ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1457 คุณคิดแผนไว้แล้วใช่ไหม?
ตอนที่ 1457 คุณคิดแผนไว้แล้วใช่ไหม?
เมื่อเห็นถังจิงเทียนเดินกลับมา หลินต้าเหว่ยก็ถามขึ้นทันทีว่า “สรุปแล้วเพื่อนเก่าของฉันคือใคร ? ”
ถังจิงเทียนตบไปที่หน้าผาก และพูดด้วยความหงุดหงิด “เอ่อ จริงด้วย ฉันมัวแต่คุยแกล้งเจียงเสี่ยวไป๋จนลืมถามชื่อเพื่อนของคุณไปเลย ขอโทษจริง ๆ ! ”
หลินต้าเหว่ยยิ้ม เขาโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร ถามไม่ถามก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ เพราะอย่างไรก็ต้องได้ไปเจอเขาเร็ว ๆ นี้อยู่แล้ว”
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดต่อว่า “ก็จริง เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว ไม่ต้องถามก็ได้”
หลังจากพูดจบ เขาก็ตะโกนเรียกเฉิงเสี่ยวเหว่ยในทันที “เสี่ยวเฉิง ไปกันเถอะ”
“ครับท่าน ! ” เฉิงเสี่ยวเหว่ยตอบรับ ก่อนที่จะเดินตามถังจิงเทียนและหลินต้าเหว่ยออกไป
ทางด้านของเจียงเสี่ยวไป๋ หลังจากที่วางสายไป เขาก็หันไปบอกกับหลัวฉางเซิงว่า “นายอำเภอหลัว ไปกันเถอะ ! ”
แน่นอนว่าหลัวฉางเซิงเองก็ได้ฟังบทสนทนาขณะคุยโทรศัพท์ของเจียงเสี่ยวไป๋อยู่ด้วยเหมือนกัน และพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “ที่แท้พ่อตาของคุณก็อยู่ที่ชิงโจวด้วยเหมือนกันนี่เอง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เขามากับผมเมื่อวานนี้ ตอนนี้ยังจัดการงานอยู่ที่สำนักงานเทศบาล”
หลังจากพูดจบ เขาก็เสริมต่อ “อ๋อ นายกเทศมนตรีถังก็จะมาด้วยนะครับ”
หลัวฉางเซิงไม่ได้สนใจอะไรมาก เขาพูดว่า “ดีเลย ที่จริงแล้วฉันก็วางแผนที่จะไปหาเขาในวันพรุ่งนี้พอดี”
เขาและถังจิงเทียนอาจจะไม่ค่อยสนิทกัน แต่พวกเขาก็พอจะรู้จักกัน แถมยังเคยดื่มด้วยกันอยู่สองครั้งตอนที่อยู่ถู่เฉิง
และก็เป็นเพราะเจียงเสี่ยวไป๋เองที่ทำให้เขาได้มีโอกาสกระชับมิตรกับถังจิงเทียน
ที่ตั้งของถนนนักชิมอยู่ตรงข้ามกับอาคารชิงโจว ทั้งสองจึงได้ขึ้นลิฟต์ไปชมวิวที่ชั้น 32 กันก่อน ก่อนที่จะกลับลงมา แล้วพากันเดินไปที่ถนนนักชิมต่อ
ระหว่างทางที่เดิน เขาสามารถมองเห็นได้จากไกล ๆ ว่าถนนนักชิมนั้นคับคั่งไปด้วยผู้คน
หลัวฉางเซิงตระหนักรู้ได้ในทันทีว่าโอกาสที่จะได้เห็นผู้คนมากมายขนาดนี้ที่ถู่เฉิงนั้นยากมาก
“ชิงโจวมีชีวิตชีวามาก ! ”
หลัวฉางเซิงกล่าวว่า “ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่จะได้เห็นภาพที่มีชีวิตชีวาขนาดนี้ในถู่เฉิงบ้าง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “นายอำเภอหลัว ตอนนี้ถู่เฉิงไม่เหมือนในอดีตแล้ว ตอนนี้มีการขนส่งก๊าซธรรมชาติไปยังชิงโจว และกำลังจะขนส่งไปที่หวงโจว เจียงเฉิง จินหลิง เซียงไฮ้ หยู่หางและที่อื่นอีก คุณเชื่อได้เลยว่าในอนาคต พื้นที่กว่าครึ่งของประเทศจีนจะต้องหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติของถู่เฉิงอย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าถู่เฉิงจะทำเงินได้มหาศาลขนาดไหน และพอถู่เฉิงสามารถสร้างถนนของตนเองได้ การพัฒนาด้านการศึกษาก็จะเริ่มขึ้น ในตอนนั้นถู่เฉิงก็จะมีชีวิตชีวามากขึ้น เผลอ ๆ อาจมีชีวิตชีวามากกว่าชิงโจวในตอนนี้เสียอีก”
หลัวฉางเซิงยิ้มและพูดว่า “คุณกำลังพูดหลักการการพัฒนาอยู่เหรอ ฉันได้ไปคุยกับรองนายอำเภอหม่าและคนอื่นอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยได้คำตอบที่ชัดเจนและโดดเด่นขนาดนี้เลย คราวนี้ได้รับคำชี้เแนะแล้ว”
เป็นความจริงที่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋เองก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาชิงโจวอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานเสื้อผ้า ถนนนักชิม โรงภาพยนตร์ และธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดล้วนพัฒนาขึ้นมาโดยตัวเขาเองทั้งนั้น
หลัวฉางเซิงยังมองเห็นโอกาสที่ว่าในอนาคตถู่เฉิงจะมีเงินทุนมากมาย และเขายังคิดที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมบริการของถู่เฉิงอีกด้วย
แต่เขาคิดไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไร ที่ผ่านมาเขาได้ไปเจอกับสมาชิกในทีมเขตหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร ดังนั้นเขาจึงมาหาเจียงเสี่ยวไป๋เพื่อขอคำแนะนำโดยเฉพาะ
หลังจากที่ฟังคำพูดของหลัวฉางเซิงแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้มและพูดต่อ “งั้นก็แสดงว่าคุณได้วางแผนไว้แล้วเหรอ ? ”
“แผนอะไรกัน ? ” หลัวฉางเซิงโบกมือ “ฉันก็แค่บังเอิญมองเห็นโอกาสเหมือนคุณเท่านั้น แต่ฉันยังไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร”
เมื่อมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้ว เขาก็พูดอย่างจริงใจ “ดังนั้นคุณช่วยแนะนำฉันด้วยนะ”
“ฝากด้วยนะ ! ”
เมื่อเห็นว่าเขาพูดอย่างจริงจัง เจียงเสี่ยวไป๋ก็รีบพูดอย่างรวดเร็ว “นายอำเภอหลัว อย่าพูดอย่างนั้นเลย เดี๋ยวผมจะไปคิดหาวิธีให้”
ในฐานะที่เขาได้มีโอกาสกลับมาเกิดใหม่ และได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของบ้านเมืองมาก่อน บอกได้เลยว่ามันก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่
หรือเรียกได้ว่าไม่แตกต่างกันเลย
ถู่เฉิงในชาติก่อนก็เดินตามเส้นทางนี้เช่นกัน
หลังจากการพัฒนาก๊าซธรรมชาติในถู่เฉิง รัฐบาลก็มีเงินและเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ พวกเขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อก้าวไปสู่เมืองที่ทันสมัย และเชิญนักพัฒนาจำนวนมากให้มาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่
ซึ่งการพัฒนาในระยะแรกเริ่มถือว่าดีเลยทีเดียว ผู้คนในถู่เฉิงมีเงินแล้ว แต่สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยก่อนหน้านี้แย่มาก ดังนั้นกำลังซื้อของพวกเขาจึงล้นหลาม อสังหาริมทรัพย์ดูเหมือนจะได้รับความนิยมอย่างมากในถู่เฉิงและยังดึงดูดนักเก็งกำไรด้านอสังหาริมทรัพย์บางรายให้เข้ามาลงทุนด้วย ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ราคาที่อยู่อาศัยในถู่เฉิงเพิ่มขึ้นจากหลักพันหยวนต่อตารางเมตรเป็นราคาหลักหมื่นหยวนต่อตารางเมตร
ต่อให้เป็นเถ้าแก่หน้าใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจในถู่เฉิงได้ไม่นาน แต่ว่าทุกคนสามารถทำเงินได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ
ทว่าทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอ
เมื่อเห็นว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในถู่เฉิงนั้นทำกำไรได้ นักพัฒนาจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงหลั่งไหลเข้าสู่ถู่เฉิง และต้องการกว้านซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างบ้าคลั่ง
อย่างไรก็ตาม จำนวนประชากรของถู่เฉิงมีจำนวนจำกัด เมื่อความต้องการเร่งด่วนและแม้แต่ที่อยู่อาศัยที่ได้รับการปรับปรุงนั้นอิ่มตัว บุคคลภายนอกไม่สามารถอาศัยอยู่ในถู่เฉิงได้อย่างถาวร ทำให้การเก็งกำไรด้านอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิดผลกำไรเท่าที่ควร
เมื่อรู้แบบนั้น นักเก็งกำไรด้านอสังหาริมทรัพย์ก็ค่อย ๆ ทยอยออกไป และผู้คนในถู่เฉิงเองก็ไม่ได้มีกำลังที่จะซื้อบ้านหลายหลังขนาดนั้น ส่งผลทำให้อาคารหลายล้านตารางเมตรไม่ได้ถูกใช้งาน และบ้านเรือนหลายสิบแห่งในถู่เฉิงได้ถูกตั้งชื่อให้ว่าเป็น “เมืองผี” เพราะความรกร้างผู้คนของมัน
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจสถานการณ์เหล่านี้ดี
แต่แตกต่างกันแค่ในชีวิตเดิมของเขา เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาถู่เฉิงเลย
ชาติก่อนเขาไม่ได้มีเงินที่จะลงทุนในถู่เฉิงมากขนาดนั้น
แต่ในชีวิตนี้ การพัฒนาก๊าซธรรมชาติในถู่เฉิงเป็นของเขา แถมเขายังสร้างโรงงานในถู่เฉิงและครอบครองที่ดินที่นั่นด้วย เขาจึงไม่ต้องการให้ถู่เฉิงเดินตามเส้นทางเดิม
และในตอนนี้ ความสัมพันธ์ของเขากับหลัวฉางเซิงนั้นดีมาก อีกทั้งหลัวฉางเซิงเองก็มาถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน แน่นอนว่าเขาจะต้องขอเวลาคิดอย่างรอบคอบก่อน
หลัวฉางเซิงที่เห็นท่าทีของเขาจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ต้องกังวล ถู่เฉิงไม่ได้จะเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้หรือพรุ่งนี้ วันนี้ฉันแค่มาคุยกับคุณเฉย ๆ มีเวลาอีกเหลือเฟือในการตัดสินใจ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า ที่หลัวฉางเซิงพูดมันก็ถูก
แต่เขาก็ยังพูดว่า “นายอำเภอหลัว ถึงแม้ว่ามันจะต้องใช้เวลา แต่จากนี้ไปรัฐบาลจะต้องใส่ใจและควบคุมการก่อสร้างตึกอาคารและบ้านส่วนตัวใหม่อย่างเข้มงวด ไม่เช่นนั้นถ้าวางแผนไม่ดี ในอนาคตถู่เฉิงอาจจะสูญเงินทุนกับการก่อสร้างมากกว่าที่คิดก็ได้นะ”
หลัวฉางเซิงไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เลย จนมาได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ที่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาจึงรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “ขอบคุณมากนะเสี่ยวไป๋ที่เตือนฉัน เดี๋ยวหลังจากที่กลับไป ฉันจะรีบจัดประชุมเรื่องนโยบายนี้ทันที”
ถ้าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่พูด ก็คงจะมีการก่อสร้างเกิดขึ้นจริง ๆ
เพราะรายงานการยื่นเรื่องขอก่อสร้างหลายฉบับเหล่านั้นยังคงอยู่บนโต๊ะของเขา ซึ่งที่จริงแล้วเขาวางแผนว่าหลังกลับจากการมาคุยธุรกิจในครั้งนี้ เขาจะไปดูสถานที่ที่เลือกไว้ด้วยตัวเอง ก่อนที่จะอนุมัติ
แต่เมื่อฟังคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะหยุดพักโครงการพวกนี้ไว้ชั่วคราว
เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขที่ได้เห็นท่าทีให้ความร่วมมือของหลัวฉางเซิง เขากล่าวว่า “ในทุก ๆ เมืองต่างก็มีลักษณะเฉพาะของตัวเองทั้งนั้น เมืองจะต้องพัฒนาตามเงื่อนไขของท้องถิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ดูเหมือนกันหมดในอนาคต”
หลัวฉางเซิงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะถามด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวไป๋ คุณมีอะไรที่อยากแนะนำอีกไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “อืม ก็ยังมีอีกนิดหน่อย”