ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1473 มีอารมณ์ขัน
ตอนที่ 1473 มีอารมณ์ขัน
ทุกครัวเรือนชอบกินมันหมดเลยเหรอ ?
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ปากของถังจิงเทียนก็กระตุกยิ้มขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋กล้ามากที่พูดออกมาอย่างนี้!
ขนาดตัวเขาเองกว่าที่จะกินได้ก็ใช้เวลาไปตั้งเท่าไหร่ ไม่ต้องไปพูดถึงคนอื่นเลย !
หลินเจียอินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจและสงสัยว่าทำไมเขาถึงกล้าพูดอะไรที่ไร้ยางอายแบบนี้ออกมา
หลินต้าเหว่ยอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมากุมหน้าผาก หากต้องการคุยโวก็ช่วยคุยเรื่องที่มันดีกว่านี้ได้ไหม ชิงโจวเป็นเมืองที่อยู่บนภูเขา ถ้าจะบอกว่าคนชิงโจวกินเนื้อสัตว์ป่าทุกวันยังน่าเชื่อถือกว่าอีก
แต่นี่มาบอกว่าทุกครัวเรือนกินอาหารทะเล นี่มันเป็นไปไม่ได้จริง ๆ
ในชิงโจวมีผู้คนมากกว่าสี่ล้านคน คาดว่ามีเพียงไม่กี่คนที่เคยเห็นทะเลด้วยซ้ำ
ยังไม่เคยไปชายหาด ไม่เคยเห็นทะเลมาก่อน แต่กลับบอกว่าชอบอาหารกินทะเล มันจะเป็นไปได้อย่างไร ?
คนอื่นรวมถึงจ้าวหยวนไค, เฉียนฉีหยุน, ซุนเถา, โจวฮ่าว, เจิ้งสี่เหมย และคนอื่น รวมถึงหลัวฉางเซิงเองต่างก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจเป็นสายตาเดียวกัน เพื่อรอฟังที่เขาจะพูดต่อ
ว่านเหยียนฟู่พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันไม่ค่อยมั่นใจกับสิ่งที่คุณพูดสักเท่าไหร่เลยนะ”
“ชิงโจวนั้นอยู่ไกลจากทะเลมากกว่าฮุ่ยโจวเสียอีก และในฮุ่ยโจวนี้ก็มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่กินอาหารทะเล แต่คุณกลับบอกว่าที่ชิงโจวกินกันทุกครัวเรือน”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม “พวกเราชาวชิงโจวชอบกินคากิตุ๋นที่สุดในช่วงตรุษจีน…”
เมื่อเขาพูดแบบนี้ออกมา หลินต้าเหว่ย หลินเจียอินและหลัวฉางเซิงต่างก็รู้ได้ในทันทีว่าที่เจียงเสี่ยวไป๋หมายถึงนั่นก็คือ สาหร่ายทะเล !
สาหร่ายตุ๋นกับคากิเป็นอาหารที่สำคัญที่สุดที่ชาวชิงโจวจะนิยมทานในช่วงงานเลี้ยงอาหารค่ำของวันปีใหม่ ซึ่งก็แทบจะทุกครัวเรือนจริง ๆ ที่ทานมัน
ในขณะนั้น พวกเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดก่อนหน้านี้ไม่ใช่ทุกบ้านในชิงโจวที่กินอาหารทะเล แต่หมายถึงการกินผลิตภัณฑ์จากทะเล
สาหร่ายทะเล มันก็คือผลิตภัณฑ์จากทะเลเช่นกัน !
หลายรอบแล้วที่เจียงเสี่ยวไป๋ชอบพูดอะไรที่ทำให้เข้าใจผิด !
ถังจิงเทียนเข้าใจในสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดดี จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้ม เขาหมดคำจะพูดจริง ๆ ไม่มีใครที่โกหกได้เก่งกว่าเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว เขากล้าที่จะบอกว่าวัตถุดิบจากทะเลเป็นอาหารทะเลได้อย่างไร
แต่มันก็พอจะเข้าใจได้อยู่
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงเมนูคากิตุ๋น ว่านเหยียนฟู่ก็จำได้ทันทีว่าตอนเที่ยง หลินเจียอินพึ่งพาเขาไปทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารชิงโจวมา และหนึ่งในอาหารเหล่านั้นก็คือคากิตุ๋น
ตอนนั้นหลินเจียอินเองก็ได้แนะนำให้เขาได้รู้จักกับเมนูนี้ด้วยเหมือนกัน โดยบอกว่าคากิตุ๋นคืออาหารจานหลักของชาวชิงโจวในช่วงตรุษจีน และยังเป็นสิ่งจำเป็นของชาวชิงโจวที่จะนำไปให้แม่สามีอีกด้วย แต่ไม่ได้พูดถึงสาหร่ายทะเล
แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังมีอีกหลายอย่างที่สามารถนำมาตุ๋นกับคากิตุ๋นได้ เช่น มันฝรั่งและหัวไชเท้าเป็นต้น
อย่างไรก็ตาม สาหร่ายทะเลเป็นอาหารที่พบได้บ่อยที่สุดและยังเป็นที่ชื่นชอบของชาวชิงโจวที่จะนำมาตุ๋นกับคากิอีกด้วย แต่เป็นเพราะสาหร่ายทะเลดูเป็นของธรรมดาเกินไป หลินเจียอินจึงเลือกที่จะไม่แนะนำมันให้เขารู้
ว่านเหยียนฟู่กล่าวว่า “แล้วคากิตุ๋นที่เรากินเมื่อตอนเที่ยงมันเกี่ยวอะไรกับอาหารทะเล ? ”
เฉียนฉีหยุน, ซุนเถา, โจวฮ่าว, เจิ้งสี่เหมย และคนอื่นที่อยู่ด้านข้างต่างก็พยักหน้าแสดงท่าทางว่าไม่เข้าใจด้วยเหมือนกัน
มีเพียงจ้าวหยวนไคเท่านั้นที่ดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างและได้หันไปกระซิบกับว่านเหยียนฟู่ ว่า “ผู้ว่าการว่าน ผักในคากิตุ๋นที่เรากินเมื่อตอนเที่ยงก็คือสาหร่ายทะเล ! ”
สาหร่ายทะเล !
ว่านเหยียนฟู่นึกขึ้นได้ทันทีหลังจากได้ยินสิ่งนี้ เมื่อมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ “ฮ่าฮ่า… ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้ช่วยเจียงบอกว่าคนในชิงโจวชอบกินอาหารทะเล ! ”
ใช่ เขาจำได้ด้วยว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดถึงอาหารทะเล แต่เป็นผลิตภัณฑ์จากทะเล
ความแตกต่างระหว่างสองคำนี้ทำให้กลับถูกเจียงเสี่ยวไป๋นำมาพูดให้สับสน
ต้องชื่นชมความฉลาดแกมโกงของเจียงเสี่ยวไป๋เขาเลยจริง ๆ
ว่านเหยียนฟู่พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้ช่วยเจียง ผลิตภัณฑ์จากทะเลที่คุณพูดถึงคือสาหร่ายทะเลสินะ ! ”
เฉียนฉีหยุน, ซุนเถา, โจวฮ่าว, เจิ้งสี่เหมย และคนอื่นต่างก็เข้าใจได้ในทันที
“ผู้ช่วยเจียงช่างเป็นคนตลกจริง ๆ ! ”
“ใช่แล้ว ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้นะ ! ”
“สาหร่ายทะเล เราก็เพิ่งกินมันไปเป็นมื้อเที่ยงนี้เอง ! ”
“ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องรสชาติเลย สาหร่ายทะเลตุ๋นกับคากินั้นมันรสชาติดีมาก ! ”
“ถ้าเป็นอย่างที่พูด พวกเราชาวฮุ่ยโจวก็ชอบกินเหมือนกัน ! ”
“ใช่ ใช่ ทุกครัวเรือน ใครบ้างล่ะที่จะไม่เคยกินสาหร่ายทะเล ? ”
“……”
ผู้นำฮุ่ยโจวทุกคนที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็พูดและยิ้มออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋ที่ได้ฟังก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนว่าพวกเราชาวชิงโจวและชาวฮุ่ยโจวจะมีความชอบเหมือนกันสินะ ทุกคนต่างก็ชอบกินอาหารทะเลกันทั้งนั้น”
“ใช่ ใช่ ! ” ว่านเหยียนฟู่พยักหน้าเห็นด้วยและกล่าวว่า “นั่นคือคงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้นายกเทศมนตรีถังพามากินอาหารทะเลจริง ๆ ! ”
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดว่า “ใช่แล้ว ในเมื่อทุกคนต่างก็ชอบกินอาหารทะเลอยู่แล้ว งั้นมาลองชิมด้วยกันเถอะ”
หลังจากที่พูดจบ เขาก็มองไปยังทุกคนแล้วพูดว่า “พวกคุณไม่รู้หรอกว่าอาหารในร้านอาหารทะเลชิงเจียงแห่งนี้มันยอดเยี่ยมแค่ไหน ฉันเพิ่งไปทานมาเมื่อตอนเที่ยงนี้ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่หายอยากเลย”
จากนั้น เขาก็พูดกับว่านเหยียนฟู่โดยเฉพาะ “ทันทีที่ประธานหลินบอกว่าคุณมาที่ชิงโจว ผมก็ตั้งใจที่จะพาคุณมาลองชิมอาหารที่นี่โดยเฉพาะเลย”
“เอาล่ะ ! ” ว่านเหยียนฟู่พูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นเรามาลองกินด้วยกันเถอะ”
ในขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น บริกรก็ได้เริ่มเสิร์ฟอาหารพอดี สิ่งแรกที่เขาเสิร์ฟก็คือกุ้งล็อบสเตอร์จานใหญ่ ในจานมีน้ำแข็งและหมอกสีขาวลอยออกมา ขับให้กุ้งล็อบสเตอร์ดูน่ากินมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าว่านเยี่ยนฟู่ จ้าวหยวนไค และคนอื่นจะมีสถานะตำแหน่งที่ไม่ธรรมดา แต่พวกเขาก็ยังไม่เคยได้ลิ้มลองมันเหมือนกัน
จากนั้น อาหารก็ถูกทยอยยกมาเสิร์ฟอีกหลายเมนู แม้เมนูอาหารจะไม่ได้มีมากมายเต็มโต๊ะ แต่ทุกจานล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน บอกไม่ถูกเลยว่ามันช่างประณีตและมีความงดงาม
“คุณเจียง อาหารพร้อมแล้ว ! ”
“คุณพอใจกับเมนูเหล่านี้ไหม ? ”
หลังจากที่บริกรได้มาเสิร์ฟจานสุดท้ายแล้ว เขาก็พูดกับเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
พนักงานเสิร์ฟกล่าวลา ก่อนที่จะเดินออกไป
ว่านเหยียนฟู่, จ้าวหยวนไค และคนอื่นต่างก็มองไปที่อาหารบนโต๊ะ ยกเว้นกุ้งมังกรจานใหญ่พิเศษ ส่วนเมนูอื่นกลับมีอาหารไม่มากนัก
ทุกคนที่ได้เห็นต่างก็ไม่อยากจะเชื่อกันทั้งนั้น
มีคนนั่งอยู่ที่โต๊ะนี้มากกว่าสิบคน
เนื่องจากคนเยอะ จึงสั่งอาหารแบบนี้มาเหรอ ?
ในปี 1985 ซึ่งเป็นยุคที่ผู้คนยังคงทานอาหารมื้อใหญ่ มีเมนูเพียงไม่กี่เมนูคงไม่เพียงพอที่จะทำให้อิ่มท้องได้
แต่ตามหลัก ‘ผู้มาเป็นแขกต้องทำตามเจ้าบ้าน’ ในเมื่อนายกเทศมนตรีถังเป็นคนเลี้ยงอาหาร พวกเขาก็ไม่สะดวกที่จะพูดอะไร
แม้แต่หลินเจียอินก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ตั้งแต่ร้านอาหารทะเลชิงเจียงเปิดมาอย่างเงียบ ๆ เธอก็ยังไม่เคยมาทานอาหารที่นี่เลย และโดยธรรมชาติแล้ว เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกินอาหารทะเลอย่างไร
แต่เธอก็รู้ว่าแม้ในวันนี้จะบอกว่าเป็นการเลี้ยงรับรองในนามของนายกเทศมนตรีถัง แต่อันที่จริงเป็นเธอกับสามีต่างหากที่เลี้ยงอาหารพวกเขา
เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าเจียงเสี่ยวไป๋เตรียมการแบบนี้ !
ทำไมเขาถึงได้เสิร์ฟอาหารจานเล็กขนาดนี้กันล่ะ ?
ถังจิงเทียน หลินต้าเหว่ย และหลัวฉางเซิงเองก็อยู่ที่นั่นด้วยเหมือนกัน
มีแค่พวกเขาที่มาทานอาหารตอนเที่ยงเท่านั้นที่รู้ว่าอาหารที่เป็นเมนูกลางต้องทานด้วยกันมีเพียงแค่ไม่กี่เมนูเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารชุดของใครของมัน
โอ้ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าหนึ่งคนได้อาหารหลายชุดเลยทีเดียว !
เมื่อว่านเหยียนฟู่และหลินเจียอินกำลังสับสน พนักงานเสิร์ฟก็ได้เข้ามาอีกครั้ง เขาเสิร์ฟหอยนางรมสีทองทอด โดยเริ่มจากว่านหยวนฟู่ก่อน แล้วพูดว่า “นี่คืออาหารของคุณ ทานให้อร่อยนะครับ ! ”
จากนั้น แขกคนอื่นก็ได้รับการเสิร์ฟต่อไปตามลำดับ
มีพนักงานเสิร์ฟหลายคนยืนอยู่ข้างหลัง พวกเขานำอาหารมาวางทีละจาน ๆ ทุกคนมีจานและชามหกใบวางอยู่ข้างหน้าตน