ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1458 เล็กแต่สวยงาม
ตอนที่ 1458 เล็กแต่สวยงาม
“คุณคิดออกเร็วมาก ! ”
หลัวฉางเซิงอุทาน ทั้งยังไม่ลืมที่จะกล่าวชมเชย “คุณเก่งอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เร่งเร้าทันที “รีบพูดเข้าสิ ? ”
เขารอไม่ไหวแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ถ้าดูจากสถานการณ์ตอนนี้ของถู่เฉิงแล้ว ถู่เฉิงขาดแคลนทรัพยากรและจำนวนประชากรน้อย ฉันก็เลยคิดว่าเมืองนี้อาจจะอยู่ในคอนเซ็ปที่ว่า ‘เล็กแต่สวยงาม ! ’ ได้”
“เล็กแต่สวยงาม ? ” หลัวฉางเซิงสับสนเล็กน้อย เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เล็กและสวยงาม คำ ๆ นี้เหมาะกับเมืองนี้ ผมคิดว่าด้วยเหตุผลหลายประการเช่น สภาพภูมิศาสตร์ การคมนาคม ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และจำนวนประชากร ถู่เฉิงไม่สามารถถูกทำให้กลายเป็นเมืองใหญ่ได้ หรือแม้แต่พัฒนาเป็นเมืองหลวงได้ เพราะว่าด้วยขนาดเมือง และสิ่งที่จำเป็น”
“แทนที่จะแสวงหาความทันสมัยให้ยิ่งใหญ่เหมือนเมืองอื่น ไม่สู้เปลี่ยนมาเป็นพัฒนาในแบบที่เล็กลงจะดีกว่า”
หลัวฉางเซิงยิ่งประหลาดใจมากขึ้น เมืองนี้กำลังพัฒนาไปในทางที่ใหญ่กว่าเพื่อดึงดูดผู้คนมากขึ้น เศรษฐกิจจะได้เจริญรุ่งเรือง และเมื่อมีประชากรมากขึ้น ก็จะมีความเจริญทางเศรษฐกิจมากขึ้นด้วยเช่นกัน
เขาอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ถ้าเราพัฒนาเป็นเมืองเล็ก ๆ แล้วจะกระตุ้นเศรษฐกินได้อย่างไร ? ”
อย่างที่บอกไปแล้ว ทางออกของถู่เฉิงอยู่ที่การพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นต้องใช้คนบริโภคเยอะ ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ระหว่างประชากรถาวรและประชากรที่สัญจรมันต่างกัน ประชากรขนาดเล็กและถาวรในถู่เฉิงเราไม่ได้ต้องการมากขนาดนั้น ซึ่งนั่นก็หมายความว่าไม่จำเป็นต้องพัฒนาให้มันยิ่งใหญ่เหมือนชิงโจวในตอนนี้ แต่ควรหันไปใช้เงินทุนกับระบบนิเวศมากขึ้น ถ้าเป็นในด้านของการลงทุนกับสิ่งแวดล้อม พื้นที่ที่มีอยู่จำกัดนี้ก็จะถูกแปรสภาพเป็นสถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงได้”
“เมื่อเงินทุนจำนวนมากมากระจุกตัวอยู่ในสถานที่เล็ก ๆ ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
“ตราบใดที่เราพยายามสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและทำให้ทุกย่างก้าวมีภูมิทัศน์ที่โดดเด่น ก็จะสามารถทิ้งความประทับใจอันลึกซึ้งให้กับผู้คนที่ผ่านมาได้ และในอนาคตมันจะกลายเป็นสถานที่ที่ทุกคนโหยหาและอยากมาเยือนอย่างแน่นอน”
เขานึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่งในชาติที่แล้ว จึงพูดยกตัวอย่างออกมา “เช่นเมื่อมาเยือนแล้วพวกเขาจะได้ใช้เวลาว่าง ได้ใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลาย สรุปแล้วผู้คนที่มาที่นี่ต่างเพลิดเพลินจนลืมกลับบ้าน และชอบชีวิตความเป็นอยู่ของที่นี่”
เขาหยุดพูดไปชั่วครู่และพูดต่อ “แน่นอนว่าที่ผมพูดไปตอนนี้มันเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ผมยังจะต้องคิดเรื่องนี้ให้รอบคอบและละเอียดอีกที”
“ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรีบเลย ! ” หลัวฉางเซิงพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณคิดให้ถู่เฉิงเป็นเมืองที่ ‘เล็กแต่สวยงาม’ ได้อย่างรวดเร็วมาก และพอฉันคิดตามอย่างละเอียดเลย ฉันก็คิดว่าแนวทางนี้มันดีมากแล้ว”
“ในเมื่อมีแนวทาง เช่นนั้นก็ลองคิดพิจารณาทำตามเส้นทางนี้ไปเลย”
ในขณะที่พูดอยู่นั้น เขาก็เหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ และพูดต่ออีกว่า “ชื่อถู่เฉิงมีคำว่า “ถู่” อยู่นำหน้า ฉันคิดว่ามันสามารถนำไปสร้างเป็นบทความได้ด้วยเช่นกัน”
ดวงตาของเจียงเสี่ยวไป๋เป็นประกายหลังจากได้ยินสิ่งนี้ เขาพูดอย่างตื่นเต้นว่า “นายอำเภอหลัว คุณเป็นเครื่องเตือนใจที่ดีจริง ๆ เราสามารถสื่อความได้ว่าถึงแม้ว่าจะดูเป็นเหมือน ‘ดิน’ ธรรมดาที่เหมือนกันไปหมด แต่ถ้าเราเลือกใช้และทำให้มันโดดเด่นได้ มันจะก็มีประโยชน์มาก”
หลัวฉางเซิงพยักหน้าและกล่าวว่า “แต่การจัดการเกี่ยวกับ ‘ดิน’ หากคุณไม่ใส่ใจที่จะดูแลมัน มันก็จะอาจจะกลายเป็นดินสกปรก ทำให้ผู้คนไม่เหลียวแล”
“ใช่แล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ดังนั้น ก่อนอื่นเราต้องศึกษาก่อนว่าจะทำอย่างไรให้ดินของเราได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม”
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน พวกเขาก็ได้เดินมาถึงใต้ซุ้มประตูถนนนักชิมแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋หยุดเดิน แล้วพูดว่า “พวกเรารอที่นี่กันครู่หนึ่ง พ่อตาของผมและนายกถังกำลังมาที่นี่”
ส่วนตัวหลัวฉางเซิงแล้ว เขาไม่มีปัญหาอะไร ไม่นานเขาก็หยิบบุหรี่ออกมาแล้วยื่นให้กับเจียงเสี่ยวไป๋ ทั้งสองจุดบุหรี่และยืนสูบกันอยู่ใต้ซุ้มประตู ระหว่างที่สูบบุหรี่ พวกเขาก็ได้พูดคุยต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะที่รอถังจิงเทียนและหลินต้าเหว่ยไปด้วย
ไม่กี่นาทีผ่านไป ถังจิงเทียนและหลินต้าเหว่ยก็ยังไม่มา แต่พวกเขากลับเห็นหลินเจียอินเดินนำคนกลุ่มหนึ่งมาอยู่ไกล ๆ
หลัวฉางเซิงยิ้มและพูดว่า “ประธานมาที่นี่ด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว เป็นเรื่องปกติที่หลินเจียอินจะพาแขกไปที่ถนนนักชิม ไม่แปลกที่จะเจอพวกเขาที่นี่ งั้นผมขอเข้าไปทักทายก่อน”
เขาพูดจบแล้วก็เดินตรงเข้าไปทักทายทันที
ไม่นาน หลินเจียอินก็เห็นเจียงเสี่ยวไป๋และหลัวฉางเซิง ก่อนที่พวกเธอจะเดินเข้ามาใกล้ เธอจึงหันไปพูดกับชายวัยกลางคนร่างสูงที่อยู่ข้าง ๆ เธอ “ผู้ว่าว่าน นั่นคือสามีของฉันเอง เขากำลังต้อนรับเพื่อนของเขาเช่นกัน ฉันขอเข้าไปทักทายเขาก่อน”
ฮุ่ยโจวยังเป็นเมืองระดับจังหวัดด้วย แต่เขตบริหารยังไม่ได้ถูกเรียกว่า ‘เมือง’ แต่ยังคงเป็นเขตการปกครองที่ถูกเรียกว่า ‘โจว’ อยู่ ดังนั้นผู้ว่าราชการท่านนี้แท้จริงแล้วจึงมีสถานะเทียบเท่านายกเทศมนตรีนั่นเอง
ว่านเหยียนฟู่เป็นผู้ว่าการฮุ่ยโจว ครั้งนี้เขาได้พารองผู้ว่าการสองคนมาที่ชิงโจวด้วย และยังได้ชวนให้ ทางเจียงเจียกรุ๊ปไปขยายธุรกิจที่ฮุ่ยโจว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเจียงเจียกรุ๊ปมากขนาดไหน
เพราะถึงอย่างไรนั่นก็เป็นคำแนะนำของหลินต้าจ้าวเอง
การมาชิงโจวในครั้งนี้ เขารู้สึกได้เลยว่าเป็นการเดินทางที่คุ้มค่ามาก เพราะการเปลี่ยนแปลงในชิงโจวทำให้เขาตกใจมาก
แน่นอนว่าก่อนที่จะมาที่ชิงโจว เขาก็พอจะทำการบ้านมาบ้างแล้วและรู้ว่าเจียงเจียกรุ๊ปมีเจียงเสี่ยวไป๋ แม้ในนามจะเป็นแค่ผู้ช่วยเท่านั้น แต่อันที่จริงเขาคือคนรักของหลินเจียอินที่เป็นประธานกรุ๊ป
ยิ่งไปกว่านั้น เจียงเสี่ยวไป๋ยังเป็นผู้ตัดสินใจหลายสิ่งหลายอย่างของเจียงเจียกรุ๊ป
เขาก็ว่าทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยเจอเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เลย
ในขณะนี้ หลังจากได้ฟังคำพูดของหลินเจียอินเขาก็ยิ้มและพูดว่า “ประธานหลิน เช่นนั้นก็แสดงว่าคนรักของคุณคือผู้ช่วยเจียงในตำนานใช่ไหม ! ”
หลินเจียอินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “มันไม่ใช่ตำนานอะไรหรอก เขาแค่ไม่ชอบออกไปเจอใคร ดังนั้นเขาจึงมักจะอยู่เบื้องหลังซะมากกว่า”
ว่านเหยียนฟู่พูดด้วยรอยยิ้ม “การจะเจอตัวผู้ช่วยเจียงนี้เป็นเรื่องยากจริง ๆ โชคดีที่ในตอนนี้ฉันได้พบเขาแล้ว”
“อืม งั้นฉันจะเข้าไปทักทายด้วยเหมือนกัน”
“และถ้าสะดวก เราก็ไปหาอะไรกินด้วยกันเลยก็ได้ ! ”
หลินเจียอินพยักหน้าและกล่าวว่า “เดี๋ยวฉันลองไปถามแขกก่อนนะ ว่าพวกเขาสะดวกหรือเปล่า ? ”
พูดจบ เธอก็เดินไปอย่างมุ่นมั่นเต็มที่
ในขณะที่พูดคุยกัน ทั้งสองฝ่ายก็ได้เดินเข้ามาใกล้กัน
หลินเจียอินทักทายหลัวฉางเซิงก่อน “สวัสดีค่ะนายอำเภอหลัว ! ”
หลัวฉางเซิงตอบด้วยรอยยิ้ม “สวัสดี ประธานหลิน ท่านนี้คือแขกของคุณเหรอ ! ”
เมื่อเขาพูดแบบนั้น เธอก็พูดกับว่านเหยียนฟู่ว่า “ผู้ว่าว่าน นี่คือนายอำเภอหลัวแห่งถู่เฉิงค่ะ ! ”
จากนั้น เขาก็แนะนำว่านเหยียนฟู่ “นายอำเภอหลัว นี่คือผู้ว่าว่านแห่งฮุ่ยโจวค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้รับการแนะนำเป็นคนสุดท้าย
ที่จริงแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องแนะนำเจียงเสี่ยวไป๋เลยก็ได้ หลินเจียอินได้บอกกับว่านเหยียนฟู่แล้วตั้งแต่ที่เขามาถึง
“สวัสดีผู้ว่าว่าน ! ”
“สวัสดีผู้ว่าว่าน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋และหลัวฉางเซิงต่างกล่าวสวัสดี
ว่านเหยียนฟู่หัวเราะและจับมือกับเจียงเสี่ยวไป๋ก่อน “ผู้ช่วยเจียง ฉันได้ยินชื่อเสียงและชื่นชมคุณมานานแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างถ่อมตัว “ผู้ว่าว่านก็พูดชมเกินไป ผมเป็นแค่พนักงานคนหนึ่งของเจียงเจียกรุ๊ปเท่านั้นเอง”
ว่านเหยียนฟู่พูดอย่างสุภาพ “ผู้ช่วยเจียงก็ถ่อมตนเกิน”
พอพูดจบ เขาก็ไม่ได้ปล่อยให้หลัวฉางเซิงที่อยู่ข้าง ๆ เคว้งคว้าง จากนั้นเขาก็เข้าไปทักทายหลัวฉางเซิงต่อ
แน่นอนว่าด้านหลังของเขายังมีผู้นำอีกหลายคนที่มาจากฮุ่ยโจว และพวกเขาก็ได้รับการแนะนำทีละคน จากนั้นทุกคนก็พูดคุยกันอยู่อย่างนั้นสักพัก
หลังจากพูดคุยทักทายกันเสร็จแล้ว หลินเจียอินก็พูดว่า “พวกเราไปกินข้าวด้วยกันไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แต่ว่าตอนนี้เรายังรออีกสองคนนะ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ไม่รอให้หลินเจียอินได้พูดต่อ เขาหันไปพูดกับว่านเหยียนฟู่ว่า “กลางวันนี้จะให้ประธานของเราดูแลคุณต่อ พอดีผมมีธุระ ต้องขอโทษจริง ๆ ที่ไม่สามารถไปร่วมรับประทานอาหารกับคุณได้”