ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1479 เตรียมตัวปลูกต้นไม้กันเถอะ
บทที่ 1479 เตรียมตัวปลูกต้นไม้กันเถอะ
ในยุคหลัง บ้านพักที่เป็นแบบโฮมสเตย์ มักจะเป็นที่พักในเมืองที่มีการตกแต่งสไตล์ท้องถิ่นหรือมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว หรือไม่ก็เป็นเกสต์เฮาส์ที่สร้างใหม่ในแหล่งท่องเที่ยวหรือพื้นที่ที่มีทิวทัศน์งดงาม โดยปกติราคาจะตั้งอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่าย จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยให้เข้าพัก
นั่นถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการลงทุนสำหรับผู้ที่มีอสังหาริมทรัพย์ว่าง และยังเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีเงินทุนไม่มากในการเริ่มต้นธุรกิจ เพียงแค่มีความคิดสร้างสรรค์ ก็แทบจะไม่มีข้อจำกัดใด ๆ เลย
ถ้าถู่เฉิงจำกัดผู้คนในเมือง ในอนาคตเวลาที่นักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่ถู่เฉิง ก็จะสามารถพักโฮมสเตย์ที่อยู่ภูเขานอกเมืองได้ ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาปัญหาการรองรับนักท่องเที่ยวภายในเมืองที่มีจำกัด แต่ยังเปิดช่องทางการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ภูเขาอีกด้วย
ส่วนเรื่องการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักในหมู่บ้านบนภูเขาในอนาคตนั้น สำหรับเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว มันไม่ใช่เรื่องยากอะไร
แม้ว่าจากมุมมองด้านเงื่อนไขเชิงวัตถุแล้ว หมู่บ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่ภูเขาของถู่เฉิงจะไม่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาโฮมสเตย์ ส่วนใหญ่เป็นเพราะทัศนียภาพธรรมชาติไม่ค่อยสวยงาม อีกทั้งปัญหาเรื่องแหล่งน้ำก็เป็นอีกอุปสรรคสำคัญ
แต่ถึงอย่างนั้น อุปสรรคด้านโครงสร้างเหล่านี้ก็สามารถแก้ไขได้หากมีเงินทุนมากพอ
หากไม่มีทิวทัศน์ธรรมชาติ ก็สามารถสร้างภูมิทัศน์เทียมขึ้นมาได้ ด้วยการขุดดินและปลูกต้นไม้เพื่อสร้างบรรยากาศ เท่านั้นก็ไม่เป็นปัญหาแล้ว
ปัญหาเรื่องน้ำถือเป็นโครงการสำคัญด้านความเป็นอยู่ของประชาชน ในช่วงยุค 1950-1960 อันยากลำบาก ยังสามารถสร้างคลองชลประทานธงแดง (1) ขึ้นมาได้บนหน้าผาสูงชัน นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่เข้าสู่ยุค 1980 แล้ว บริษัทวิศวกรรมในเครือของเจียงเจียกรุ๊ปยังมีอุปกรณ์ขุดล้ำสมัยและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ล้ำหน้า ปัญหาเรื่องแหล่งน้ำจึงสามารถแก้ไขได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ แหล่งน้ำใต้ดินในหลายพื้นที่ของถู่เฉิงเองก็มีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก การขุดบ่อสูบน้ำก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ทีมขุดเจาะก๊าซธรรมชาติก็ประจำอยู่ที่ถู่เฉิงอยู่แล้ว เมื่อเทียบกับการขุดเจาะบ่อก๊าซธรรมชาติ การขุดเจาะบ่อน้ำถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ซึ่งนี่ก็เป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน
เรื่องราวต่าง ๆ ที่เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายให้หลัวฉางเซิงฟัง ทำให้หลัวฉางเซิงตะลึงไปอยู่ครู่หนึ่ง และอุทานว่า “ถ้าเป็นไปตามที่คุณพูด หมายความว่าในอนาคตถู่เฉิงจะมีโอกาสพัฒนาได้อย่างรุ่งโรจน์ใช่ไหม ? ”
“ใช่แล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าแล้วยิ้ม “ถู่เฉิงมีภูเขาสูงและผู้คนก็พลุกพล่านเช่นกัน ที่ดินในพื้นที่นี้กันดาร หากชาวนาเอาแต่พึ่งพาที่ดินไม่กี่ไร่ในการปลูกพืชผล การหวังจะสร้างฐานะหรือร่ำรวยย่อมไม่มีทางเป็นไปได้เลย แต่ถ้าเราพัฒนาการท่องเที่ยวที่ถู่เฉิงให้ดี ด้วยการขับเคลื่อนผ่านอำเภอ เราสามารถสร้างเอกลักษณ์ให้แต่ละหมู่บ้านได้ ทำให้ผู้มาเที่ยวรู้สึกไม่เบื่อหน่ายเลย”
“แม้ว่าถู่เฉิงจะเล็ก แต่ก็ไม่สามารถให้คนจำนวนมากมาเดินดูหมู่บ้านทั้งหมดได้ในครั้งเดียวได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเขาจะกลับมาอีกครั้งและจะทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกครั้ง”
หลัวฉางเซิงพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกอยากจะลงมือดำเนินการตามแผนของคุณแล้ว”
ถ้าแผนนี้ดำเนินการสำเร็จ ในอนาคตทุกหมู่บ้านในถู่เฉิงอาจจะเหมือนกับเจียงวานบ้านเกิดของเจียงเสี่ยวไป๋ ที่กลายเป็นหมู่บ้านที่มีรายได้สูงอย่างแท้จริง
ถ้ามองภาพรวมทั้งแปดอำเภอในชิงโจว ขณะนี้หมู่บ้านที่มีรายได้สูงจริง ๆ ก็มีเพียงเจียงวานและหมู่บ้านต้าชิ่งในเจี้ยนหยางเท่านั้น
หมู่บ้านเจียงวานกลายเป็นหมู่บ้านที่มีครัวเรือนรายได้หลักหมื่นได้ก็เพราะเจียงเสี่ยวไป๋ริเริ่มรับซื้อกุ้งเครย์ฟิชในพื้นที่ และปลูกผักนอกฤดูกาล ทำให้ชาวบ้านเจียงวานสามารถคว้ากำไรก้อนแรกจากการปลูกผักนอกฤดูกาลได้สำเร็จ
ต่อมา หลายหมู่บ้านในชิงโจวเริ่มทำการปลูกผักนอกฤดู แต่ชาวเจียงวานส่วนใหญ่ได้ร่วมลงทุนในบริษัทขายผัก แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่ปลูกผักนอกฤดูแล้ว แต่ด้วยการแบ่งปันกำไรจากบริษัทขายผัก พวกเขายังคงเป็นหมู่บ้านที่มีรายได้สูงอยู่ดี
แต่หมู่บ้านต้าชิ่งในเจี้ยนหยางนั้นแตกต่างออกไป
หมู่บ้านต้าชิ่งอาศัยการผลิตชิ้นส่วนสำหรับประกอบไฟแช็กใช้แล้วทิ้งเป็นรายได้หลัก ทุกครัวเรือนล้วนเป็นผู้ประกอบการรายย่อย แต่กลับทำให้ทุกคนกลายเป็นเจ้าของกิจการรายใหญ่ได้
เพียงแค่ยอดขายของไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง และความต้องการชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องก็เพียงพอที่จะทำให้คนในหมู่บ้านต้าชิ่งทุกคนร่ำรวยอย่างมหาศาลแล้ว
ปัจจุบัน หมู่บ้านต้าชิ่งเรียกได้ว่าไม่ถือว่าเป็นหมู่บ้านชนบทอีกต่อไปแล้ว
เพราะว่าเศรษฐกิจของหมู่บ้านหนึ่งได้มีมูลค่าการผลิตเกินกว่าหลายอำเภอ เผลอ ๆ มากกว่าหลายเมืองระดับเขตไปแล้ว
หมู่บ้านต้าชิ่งในความหมายที่แท้จริงกลายเป็น ‘หมู่บ้านไฟแช็กใช้แล้วทิ้ง’ และกลายเป็น ‘เมืองไฟแช็กใช้แล้วทิ้ง’ ไปแล้ว
ปัจจุบันมีคำพูดแซวเล่นที่ว่า เจี้ยนหยางคือ “หนึ่งอำเภอที่เปรียบได้สามเมือง ! ”
“หนึ่งอำเภอเปรียบได้สามเมือง” ที่พูดถึงนั้นก็หมายถึงเจี้ยนหยางนอกจากจะเป็นอำเภอขนาดใหญ่ระดับเมืองแล้ว ภายในเจี้ยนหยางยังมี “เมืองแห่งเหล้า” และ “เมืองไฟแช็กใช้แล้วทิ้ง” อีกด้วย !
แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบเจียงวานหรือต้าชิ่ง ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำซ้ำได้
ปัจจุบัน แผนการพัฒนาชนบทใหม่ที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้เสนอในถู่เฉิง หากดำเนินการสร้างที่พักแบบโฮมสเตย์ในทุกหมู่บ้าน จะสามารถช่วยให้หมู่บ้านในถู่เฉิงทุกแห่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบเหงาและยากจน กลายเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกได้
หลัวฉางเซิงเหมือนเห็นความหวัง ความหวังนั้นเปรียบเสมือนเปลวไฟเล็ก ๆ ที่กำลังลุกลามออกไปอย่างรวดเร็ว
เขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร ?
เจียงเสี่ยวไป๋ที่ได้เห็นแบบนั้นก็มองไปที่หลัวฉางเซิงและกล่าวว่า “นายอำเภอหลัว เพื่อที่จะดำเนินการตามแผนใหญ่นี้ ถู่เฉิงยังต้องใช้ความพยายามอย่างหนักอีกสามถึงห้าปี”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…” หลัวฉางเซิงหัวเราะเสียงดัง เขาตบบ่าเจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “น้องเจียง ถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ที่ล้าหลังของหมู่บ้านในถู่เฉิงได้ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ไม่ว่าจะสามปีหรือห้าปี ฉันเชื่อว่าชาวถู่เฉิงทุกคนยินดีที่จะทำ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แล้วกล่าวว่า “สามหรือห้าปี ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”
หลัวฉางเซิงยิ้ม แล้วกล่าวว่า “ก็คุณเพิ่งพูดไปว่าต้องใช้เวลาสามถึงห้าปี แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานขนาดนั้น แต่ฉันพูดแบบนี้ก็แค่จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของฉัน”
พูดถึงตรงนี้ เขาหยุดไปชั่วครู่แล้วกล่าวต่อว่า “แค่สามหรือห้าปี เรามีเวลาอยู่”
ที่เขาพูดไม่ผิด ตอนนี้ก๊าซธรรมชาติในถู่เฉิงเพิ่งเริ่มพัฒนา แม้ว่าก๊าซธรรมชาติจะถูกส่งไปยังชิงโจวแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มใช้งาน
ส่วนที่เจียงเฉิงและพื้นที่อื่น ๆ เช่น หูไห่ ท่อก๊าซธรรมชาติก็ยังอยู่ในระหว่างการวางระบบท่อ ต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะเริ่มมีรายได้จริง ๆ
แต่การมีรายได้ไม่ได้หมายความว่าถู่เฉิงจะมีเงินทันที
การลงทุนในช่วงแรกนั้นมีมูลค่ามหาศาลมาก การจะได้ทุนคืนต้องใช้เวลา ถู่เฉิงถึงจะร่ำรวยขึ้นจริง ๆ และมีเงินเหลือสำหรับการพัฒนาครั้งใหญ่ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามถึงห้าปี
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจหลักการนี้เช่นกัน
แต่มีบางสิ่งที่ไม่สามารถรอได้
เขามองไปที่หลัวฉางเซิง ก่อนที่เขาจะเปิดปากพูดว่า “นายอำเภอหลัว หากจะใช้รายได้จากการคลังของถู่เฉิงเพื่อลงทุนในโครงการนี้เพียงอย่างเดียว แน่นอนว่าในแง่ของเวลาคงไม่ทัน ดังนั้นถ้าทิศทางการพัฒนาในอนาคตของถู่เฉิงได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ก็ต้องเริ่มลงมือทำบางอย่างตั้งแต่ตอนนี้ครับ”
หลัวฉางเซิงพยักหน้าและกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ตกลง ฉันจะทำตามที่คุณบอก คุณพูดว่าจะทำอย่างไร ฉันก็จะทำตามนั้น ! ”
เขาเชื่อว่า ผู้นำคนอื่นในอำเภอเองก็จะไม่ขัดขวางด้วยเหมือนกัน แต่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่อีกต่างหาก
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่อว่า “ที่เรียกว่าใช้เวลาสิบปีในการปลูกต้นไม้ เพราะจะต้องใช้ถู่เฉิงในการทำโฮมสเตย์ในอนาคต ดังนั้นตั้งแต่ตอนนี้ต้องเริ่มลงมือพัฒนาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติแล้ว มาเริ่มปลูกต้นไม้กันเถอะ ! ”
“ปลูกต้นไม้ ? ” หลัวฉางเซิงตกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าเรื่องแรกที่เจียงเสี่ยวไป๋จะทำคือการปลูกต้นไม้
ไม่นานเขาก็ได้สติกลับมา และโดยไม่ต้องคิดมาก เขาก็แสดงท่าทีทันทีว่า “ไม่มีปัญหา ตั้งแต่ตอนนี้ไปฉันจะระดมชาวอำเภอทั้งหมดให้เริ่มปลูกต้นไม้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยกมือขึ้น แล้วพูดว่า “หลัวฉางเซิง การปลูกต้นไม้ก็มีหลักการเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าปลูกต้นไม้แบบไหนก็ได้ ! ”