ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1462 อดีตกลับมาอีกครั้ง
ตอนที่ 1462 อดีตกลับมาอีกครั้ง
“ก็ไม่นะ ! ”
หยางเจี๋ยปฏิเสธทันที “เงินทั้งหมดที่เขาหามาได้ อยู่ในมือของฉันหมดแล้ว เขาไม่มีโอกาสได้ไปทำอะไรแบบนั้นหรอก”
เมื่อมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ เธอก็ยิ้มแล้วพูดว่า “นายเองก็เคยตัวติดอยู่กับหลินเจียอินตลอดทั้งวัน ไหงทำไมตอนนี้เธอไม่ได้อยู่กับนายล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ตอนนี้เธอเป็นประธานไปแล้ว และกำลังต้อนรับแขกคนสำคัญอยู่”
เขาเหลือบมองไปทางภัตตาคารชิงโจว แล้วพูดว่า “ตอนนี้ก็น่าจะยังกินข้าวกันอยู่ ! ”
หยางเจี๋ยพูดว่า “เป็นเรื่องจริงสินะ นายปล่อยให้ภรรยาของนายไปทานอาหารเย็นกับแขก แต่นายกลับวิ่งออกมาเดินเล่นข้างนอกแบบนี้”
“น่าสงสารเธอจริง ๆ ที่ต้องมาอยู่กับนายเนี่ย”
เมื่อเธอพูดสิ่งนี้ เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่เขาก็เปิดใจกว้างและพูดว่า “การแสวงหาของทุกคนแตกต่างกัน เช่นเดียวกับเจียอินในตอนนี้ที่เธอต้องตระหนักถึงคุณค่าของตัวเองและชอบที่จะประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ……”
“พอก่อน อย่าพูดสิ่งที่ไร้ประโยชน์พวกนั้น ! ” หยางเจี๋ยขัดจังหวะเขาและพูดว่า “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาฟังนายพูดอวดเธอนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอ้า ก็เธอเป็นคนเริ่มและเธอก็ไม่ยอมให้ฉันพูด เธอนี่มันอะไรเนี่ย ! ”
หยางเจี๋ยกลอกตาของเธอ “นายควรเชื่อฟังหลินเจียอิน นายไม่ต้องมาฟังฉัน”
เจียงเสี่ยวไป๋ลูบจมูกของเขาและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง
หยางเจี๋ยดูเหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้ เธอจึงพูดว่า “เออใช่ นายรู้จักน้องสาวของม่านม่านหรือเปล่า ? ”
เมื่อพูดถึงหลี่ม่านม่านแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดในใจ แต่เขาก็ยังพยักหน้าและพูดว่า
“ก็หลังจากเรื่องราวในครั้งนั้นของม่านม่าน ฉันก็ได้ไปสืบหาเกี่ยวกับสถานการณ์ครอบครัวของเธอ และก็ได้รู้ว่าเธอมีน้องสาวชื่อหลี่เวยเวยด้วย”
หยางเจี๋ยพูดว่า “ไม่คิดว่านายจะรู้จักเธอด้วย”
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เจียงเสี่ยวไป๋กำลังคิดว่าจะช่วยพ่อแม่และครอบครัวของหลี่ม่านม่านได้อย่างไร
แต่เพราะความปรารถนาดีทั้งหมดของเขาถูกปฏิเสธโดยพ่อแม่ของเธอ เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้รับอนุญาตแม้แต่จะเข้าไปเยี่ยมพวกท่านด้วยซ้ำ
ทำให้เขาได้รู้หลายอย่างเกี่ยวกับหลี่ม่านม่านจากปากของหยางเจี๋ย เจียงเสี่ยวไป๋รู้เหตุผลว่าทำไมหลี่ม่านม่านถึงไม่อยู่สอนที่ชิงซานหลังจากที่เรียนจบ แต่เลือกที่จะไปสอนในสถานที่ห่างไกลอย่างหมู่บ้านซานฮวาแทน
ในความคิดของผู้เฒ่าทั้งสอง พวกเขาคิดว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นความผิดของเจียงเสี่ยงไป๋
หากไม่มีเจียงเสี่ยวไป๋ หลี่ม่านม่านคงไม่ต้องไปอยู่ไกล ไม่ต้องป่วย จนต้องเอาชีวิตวัยเยาว์ของเธอไปทิ้งอยู่ที่นั่นตลอดกาล
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ให้อภัยเจียงเสี่ยวไป๋ และไม่ยอมรับความช่วยเหลือใดจากเขาเลย
ตอนแรก เจียงเสี่ยวไป๋ยังรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็มีงานที่จะต้องทำมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเขาจึงเลิกคิดเรื่องนี้ไป
แต่เมื่อเขาได้ยินหยางเจี๋ยพูดถึงเรื่องนี้ เขาก็รู้สึกผิดและเป็นกังวลขึ้นมาในทันที เลยถามว่า “แล้วหลี่เวยเวยเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
หยางเจี๋ยถามว่า “นายพอรู้ไหมว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้สนใจสถานการณ์ของตระกูลหลี่มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่รู้เลยว่าหลี่เวยเวยอยู่ที่ไหน ดังนั้นเขาจึงถามอย่างรวดเร็ว “เธออยู่ที่ไหน ? ”
หยางเจี๋ยถอนหายใจอย่างเคร่งเครียดแล้วกล่าวว่า “คนเรานี่ก็จริง ๆ เลย ตอนแรกฉันจำได้ว่านายต้องการที่จะช่วยเหลือครอบครัวของม่านม่านมากขนาดไหน แต่ตอนนี้ผ่านไปไม่ถึงสามปี นายไม่รู้แม้กระทั่งข่าวคราวของครอบครัวเธอแล้ว”
บนใบหน้าของเธอเกิดความรู้สึกเศร้าใจขึ้นมา ราวกับว่าเธอรู้สึกเสียใจแทนหลี่ม่านม่าน
เพื่อนของเธอชอบเจียงเสี่ยวไป๋มาก และแอบชอบเขาจนกระทั่งตัวเองตาย แต่เธอก็ไม่เคยที่จะได้รับความอ่อนโยนจากเจียงเสี่ยวไป๋เลย
โดยเฉพาะเทศกาลเชงเม้งในปีนี้ เธอได้ไปเยี่ยมหลุมศพของหลี่ม่านม่าน และที่ว่าการอำเภอถู่เฉิงเองก็ได้จัดงานรำลึกครั้งใหญ่ให้ด้วย ครูทุกคนได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากหลี่ม่านม่าน และเรียกเธอว่า ‘ดอกติงฮวาที่งดงามที่สุด’ ซึ่งในตอนนั้นนายอำเภอและรองนายอำเภอต่างก็ไปร่วมงานกันทั้งหมด
แต่ตอนนั้น หยางเจี๋ยไม่เห็นแม้แต่เงาของเจียงเสี่ยวไป๋
และเธอได้ยินมาว่า ในตอนนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ยังอยู่ในหมู่บ้านซานฮวาเมื่อไม่กี่วันก่อนอีกด้วย
ในเวลานั้น เธอผิดหวังในตัวเจียงเสี่ยวไป๋มาก เธอคิดว่าถ้าได้เจอกับเจียงเสี่ยวไป่อีก เธอจะถามเขาว่าทำไมเขาไม่แม้แต่จะมาหาหลี่ม่านม่านในช่วงเทศกาลเชงเม้งด้วยซ้ำ
แต่หลังจากที่กลับมาได้กว่าครึ่งปีแล้ว เธอก็ไม่ได้เจอกับเจียงเสี่ยวไป๋เลย จึงทำให้เธอลืมคำถามนั้นไป
แต่ในครั้งนี้ พวกเขากลับได้พบกันโดยบังเอิญ อารมณ์ที่มีอยู่ในตอนแรกได้หายไปหมดแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่คิดที่จะถามคำถามเขาอีก
ท้ายที่สุดเธอก็ได้รู้ด้วยว่าในตอนนี้เจียงเสี่ยวไป๋ต้องบริหารดูแลเจียงเจียกรุ๊ป เขามีหลายสิ่งหลายอย่างให้ทำเหลือเกิน
แต่เมื่อเธอได้ยินว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับครอบครัวหลี่ด้วยซ้ำ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าใจและผิดหวังในตัวเขา
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หยางเจี๋ย อย่าพูดอย่างนั้น”
“อย่างที่เธอรู้ ในตอนแรกฉันอยากจะดูแลพ่อแม่และครอบครัวของม่านม่านจริง ๆ แต่พวกเขากลับปฏิเสธ จะเข้าไปหาเขาทั้งที่เขาไม่ต้องการมันก็ยังไงอยู่ ฉันก็เลยเลิกสนใจไปเลย”
หยางเจี๋ยรู้ดีว่าพ่อแม่ของหลี่ม่านม่านปฏิบัติต่อเจียงเสี่ยวไป๋อย่างไร เพราะเธอเองก็อยู่ในเหตุการณ์ที่พ่อของหลี่ม่านม่านไล่ตะเพิดเจียงเสี่ยวไป๋ออกไปด้วย แต่เธอก็ไม่ได้เห็นด้วยแต่อย่างใด “ที่พวกเขามีท่าทีแบบนั้นต่อนาย นายไม่รู้เลยหรือว่ามันเป็นเพราะอะไร ? ”
“แม้ว่านายจะไม่รบกวนพวกเขา แต่ด้วยความสามารถของนาย ก็น่ามีวิธีที่ช่วยเหลือพวกเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“แต่นายกลับเลิกสนใจพวกเขาทั้งที่ผ่านไปได้ไม่นาน ปีนี้นายก็ไม่ได้ไปเจอม่านม่านในช่วงเทศกาลเชงเม้งด้วยซ้ำ”
“ถ้าม่านม่านรู้ เธอคงจะเศร้าและรู้สึกแย่มาก ! ”
ในช่วงเทศกาลเชงเม้งปีนี้ เหตุผลที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ไปที่หมู่บ้านซานฮวาก็เพราะว่าเขาต้องสร้างสุสานให้กับปู่และย่าของเขา
ในฐานะหลานชาย เขาไม่มีเหตุผลที่จะไม่มางานสำคัญอย่างการตั้งสุสานให้กับปู่และย่า
แต่เขาทำแค่เพียงเหลือบมองหยางเจี๋ยโดยที่ไม่ได้อธิบายอะไร
ในเมื่อไม่ได้ไปก็คือไม่ได้ไป ไม่ต้องอธิบายหรอก
คำอธิบายเป็นวิธีการแก้ตัวที่จืดชืดที่สุด
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้พูดอะไร หยางเจี๋ยก็ยิ่งโกรธมากขึ้นและพูดว่า “ช่างมันเถอะ ม่านม่านเองก็จากเราไปแล้ว ดังนั้นมันไม่มีประโยชน์หรอกที่จะบอกนายเรื่องนี้”
เธอไม่ต้องการคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋อีกแล้ว เธอจึงหันหลังกลับและเดินไปทางที่เธอเดินออกมาพร้อมกับถุงเต็มมือ
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋เห็นดังนั้น เขาจึงรีบตามไปทันทีและพูดว่า “พูดยังไม่จบเลย จะรีบไปไหน ? ”
หยางเจี๋ยจ้องมองเขาแล้วพูดว่า “ฉันไม่อยากพูดอะไรแล้ว ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็เลิกสนใจเจียงเสี่ยวไป๋แล้วเดินจากไป
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่นและปล่อยให้หยางเจี๋ยจากไปโดยไม่ได้ตามไป
เพียงแค่เห็นเงาของหยางเจี๋ยที่ค่อย ๆ ห่างออกไป ความรู้สึกในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความขมขื่น ลมพัดมาชวนทำให้บรรยากาศเหงาหงอยและเงียบเหงามาก มีเรื่องราวที่ผ่านเข้ามามากมายในชีวิต แม้จะได้เกิดใหม่หรือมีชีวิตอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสียใจและข้อบกพร่องที่ผ่านมาได้
บางทีชีวิตที่ต้องเสียใจ นั่นก็อาจจะเป็นเพราะนี่แหละคือชีวิตจริง !
เจียงเสี่ยวไป๋หันกลับไปและเดินกลับเข้าไปที่อาคารชิงโจว
เขายังคิดไปตลอดทางว่าหยางเจี๋ยคงจะไม่พูดถึงหลี่เวยเวยโดยไม่มีเหตุผลแน่นอน
“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่านะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกกังวลขึ้นมาในใจ