะครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว
ทางด้านฝั่งของเฉิงเสี่ยวเหว่ยไม่ได้วางสายแต่อย่างใด เพียงแค่วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะแล้วลุกเดินออกไปพูด
ตอนนี้ถังจิงเทียนและหลินต้าเหว่ยกำลังเดินมาทางด้านนี้ด้วยกัน
เฉิงเสี่ยวเหว่ยก้าวไปข้างหน้า ก่อนที่จะกล่าวสวัสดีและพูดว่า “คุณหลิน พอดีว่าผู้ช่วยเจียงเพิ่งโทรมาหาคุณ”
หลินต้าเว่ยประหลาดใจเล็กน้อยและพูดด้วยรอยยิ้ม “เขาถามหาฉันทำไม ? ”
ถังจิงเทียนพูดด้วยรอยยิ้ม “นี่มันก็ใกล้มื้อเย็นแล้ว เขาคงจะชวนคุณไปทานอาหารหรือเปล่า ? ! ”
หลินต้าเหว่ยพูดว่า “เขาเมินฉันตั้งแต่ที่ทิ้งฉันไว้ที่สำนักงานเทศบาลเมื่อวานนี้แล้ว แล้วเขาจะมาเลี้ยงอาหารเย็นฉันได้อย่างไร ? ”
ในขณะที่พูดอยู่นั้น เขาก็มองไปที่เฉิงเสี่ยวเหว่ยด้วย
เฉิงเสี่ยวเหว่ยกล่าวต่อว่า “ผู้ช่วยเจียงบอกว่าเพื่อนเก่าของคุณมาที่ชิงโจว และเขาอยากจะให้พวกคุณไปเจอกันหลังจากที่ทำงานเสร็จแล้ว”
“เพื่อนเก่าของฉันเหรอ ? ” หลินต้าเหว่ยตกใจและพูดว่า “แต่เขาไม่ค่อยรู้จักเพื่อนเก่าของฉันเลยนะ”
ไม่ว่าจะคิดอย่างไร เขาก็คิดไม่ออกว่าเป็นใคร ?
จึงถามออกไปว่า “เขาได้บอกหรือเปล่าว่าเป็นใคร ? ”
เฉิงเสี่ยวเหว่ยกล่าวว่า “ไม่ได้บอกครับ พอผมเห็นพวกคุณเดินออกมากัน ผมก็รีบวิ่งมาหาพวกคุณเลย”
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดกับหลินต้าเหว่ยว่า “ไหน ๆ เพื่อนเก่าของคุณก็มาหาแล้ว เพราะงั้นพวกเราไปทานอาหารด้วยกันเถอะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”
หลินต้าเหว่ยกล่าวต่อในทันทีว่า “งั้นเราก็ไปด้วยกันเถอะ”
พูดแล้ว เขาก็ยังพูดต่ออีกว่า “แต่ถึงอย่างนั้นคุณไม่ต้องเลี้ยงก็ได้ เดี๋ยวให้ไอ้เจ้าลูกเขยของฉันเลี้ยงเอง”
ถังจิงเทียนหัวเราะทันที “ก็ถูก เขาทั้งรวยและเป็นลูกเขยของคุณ ถ้าเราจะไปกินข้าวกับเขา ทำไมฉันต้องเลี้ยงเขา ทั้งที่ฉันไปในฐานะแขกด้วยล่ะ ? ”
“แต่จะว่าไปฉันก็อยากรักษาหน้าตัวเองในฐานะเจ้าถิ่นด้วย ! ”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ เฉิงเสี่ยวเหว่ยก็พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็วว่า “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปให้คำตอบกับผู้ช่วยเจียงก่อนนะครับ จะได้ถามเขาถึงร้านที่จะไปด้วย”
หลินต้าเหว่ยโบกมือแล้วพูดว่า “ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันไปคุยโทรศัพท์กับเขาเอง ! ”
ในขณะที่เขากำลังจะก้าวไปข้างหน้านั้น ถังจิงเทียนก็ได้เดินปรี่นำหน้าไปก่อน และพูดด้วยรอยยิ้ม “เลขาธิการหลิน ฉันขอคุยกับเขาก่อนเถอะนะ”
ทั้งคู่เห็นว่าโทรศัพท์วางหงายอยู่บนโต๊ะของเฉิงเสี่ยวเหว่ย โดยยังไม่ได้กดวางสาย
เมื่อเห็นว่าถังจิงเทียนอยากคุยโทรศัพท์กับเจียงเสี่ยวไป๋ หลินต้าเหว่ยก็ไม่ได้พูดอะไรและหยุดยืนอยู่ที่เดิม
ถังจิงเทียนเดินเข้าไป ก่อนที่จะหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู
ทางด้านของเจียงเสี่ยวไป๋ที่คิดว่าเป็นเฉิงเสี่ยวเหว่ยจึงโพล่งถามออกไปในทันทีว่า “พ่อตาของผมว่าไงบ้าง ? ”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ฉันไม่ใช่เฉิงเสี่ยวเหว่ย ฉันถังจิงเทียนเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดต่อด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับนายกเทศมนตรีถัง”
“ให้มันได้อย่างนี้สิ ! ” ถังจิงเทียนแสร้งทำเป็นโกรธและพูดว่า “พอใกล้จะถึงเวลามื้อเย็น คุณก็โทรมาชวนแค่พ่อตาของคุณ ไม่คิดจะชวนฉันบ้างเลยเหรอ ? “
เจียงเสี่ยวไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะและพูดว่า “นายกเทศมนตรีถัง อย่าพึ่งว่าแบบนั้นสิครับ ผมก็โทรหาเลขาเฉิงแล้ว จะให้ผมโทรหาคุณโดยตรงด้วยเลยหรือ”
ที่จริงต้องยอมรับเลยว่าตอนแรกเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะโทรหาถังจิงเทียนโดยตรงจริง ๆ
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายมาคุยโทรศัพท์กับเขาแล้ว เขาก็ต้องทักทายและนอบน้อมกับอีกฝ่ายเสียหน่อย
อย่างไรก็ตาม เขาก็แค่พูดแก้ตัวไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดอะไรมากนัก
ถังจิงเทียนมุ่ยปากแล้วพูดว่า “ถ้าคุณอยากโทรมาหาฉันด้วยใจจริง คุณก็คงโทรไปที่ห้องทำงานของฉันโดยตรงแล้ว ยังจะมัวโทรมาหาเฉิงเสี่ยวเหว่ยไปทำไม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เป็นเพราะผมกลัวว่าคุณจะยุ่งต่างหาก ผมเลยต้องดูสถานการณ์ก่อน”
“คุณนี่หาข้อแก้ตัวเก่งจริง ! ” ถังจิงเทียนขี้เกียจเกินกว่าจะฟังเขาแล้ว จึงพูดว่า “งั้นก็บอกจุดนัดมาเลย ฉันกับเลขาธิการหลินและเสี่ยวเฉิงจะได้ไปที่นั่น”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เจอกันที่ถนนนักชิม ผมจะรอพวกคุณอยู่ใต้ซุ้มประตูทางเข้า พวกคุณจะได้เลือกได้เลยว่าอยากกินอะไร”
“อืม แล้วเจอกัน” ถังจิงเทียนรับคำแล้วกล่าวว่า “เราจะไปถึงที่นั่นภายในสิบนาที ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็วางสายโทรศัพท์