ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1460 ค่าอาหารหลายพันหยวน
ตอนที่ 1460 ค่าอาหารหลายพันหยวน
เวลาที่เทศบาลชิงโจวต้อนรับแขกคนสำคัญ นอกจากในฤดูที่ต้องทานกุ้งเครย์ฟิชแล้ว ส่วนใหญ่พวกเขาเลือกที่จะไปเลี้ยงต้อนรับแขกที่ภัตตาคารชิงโจว
แต่เมื่อได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าเขาจะไม่ไปที่ภัตตาคารชิงโจว ถังจิงเทียนก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ในเมื่อนายอำเภอหลัวมาที่นี่ แน่นอนว่าจะต้องพาเขาไปลิ้มรสอาหารรสเลลิศของพื้นถิ่นเรา ถ้าไม่ไปทานอาหารที่ภัตตาคารชิงโจว หรือคุณจะเลี้ยงหม้อไฟนายอำเภอหลัว ? ”
หลัวฉางเซิงรู้ว่าไม่ว่าอย่างไรเจียงเสี่ยวไป๋ก็จะไม่ไปที่ภัตตาคารชิงโจว ดังนั้นเขาจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “นายกเทศมนตรีถัง ตอนนี้ประธานหลินเองก็กำลังทานอาหารที่ภัตตาคารชิงโจวอยู่เช่นกัน…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ถ้างั้นก็ดีเลยสิ ชวนประธานหลินมาร่วมโต๊ะกับเราด้วยเลย”
ในความเห็นของเขา หลินต้าเหว่ยก็อยู่ที่นี่ด้วย ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาที่จะชวนหลินเจียอินมาร่วมโต๊ะด้วยกัน
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นแบบนั้นจึงต้องอธิบายว่า “เธอกำลังดูแลแขกคนอื่นอยู่”
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดว่า “ประธานหลินกำลังดูแลแขกคนสำคัญอะไรกัน ตอนนี้เหล่าหลินอยู่ที่นี่เชียวนะ เธอจะไม่มาทานข้าวกับเขาเลยหรือ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผู้ว่าว่านและคณะของเขามาจากฮุ่ยโจวเพื่อมาพูดคุยเรื่องธุรกิจกับเจียงเจียกรุ๊ป”
“ผู้ว่าว่านจากฮุ่ยโจว ? ” ถังจิงเทียนรู้สึกประหลาดใจจริง ๆ เขาไม่รู้ว่าผู้ว่าว่านแห่งฮุ่ยโจวมาที่ชิงโจว
ฮุ่ยโจวและชิงโจวต่างก็เป็นเมืองระดับจังหวัด และผู้ว่าว่านก็อยู่ในระดับเดียวกับเขา เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ได้บอกกล่าวเขาเมื่อเขามาถึง คงจะไม่ดีถ้าพวกเขาได้มาเจอกันในตอนนี้
เขาทำหน้าประหลาดใจ และพูดว่า “อ๋อ เพราะว่าประธานหลินมีแขกจากแดนไกลมาร่วมงานนี่เอง งั้นก็ช่างมันเถอะ เราไม่ไปทานอาหารที่ภัตตาคารชิงโจวแล้วก็ได้”
หลังจากพูดจบ เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วถามว่า “แล้วเราจะไปไหนกันดี ? เราจะกินหม้อไฟกันจริงๆ เหรอ ? ”
ในถู่เฉิงก็มีร้านหม้อไฟอยู่หลายร้าน แต่มันไม่ค่อยน่าสนใจสักเท่าไหร่
หากไปร้านกุ้งอบน้ำมันก็คงไม่ต่างกัน เพราะร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงมีไปเปิดที่ถู่เฉิงแล้ว
จะดูแลแขกให้ดีที่สุดทั้งที ก็ควรเลือกสิ่งที่ไม่เหมือนใคร
ตอนนี้มันไม่ได้เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว เมื่อก่อนตราบใดที่ยังมีอาหาร การทานอาหารให้ครบมื้อถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
แต่ในตอนนี้ เราไม่เพียงแต่ต้องทานให้อิ่มเท่านั้น แต่เรายังต้องทานของดี ๆ ของที่มีเอกลักษณ์ เลือกอาหารให้เหมาะกับสถานะและระดับของแขก แบบนี้ถึงจะเป็นการต้อนรับแขกที่ดี
แน่นอนว่ามีของกินมากมายบนถนนนักชิมนี้ แต่เพราะมันมีมากมาย จึงเป็นเรื่องยากที่จะเลือกร้านที่ดีที่สุด แต่เขาก็ไม่อยากจะคิดมาก เขาจึงหันไปถามเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋ชี้ไปที่ร้านอาหารทะเลชิงเจียงที่อยู่ด้านหน้า แล้วพูดว่า “วันนี้เราไปกินอาหารทะเลกันเถอะ”
ฮะ ?
ถังจิงเทียนสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ที่นั่นมีอะไรอร่อยบ้าง ? ”
หลังจากเปิดร้านอาหารทะเลชิงเจียงมา เขาก็เคยไปกินอยู่ แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่ชินกับอาหารที่นั่นอยู่ดี
หลินต้าเหว่ยเองก็พยักหน้าและพูดว่า “มีร้านอาหารมากมายบนถนนนักชิม ทำไมไปกินอาหารทะเลล่ะ ? ”
เอาจริง ๆ เขาไม่ค่อยสนใจอาหารทะเลสักเท่าไหร่
เฉิงเสี่ยวเหว่ยไม่พูดอะไร อย่างไรเขาก็มาที่นี่เพื่อทานอาหาร ไม่ว่าจะได้ไปกินอะไรก็เหมือนกัน
แต่ถึงอย่างไร ถ้าเทียบกับถังจิงเทียนและหลินต้าเหว่ยแล้ว เขาก็สนใจที่จะกินอาหารทะเลมากกว่า
เพราะคนหนุ่มสาวมักเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าหลัวฉางเซิงไม่คัดค้านอย่างแน่นอน เพราะอย่างไรการทานอาหารก็ไม่ใช่จุดประสงค์หลักอยู่แล้ว เขาสามารถกินอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ จุดประสงค์ของเขาก็คือการพูดคุยความหลังกับหลินต้าเหว่ย และทำความรู้จักกับถังจิงเทียนมากขึ้น
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไร
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ที่จริงแล้วอาหารทะเลก็อร่อยนะ พวกคุณแค่ยังไม่ชินกับมันเฉย ๆ วันนี้ผมจะพาพวกคุณไปชิมเพื่อให้รู้ว่าของอร่อยรสเลิศมันเป็นอย่างไร ? ”
เขาพูดมาขนาดนี้แล้ว ถังจิงเทียนและหลินต้าเหว่ยจะพูดอะไรได้อีก พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตามเขาไป
ไม่นาน ทั้งห้าคนก็มาถึงประตูร้านในร้านอาหารทะเลชิงเจียง
“ผู้ช่วยเจียง คุณมาทานอาหารด้วยตัวเองเลยหรือ ? ”
ผู้จัดการร้านอาหารทะเลชิงเจียงอยู่ในล็อบบี้และพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋มา
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ก็ถ้าฉันไม่มากินด้วยตัวเอง จะมีใครมาช่วยฉันกินแทนเหรอ ! ”
ผู้จัดการหัวเราะ แล้วพูดว่า “นั่นเป็นเพราะคุณไม่ค่อยได้มาที่นี่ต่างหาก ผมก็แค่พูดล้อเล่นน่ะ”
เมื่อมองดูคนทั้งสี่ที่อยู่ข้างเขา เขารู้จักถังจิงเทียนและเฉิงเสี่ยวเหว่ย เพราะเขาเห็นถังจิงเทียนในข่าวบนทีวีทุกวัน แต่สำหรับหลินต้าเหว่ยและหลัวฉางเซิง พวกเขาไม่รู้จักแล้ว
เขายิ้มและพูดกับถังจิงเทียนว่า “นายกเทศมนตรีถัง ยินดีต้อนรับนะครับ”
ขณะที่พูด เขาก็ยื่นบุหรี่ให้ด้วย
ถังจิงเทียนรับมัน แล้วพูดอย่างใจเย็น “ผู้จัดการหลง คุณคุ้นเคยกับชิงโจวหรือยัง ? ”
ผู้จัดการร้านอาหารทะเลชิงเจียงชื่อหลงหวู่ เขามาจากชายทะเลทางตอนใต้ของฝูเจี้ยน เขาเคยเปิดร้านอาหารทะเลในบ้านเกิดของเขา กระทั่งเขาได้รับคัดเลือกจากโหย่วโหยวหยูให้มาทำงานที่นี่
หลงหวู่พูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้ามีเงิน ก็จะชินกับมัน ! ”
แม้ว่าธุรกิจที่ร้านอาหารทะเลชิงเจียงจะไม่ค่อยดีนักในตอนนี้และยังคงขาดทุนอยู่ แต่เงินเดือนที่เสนอโดย เจียงเจียกรุ๊ปก็ค่อนข้างสูงมาก ซึ่งมากกว่าที่เขาได้จากการเปิดร้านอาหารทะเลของตัวเองอีก ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจเรื่องอื่น
ถังจิงเทียนจึงเอ่ยชมว่า “ทัศนคติของคุณดีมาก”
หลงหวู่ยิ้มรับ “ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี อีกทั้งตอนนี้ก็ได้มาพึ่งใบบุญของผู้ช่วยเจียง ทำให้ฉันได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย”
ในขณะที่พูด เขาได้แจกบุหรี่ให้กับหลินต้าเหว่ย หลัวฉางเซิงและเฉิงเสี่ยวเหว่ยแล้ว ในที่สุดเขาก็ยื่นบุหรี่ให้เจียงเสี่ยวไป๋และถามว่า “ผู้ช่วยเจียง วันนี้จะทานอะไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาเป็นกุ้งมังกร หูฉลาม ปลาแซลมอน…”
เขาสั่งอาหารหลายสิบรายการติดต่อกัน
หลงหวู่ยิ้ม และพูดว่า “จะจัดให้ตามสั่งเลยครับ เอาล่ะ เชิญพวกคุณไปนั่งพักผ่อนในห้องส่วนตัวกันก่อน เดี๋ยวผมจะเตรียมไปให้”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและเดินนำถังจิงเทียนและคนอื่นเข้าไปในห้องส่วนตัว
ในร้านมีลูกค้าไม่มากนัก อาหารก็เสิร์ฟได้อย่างรวดเร็วมากเช่นกัน
มีอาหารมากกว่าสิบเมนู นอกจากเมนูเครื่องเคียงไม่กี่เมนูแล้ว มีเมนูจานหลักถูกยกมาเสิร์ฟถึงหกเจ็ดเมนู อีกทั้งยังเป็นการเสิร์ฟให้คนละชุดอีกด้วย
หลงหวู่ยังนำไวน์ขาวมาเสิร์ฟด้วยอีกหนึ่งขวด
การได้ทานอาหารทะเลคู่กับไวน์ขาวนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
ถังจิงเทียน หลินต้าเหว่ย หลัวฉางเซิงและเฉิงเสี่ยวเหว่ยไม่เคยเห็นวิธีการทานแบบนี้มาก่อน พวกเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ดังนั้นพวกเขาจึงต้องมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋
ในชาติที่แล้วของเขา เจียงเสี่ยวไป๋ได้กินอาหารทะเลมากมาย ดังนั้นเขาจึงสาธิตวิธีการกินและดื่มให้พวกเขาดูทันที
“จะว่าไปรสชาติมันแปลกใหม่จริง ๆ ”
ถังจิงเทียนชิมแล้วพูดออกมาด้วยความทึ่ง
หลินเต้าเหว่ยยังกล่าวอีกว่า “เหมือนจะไม่ค่อยคาวเท่าไหร่”
หลัวฉางเซิงกล่าวว่า “ฉันเคยแต่ทานอาหารป่า นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันทานอาหารทะเล แม้ว่าจะไม่คุ้นเคยสักเท่าไหร่ แต่มันก็อร่อยจริง ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “อาหารป่านับเป็นสมบัติจากภูเขา มันคือรสชาติความอร่อยจากป่า คนละแนวกับอาหารทะเล ดังนั้นหากพวกคุณติดใจก็มาทานอาหารที่นี่บ่อย ๆ ได้นะ”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ฉันดูเมนูไปเมื่อครู่นี้ แค่อาหารที่คุณสั่งมาหนึ่งชุดก็มีราคาพอกันกับอาหารทั้งโต๊ะของภัตตาคารชิงโจวแล้ว ฉันคงมาที่นี่บ่อย ๆ ไม่ได้หรอก”
จากที่คำนวณคร่าว ๆ แสดงให้เห็นว่าอาหารที่เจียงเสี่ยวไป๋สั่งมาทั้งหมดมีราคาอย่างน้อยหลายพันหยวน
ซึ่งคงพูดได้เพียงว่า ของแพงมักย่อมอร่อยเสมอ
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าในอนาคตคุณได้มีโอกาสเลี้ยงแขกสักคน คุณก็พาพวกเขามาที่นี่สิ เพราะคุณไม่ต้องควักเงินจ่ายเองเสียหน่อย”
ถังจิงเทียนพูดด้วยความโกรธว่า “นอกจากคุณ ใครจะใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้อีก อาหารมื้อหนึ่งมีราคาหลายพันหยวน คุณคิดว่าเงินนั้นหามาได้ง่าย ๆ เหมือนลมในทะเลงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้จริงจังกับมัน เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ต้องกังวล ในอนาคตจะเป็นแบบนั้นแน่นอน”
เขาเชื่อมั่นในสิ่งนี้
ในเมื่อเป็นเส้นทางที่เขาเคยเดินเมื่อชาติที่แล้ว ชาตินี้จะผิดพลาดได้อย่างไร ?