ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1461 บังเอิญเจอบนถนน
ตอนที่ 1461 บังเอิญเจอบนถนน
หลังจากที่เริ่มทานอาหารทะเลแล้ว บทสนทนาส่วนใหญ่ของพวกเขาก็จะเกี่ยวกับการทานอาหารทะเลอย่างไรให้อร่อย
หลินต้าเหว่ย ถังจิงเทียน หลัวฉางเซิง และเฉิงเสี่ยวเหว่ยล้วนสนใจในการทานอาหารทะเลเป็นอย่างมาก
หลังออกจากร้านอาหารทะเลชิงเจียง ถังจิงเทียนยังคงพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ครั้งหน้าเลี้ยงอาหารทะเลฉันอีกนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ถ้ามาครั้งหน้า คุณต้องเป็นคนเลี้ยงผมคืนสิ”
ถังจิงเทียนพูดอย่างไม่พอใจ “อะไรกัน คุณเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ขนาดนั้น ให้เลี้ยงอาหารแค่นี้กลับไม่อยากจ่าย ประหยัดเกินไปแล้ว”
“แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้าหากคุณต้องการแบบนั้น ผมจะเลี้ยงอาหารคุณที่ภัตตาคารชิงโจวเอง”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่สามารถเลี้ยงอาหารทะเลจากร้านอาหารทะเลชิงเจียงได้ แต่เขาแค่ไม่อยากใช้เงินโดยไม่จำเป็น
ถึงแม้จะมื้อละไม่กี่พันหยวน แต่มันก็ทำอะไรได้หลายอย่าง
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าคุณจะเลี้ยงเป็นอาหารข้างทาง ผมก็ได้หมด”
ถังจิงเทียนพูดอย่างมีความสุขว่า “ไม่มีปัญหา มีแผงขายอาหารริมถนนมากมายในถนนนักชิม ฉันสามารถเลี้ยงคุณได้”
เขามองไปที่หลินต้าเหว่ย แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ธุรกิจนี้มีแต่กำไร เหล่าหลิน คุณเองก็ทำแบบนี้บ่อย ๆ ก็ยังได้”
หลินต้าเหว่ยยิ้มแล้วพูดว่า “กับฉันไม่ต้องขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวครั้งหน้าค่อยพาแม่ยายของเขามาด้วย…..”
ถังจิงเทียนหัวเราะเสียงดัง และพูดว่า “ใช่ ใช่ ถ้าเป็นน้องสะใภ้บอกว่าอยากกินอาหารทะเล เจียงเสี่ยวไป๋เขายังจะกล้าบอกให้ไปกินที่ร้านข้างถนนอยู่ไหม ? ”
พวกเขาพูดเล่นกันอยู่สักพัก ก่อนที่จะเดินมาใต้ซุ้มทางเข้า
ถังจิงเทียนพูดกับหลัวฉางเซิงว่า “นายอำเภอหลัว ตอนที่เรากำลังกินข้าวอยู่ เราคุยกันแค่เรื่องอาหารเท่านั้น ไม่ได้พูดความตั้งใจที่คุณตั้งใจจะมาหาฉันเลย ไปคุยกันที่สำนักงานของฉันเลยไหม ! ”
หลัวฉางเซิงดีใจมาก และพูดว่า “ถ้าตอนนี้คุณยังว่างอยู่ ผมก็ขอรบกวนคุณด้วย”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ที่จริงตอนบ่ายฉันก็มีธุระ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนขนาดนั้น นานๆ ทีคุณจะมา เพราะงั้นฉันจะคุยกับคุณก่อน”
หลัวฉางเซิงกล่าวอย่างซาบซึ้งว่า “ผมกำลังทำให้คุณลำบากแล้ว ! ”
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดว่า “คนกันเอง อย่าพูดอย่างนั้นเลย ไปกันเถอะ ! ”
หลัวฉางเซิงพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “เสี่ยวไป๋ ฉันไปกับนายกเทศมนตรีถังก่อนนะ ถ้าคุยเสร็จแล้ว ฉันจะกลับมาหาคุณในช่วงบ่าย”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “คุณหลัว ไปทำธุระของคุณก่อนเถอะ วันนี้ผมไม่มีอะไรทำพอดี”
ขณะที่หลัวฉางเซิงกำลังจะพูด ถังจิงเทียนก็พูดว่า “เอาล่ะ ตอนเย็นค่อยทานอาหารด้วยกันอีก หรือตอนเย็นเราจะไปร้านอาหารทะเลชิงเจียงดีไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋เกือบจะสะดุดล้ม เขารู้สึกว่าถังจิงเทียนนั้นเริ่มมีความกล้ามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เขาจึงพูดว่า “ได้สิ ผมจะขอให้หลงหวู่ทำบิลส่งไปให้เทศบาลเมือง จะให้ทำบิลชำระเป็นรายเดือนก็ยังได้”
ถังจิงเทียนตกใจ และพูดด้วยความโกรธ “คุณจะให้ฉันเลี้ยงอาหารคุณที่ร้านอาหารของคุณเองน่ะเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้บอกเหรอ ? เราจะต้องเลี้ยงกันและกัน เมื่อคุณเลี้ยงอาหารผมแล้ว ผมก็จะเลี้ยงคุณคืน อืม งั้นตกลงตามนี้นะ ตอนเย็นเจอกันที่ร้านอาหารทะเลชิงเจียง”
“ตอนเย็นค่อยว่ากันอีกที ! ” ถังจิงเทียนไม่ตกหลุมพรางนี้แน่ เขาจึงรีบบอกให้หลินต้าเหว่ยและหลัวฉางเซิงออกไป
เฉิงเสี่ยวเหวยก็รีบตามออกไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
เมื่อมองดูร่างที่ไกลออกไปของทั้งสี่คน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ส่ายหัวแล้วยิ้ม ก่อนที่จะเดินเข้าไปที่อาคารชิงโจว
ชีวิตช่วงนี้น่าเบื่อมาก และการปะทะฝีปากกับถังจิงเทียนก็ดูมีสีสันดี
ตอนนี้เขารู้สึกดีที่ได้เดินเล่นและเดินคนเดียวบนถนน
เขาจำไม่ได้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เขาได้มาเดินอย่างเงียบ ๆ อยู่คนเดียวบนถนนที่พลุกพล่านเช่นนี้ มันไม่ใช่ความรู้สึกเหงา แต่กลับกลายเป็นความสุขเมื่อได้เห็นถนนที่มีผู้คนพลุกพล่าน ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากเช่นกัน
“เจียงเสี่ยวไป๋ ทำไมนายถึงมาเดินอยู่บนถนนคนเดียวล่ะ ? ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงที่คมชัดดังมาจากด้านหลังและเรียกชื่อเขา
เจียงเสี่ยวไป๋หันกลับมาและพบเข้ากับหยางเจี๋ย
ใช่แล้ว มีเพียงไม่กี่คนในชิงโจวที่เรียกเขาเต็ม ๆ แบบนี้ มีเพียงแค่หยางเจี๋ยเท่านั้น
พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นเก่ากัน ค่อนข้างที่จะสนิทกันพอสมควร
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แล้วพูดว่า “ใช่เธอจริง ๆ ด้วย เธอมาทำอะไรที่นี่คนเดียวล่ะ ? ”
“ที่นี่เป็นของนายคนเดียวมั้ง ? ” หยางเจี๋ยพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “มีนายคนเดียวเท่านั้นมั้งที่ได้รับอนุญาตให้ช้อปปิ้งที่นี่ ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ไปช้อปปิ้งอย่างนั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ที่พูดมามันก็ใช่นะ ที่นี่เป็นของฉันจริง ๆ ”
หยางเจี๋ยแลบลิ้นออกมา แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าไม่เพียงแต่สิทธิ์ในทรัพย์สินของถนนสายนี้จะเป็นของเจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้น แต่ทรัพย์สินโดยรอบทั้งหมดยังได้รับการพัฒนาและดำเนินการโดยเจียงเจียกรุ๊ปอีกด้วย คงไม่เป็นการกล่าวเกินจริงที่จะบอกว่าที่นี่เป็นของเจียงเสี่ยวไป๋
เธอมองค้อนเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “ ฉันรู้ว่ามันเป็นของนาย แล้วจะทำไมล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “ก็ไม่ทำไม ก็แค่พูดเล่นเฉย ๆ ไม่เจอกันนานเลย ช่วงนี้เธอยุ่งมากไหม ? ”
หยางเจี๋ยพูดว่า “ฉันก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร นอกจากดูแลลูก ๆ อยู่ที่บ้าน”
ในบรรดาเพื่อนร่วมชั้น หยางเจี๋ยถือเป็นเพียงคนเดียวที่มีลูกหลายคน เธอและหลี่อิงจวิ้นมีลูกด้วยกันทั้งหมดสามคน ได้แก่ หลี่เจี้ยน หลี่กัง และหลี่จี๋ และเจียงเสี่ยวไป๋เองก็เคยเห็นลูก ๆ ทั้งสามคนของเธอแล้ว
และหยางเจี๋ยก็ไม่ได้ทำงานเลยหลังจากแต่งงาน เธอเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัวอยู่ที่บ้านเต็มตัว
เมื่อสองปีก่อน เจียงเสี่ยวไป๋ได้เลือกหลี่อิงจวิ้น สามีของเธอให้มาร่วมงานกับบริษัทและเริ่มทำร้านนวดเท้าหลายแห่งไปทั่วประเทศ
หลี่อิงจวิ้นกลายเป็นเศรษฐีจากการถือหุ้นในบริษัทจัดการด้านสุขภาพคงเหม่ย และหยางเจี๋ยก็กลายเป็นภรรยาของเศรษฐี ชีวิตของเธอสะดวกสบายมากขึ้นเรื่อย ๆ และเธอก็สามารถไปช้อปปิ้งได้ทุกเมื่อเวลาเธอไม่มีอะไรทำ
เมื่อคิดว่าชีวิตของเธอน่าเบื่อ หยางเจี๋ยจึงพูดว่า “ฉันเป็นคนขี้เกียจอยู่แล้ว และฉันก็ไม่ได้อยากยุ่งเหมือนนายที่ไม่สามารถว่างไปเจอใครได้ในแต่ละวัน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เราก็ได้เจอกันแล้วนี่ไง”
“ไม่นับเถอะ ! ” หยางเจี๋ยพูด “ก็แค่บังเอิญเจอกันบนถนนเฉย ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “อย่างไรก็ช่าง ก็ถือว่าได้เจอกันแล้ว ถ้าเธอไม่มีอะไรทำ ไปนั่งเล่นที่ห้องทำงานของฉันก็ได้นะ”
หยางเจี๋ยกล่าวว่า “ฉันได้ยินจากอิงจวิ้นว่านายย้ายไปที่สำนักงานใหม่แล้ว แถมการตกแต่งก็ยังหรูหรากว่าพระราชวังเสียอีก… “
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “มันก็แค่ออฟฟิศ จะพูดเกินจริงขนาดนี้ได้อย่างไร ! ”
หยางเจี๋ยกล่าวว่า “ไม่ว่าจะพูดเกินจริงหรือไม่ก็ตาม ฉันก็ไม่สนใจที่จะไปที่ออฟฟิศของนายหรอก คนเยอะฉันอึดอัดเวลาที่มีคนมอง”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้บังคับเธอ เขาพูดว่า “ไม่ไปก็ไม่ไป แล้วตอนนี้เธอจะไปไหน ? ”
หยางเจี๋ยพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ทำไม ? นายอยากจะรีบเดินหนีไปทั้งที่เพิ่งจะเจอกันเนี่ยนะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก็เราไม่สามารถยืนคุยกันบนถนนได้ ! ”
“การยืนคุยบนถนนแล้วมันทำไม ? ” หยางเจี๋ยพูดว่า “นายหมายถึงว่าอยากจะไปนั่งคุยกันเงียบ ๆ ใช่หรือเปล่า ? ”
เธอจ้องมองที่เจียงเสี่ยวไป๋ และพูดว่า “นายดูเปลี่ยนไปนะ ตอนนี้ดูกล้ากว่าเดิมอีก หรือเป็นเพราะหลินเจียอินไม่สนใจนายเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “นี่เธอคิดไปไหนต่อไหนกัน ? ตอนนี้เธอชักจะคิดไปไกลแล้วนะ”
หยางเจี๋ยพูดว่า “ก็แล้วทำไมจะไม่ใช่ พวกเขาบอกว่าผู้ชายมักจะทำตัวไม่ดีตอนพวกเขารวย ตอนนี้นายรวยมากแล้ว เป็นเรื่องปกติที่จะเปลี่ยนนิสัยไม่ใช่เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดว่า “ฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก”
เมื่อมองไปที่หยางเจี๋ย เขาก็พูดติดตลกว่า “ตอนนี้หลี่อิงจวิ้นของเธอก็รวยแล้วเช่นกัน เขากลายเป็นคนเลวและทำให้เธอเสียใจหรือเปล่าล่ะ ? ”