ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1475 มาพักที่บ้าน
ตอนที่ 1475 มาพักที่บ้าน
สถานบันเทิงยามค่ำคืนในชิงโจว ไม่ได้มีแค่ถนนนักชิมเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโรงภาพยนตร์ KTV บาร์ ฯลฯ
แต่ที่โดดเด่นที่สุดเลยก็คือสปานวดเท้า
ทันทีที่เจียงเสียวไป๋ได้ยินถังจิงเทียนพูดแบบนั้น เขาก็รู้ได้ในทันทีว่ามีแพลนที่จะให้ว่านเหยียนฟู่ไปทำสปาเท้าต่อ
และก็เป็นอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด ถังจิงเทียนไปพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ขณะที่กำลังเดินอยู่ “ผู้ช่วยเจียง พวกเราไปร้านนวดเท้ากันเถอะ ! ”
ร้านนวดเท้าที่เขาพูดถึงนั้นก็คือร้านสปาแห่งแรกที่เปิดโดยเจียงเสี่ยวไป๋ ซึ่งในตอนแรกเปิดให้บริการทั่วไป แต่เมื่อเปิดร้านนวดเท้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ร้านนี้จึงกลายเป็นสถานที่ต้อนรับระดับสูงสำหรับเจียงเจียกรุ๊ป ไม่เปิดให้บริการกับลูกค้าทั่วไปอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ถังจิงเทียน, หลี่หมิงซานและคนอื่นก็ยังคงชอบไปที่นั่นอยู่ดี เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่นั่นเงียบสงบ พนักงานนวดแต่ละคนก็เป็นผู้ที่มีประสบการณ์มาแล้วอย่างมากมาย และเทคโนโลยีที่นั่นก็ดีที่สุด
ผู้ช่วยเจียงกล่าวว่า “นายกเทศมนตรีถัง แต่ผมไม่ได้ไปร้านสปาด้วยนะ พวกคุณไปกันเลย”
หลัวฉางเซิงยังพูดอย่างรวดเร็ว “นายกเทศมนตรีถัง ผมเองก็ไม่ไปเหมือนกัน ผมมีเรื่องที่จะต้องไปทำกับผู้ช่วยเจียงต่อ”
ถังจิงเทียนเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ ก่อนที่จะพูดว่า “ถ้าเกิดว่าคุณไม่ไป คุณจะต้องเป็นคนเลี้ยง แต่ถ้าคุณไป เดี๋ยวฉันจะเป็นคนเลี้ยงเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋กลอกตา เขาบอกไปแล้วว่าเขาจะไม่ไป เขาว่าเขาพูดไปชัดเจนแล้วนะ
แต่ก็ถือว่าเป็นข้อเสนอที่ดี
เขาไม่อยากเถียงกับถังจิงเทียนต่อ จึงพูดไปว่า “แบบนั้นก็ได้ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง ไปบอกเฉินซินได้เลย”
ในขณะที่หลายคนเดินไปเรื่อย ๆ ไม่นานพวกเขาก็ได้มาถึงใต้ซุ้มประตู
ดูแล้วถังจิงเทียนก็น่าจะเตรียมการไว้นานแล้ว พอไปถึงก็มีรถห้าคันจอดรออยู่ริมถนน
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูและพูดกับว่านเหยียนฟู่ “ผู้ว่าว่าน เดี๋ยวนายกเทศมนตรีถังจะพาคุณไปสัมผัสชีวิตกลางคืนที่ชิงโจว ส่วนผมกับนายอำเภอหลัวยังมีงานต้องคุยกัน จึงไม่สามารถไปด้วยได้”
หลัวฉางเซิงพยักหน้า และพูดว่า “ต้องขอโทษผู้ว่าว่านด้วย แต่ผมต้องไปคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ต่อจริง ๆ ผมนัดเขาไว้ตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว”
ว่านเหยียนฟู่พูดด้วยรอยยิ้ม “แค่มีนายกเทศมนตรีถังอยู่กับเราก็พอแล้ว หากคุณมีธุระต่อก็ไปทำเถอะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมต้องขอโทษจริง ๆ ขอให้คุณมีช่วงเวลาที่ดี ! ”
หลินเจียอินถือโอกาสเข้ามาและพูดว่า “ผู้ว่าว่าน ไหน ๆ แล้วพวกคุณต่างก็เป็นผู้ชายกันหมด ฉันที่เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวก็ขอตัวด้วยเหมือนกัน”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ประธานหลิน คุณก็กลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปกับผู้ว่าว่านและคนอื่นเอง”
ว่านเหยียนฟู่ก็พยักหน้า และพูดว่า “ประธานหลิน พรุ่งนี้เราค่อยมาเจอกันใหม่”
“ได้ค่ะ ! ” หลินเจียอินตกลง “เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”
หลังจากนั้น พวกเขาก็กล่าวสวัสดีและอำลาจ้าวหยวนไค, เฉียนฉีหยุน และคนอื่น ๆ ทีละคน
ถังจิงเทีทยน ว่านเหยียนฟู่ และคนอื่น รวมถึงหลินต้าเหว่ยต่างก็ขึ้นรถและขับออกไป เหลือเพียงหลัวฉางเซิง เจียงเสี่ยวไป๋ และหลินเจียอินที่หน้าประตูซุ้มเท่านั้น
ในตอนนั้น จางเสี่ยวชุ่นและเหลิ่งเวยก็ได้ขับรถมารับเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินพร้อมกันพอดี
หลินเจียอินกล่าวว่า “นายกอำเภอหลัว คุณและเสี่ยวไป๋ไปคุยงานกันต่อเถอะ เดี๋ยวฉันคงจะต้องขอตัวกลับก่อน”
ขณะที่หลัวฉางเซิงกำลังจะพูดขอโทษ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รีบพูดว่า “กลับกันหมดนี่แหละ นายกอำเภอหลัวเองก็จะไปบ้านของเราด้วยเหมือนกัน”
หลัวฉางเซิงสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง และพูดว่า “ให้ผมไปบ้านคุณ มันไม่ดีมั้ง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “นายกอำเภอหลัว คุณพูดแบบนี้มันก็เกินไปนะ เวลาที่ผมไปถู่เฉิงทีไรก็ได้ไปนอนพักที่บ้านของคุณตลอด แถมยังชอบเมาอีกด้วย”
“ดูสิ ผมยังไม่เคยพูดคำขอโทษเลย แล้วทำไมคุณถึงยังทำตัวห่างเหินกับผมแบบนี้ ? ”
หลัวฉางเซิงยิ้มเจื่อน และกล่าวว่า “เหตุผลหลักก็คือสภาพของเกสต์เฮาส์ในถู่เฉิงนั้นแย่เกินไป แต่ในชิงโจวมันไม่ได้เป็นแบบนั้น และบ้านของคุณยังอยู่ในชนบทด้วย.. ”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ เจียงเสี่ยไป๋ก็ได้ขัดจังหวะและพูดว่า “โอเค ไม่ต้องพูดแล้ว ถ้ายังพูดอีกมันจะจริงจังเกินไป ถึงแม้ว่าบ้านผมจะอยู่ในชนบท แต่ก็ใช้เวลาแค่สิบหรือยี่สิบนาที และบ้านของผมก็ใหญ่พอ ไม่ขาดเตียงให้คุณได้นอนอย่างแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้น… ก็ได้ ! ” เมื่อเห็นการยืนกรานของเจียงเสี่ยวไป๋ หลัวฉางเซิงก็หยุดแสดงท่าทีสุภาพและพูดว่า “ไปดูบ้านของคุณกันเถอะ”
แม้ว่าเขาจะไม่เคยไปบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ แต่เขาก็ได้ยินผู้คนมากมายพูดถึงบ้านของชายหนุ่มคนนี้
ยิ่งไปกว่านั้น บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ยังอยู่ในเจียงวาน หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงอีกด้วย ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะบอกว่าตอนนี้เจียงวานเป็นหมู่บ้านที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ เขาเองก็อยากจะไปลองดูด้วยเหมือนกัน
เมื่อเห็นว่าหลัวฉางเซิงตอบตกตลง เจียงเสี่ยวไป๋จึงพูดกับหลินเจียอินต่อว่า “ถ้าอย่างนั้น ให้เหลิ่งเวยกลับไปก่อน แล้วให้เสี่ยวจางไปส่งพวกเรา”
หลินเจียอินพยักหน้า ก่อนที่จะเดินไปที่รถแล้วบอกเหลิ่งเวยสักสองสามคำ ก่อนที่จะเหลิ่งเวยจะขับรถออกไป
พวกเขาทั้งสามเข้าไปในรถแลนด์โรเวอร์ซึ่งขับโดยจางเสี่ยวชุ่น และมุ่งหน้าไปที่เจียงวาน
ไม่นานหลังจากขึ้นรถ รถแลนโรเวอร์ก็ได้ออกตัวขับไปตามถนนลาดยางโดยไม่รู้สึกถึงการกระแทกใด ๆ หลัวฉางเซิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและพูดว่า “ถนนสายนี้ขับสบายดีจริง ๆ ถนนชนบทในชิงโจวที่คุณไป นั้นต่างก็ถูกสร้างอย่างดีแล้วใช่ไหม”
เมื่อเทียบกับถนนเส้นนี้ ถนนในถู่เฉิง แม้กระทั่งในเมืองก็ยังไม่ดีเท่า
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถนนก่อนถู่เฉิงนั้นแย่ก็จริง แต่ในตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว ไม่ด้อยไปกว่าที่นี่หรอก”
หลัวฉางเซิงกล่าวว่า “ถนนที่มุ่งสู่หมู่บ้านซานฮวาที่มีเพียงเส้นเดียวนั้นใกล้จะเสร็จแล้ว รถสามารถผ่านได้ แต่มันยังไม่แข็งแรง”
“และตอนนี้ก็ได้ก้าวเข้าสู่ฤดูหนาวอีกครั้ง หิมะต่างก็เริ่มตกในหลายพื้นที่ ซึ่งมันส่งผลกระทบอย่างมากต่อการก่อสร้าง”
ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ถู่เฉิงได้เริ่มการซ่อมแซมถนนในทั้งอำเภอ แต่เนื่องจากผลกระทบจากสภาพภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ทำให้ความก้าวหน้าในการก่อสร้างค่อนข้างช้า จึงยังไม่มีถนนเส้นไหนที่เสร็จสมบูรณ์ในตอนนี้
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจในสถานการณ์ที่หลัวฉางเซิงบอกมาดี เขาได้กล่าวว่า “แค่ระยะนี้แหละ หลังจากนี้ไปสองหรือสามปี ทุกอย่างก็น่าจะเสร็จเรียบร้อยดี”
หลัวฉางเซิงพยักหน้าและมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง
สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนสไตล์ใหม่ของชนบทที่ทันสมัย บ้านแต่ละหลังมีแสงไฟส่องออกมาในคืนที่มืดมิด ทำให้มันดูสว่างสดใส เหมือนกับมุกมันวาวที่ระยิบระยับใต้ท้องฟ้าสีดำ ดูงดงามและเต็มไปด้วยกลิ่นอายชีวิตมนุษย์
หลัวฉางเซิงได้แต่รู้สึกอิจฉาอยู่ในใจ เขาพูดว่า “ถึงแม้ว่าจะสร้างถนนทั้งหมดในถู่เฉิงเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว แต่หากจะทำให้ที่นั่นสวยงามเหมือนที่นี่ คงต้องใช้เวลานานมากเลยล่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ชิงโจวใช้เวลาเพียงสองปีกว่าในการพัฒนาให้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ และถู่เฉิงเองก็จะเหมือนกัน ภายในปีหรือสองปีนี้ เราก็จะได้เห็นถู่เฉิงในรูปแบบใหม่แล้ว”
หลัวฉางเซิงพยักหน้าเห็นด้วย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวัง เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันหวังว่าวันนั้นจะมาถึงเร็ว ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอะไรต่างก็ต้องใช้เวลา เราเองก็สามารถที่จะสนุกไปกับกระบวนการนี้ได้เช่นกัน”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน รถก็ขับมาถึงชิงซาน
ตอนนี้ถนนในชิงซานได้ย้ายออกไปแล้ว แต่ที่นี่กลับเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น ไม่แพ้ถู่เฉิงในปัจจุบันเลย
หลัวฉางเซิงเห็นแล้วก็ถอนหายใจอีกครั้ง
จากนั้น รถก็ขับตรงไปทางเจียงวานและหลัวฉางเซิงก็ได้มองเห็นถนนวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่เกือบจะเสร็จสมบูรณ์และพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของเจียงเสี่ยวไป๋
เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับสองโครงการนี้มานานแล้ว แต่เขาก็ยังตกใจเมื่อเห็นมันเป็นครั้งแรก