ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1481 เพิ่มงานให้ตัวเอง
ตอนที่ 1481 เพิ่มงานให้ตัวเอง
ถนนที่กลายเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ในภายหลัง เช่น ถนนแขวน 99 โค้ง ในวนอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ถนนโบราณพานหลง ถนนลูกคลื่นในฉงชิ่ง สะพานลอยน้ำในมณฑลหูเป่ย สะพานเวียน 3 ชั้นในฉงชิ่ง สถานที่เหล่านี้ล้วนแต่ดึงดูดความสนใจของผู้คนด้วยความที่มีลักษณะเฉพาะที่น่าทึ่ง จึงทำให้คนยอมขับรถไกลหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อไปถ่ายรูปและเช็กอินที่เหล่านี้
การเกิดขึ้นของถนนที่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์เหล่านั้น อาจจะเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาด้านการจราจรในขณะนั้น แต่ภายหลังเนื่องจากเหตุผลต่าง ๆ จึงได้รับการเผยแพร่และกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ตอนนี้ก็เพิ่งเป็นปี 1985 ภายในประเทศยังมีคอมพิวเตอร์เพียงไม่กี่เครื่อง และยังไม่มีบริการอินเทอร์เน็ตมากมายขนาดนั้น คำว่า ‘อินฟลูเอนเซอร์’ หรือ ‘เน็ตไอดอล’ ยังไม่เกิดขึ้นในยุคนี้
ถึงแม้ว่าถู่เฉิงจะเริ่มก่อสร้างถนนที่เรียกว่า ‘ถนนที่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์’ หรือที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงว่าเป็นถนนทิวทัศน์ในตอนนี้ แต่ถนนเหล่านี้จะสร้างเสร็จในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และก็ยังไม่ถึงยุคที่อินเทอร์เน็ตจะสามารถเผยแพร่ไปได้ทั่วถึง
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการที่เจียงเสี่ยวไป๋จะสร้างกระแสหรือโปรโมตแนวคิด ‘ถนนที่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์’ แต่อย่างใด
ต้องรู้ว่านอกจากเจียงเจียกรุ๊ปแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ยังมีอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจชื่อเทียนเหนิงกรุ๊ป ซึ่งบริษัทลูกของมันคือสถาบันจัดการกองทุนเซิ่งซื่อ ซื่อได้ลงทุนในแบรนด์โฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ไม่เพียงแค่ครอบครองสื่อ DM และนิตยสารกับหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ยังมีการลงทุนในสมาคมการค้า สมาคมอุตสาหกรรม และคลับประเภทต่าง ๆ อีกด้วย
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นช่องทางที่เจียงเสี่ยวไป๋สามารถใช้เพื่อโปรโมต ‘ถนนที่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์’ ได้อย่างแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคลับรถยนต์ต่าง ๆ ที่รวบรวมคนรักรถและผู้ที่หลงใหลในรถ
ลองคิดดูสิว่าในปี 1985 คนที่สามารถเล่นรถได้จะเป็นกลุ่มคนแบบไหน ?
พูดแบบไม่เกินจริงเลยว่าคนที่มาที่นี่ต้องเป็นคนรวยหรือคนมีฐานะแน่นอน !
เมื่อถนนที่มีความสวยงามและท้าทายอย่าง ‘ถนนที่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์’ ปรากฏในสายตาของพวกเขาแล้ว คนที่มีเงินและมีเวลาว่างคงไม่พลาดที่จะขับรถที่พวกเขารักไปสัมผัสประสบการณ์นั้นแน่นอน.
ใช่แล้ว ตอนนี้แม้จะไม่มีอุปกรณ์ถ่ายภาพและเทคโนโลยีอย่างในอนาคตที่จะสะดวกในการถ่ายเซลฟี แต่เจียงเสี่ยวไป๋สามารถติดตั้งกล้องและจัดเตรียมช่างภาพในบางจุด เพื่อให้บริการถ่ายภาพและถ่ายรูปให้กับผู้มาเยือน ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขามีความสุขกับการท่องเที่ยว แต่ยังสามารถเก็บภาพและความทรงจำเอาไว้ได้ เรียกว่าเป็นการทำให้ทุกคนสนุกไปพร้อมกับการสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายแนวคิดเกี่ยวกับ ‘ถนนที่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์’ ต่าง ๆ ให้หลัวฉางเซิงฟัง หลัวฉางเซิงก็ฟังไปอย่างตกตะลึงและพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า: “ตั้งใจจะสร้างถนนให้เป็นแบบนั้น มันไม่ถือเป็นการหาเหาใส่หัวเอาหรือ ? ”
ในใจของเขา ถนนยังคงต้องเน้นความสะดวกเป็นหลัก การไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วคือเป้าหมาย แต่กลับไม่เหมือนที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงอะไรนั่นเลย
ไม่เพียงแค่การก่อสร้างถนนเท่านั้น แต่ยังต้องเลือกสถานที่ที่มีความยากลำบากในการสร้างอีกด้วย และยังต้องทำการตกแต่งภูมิทัศน์เทียมทั้งสองข้างของถนนในขณะที่เปิดทางเดินได้แล้ว ลองคิดต้นทุนที่ต้องใช้ก็พบว่ามันสูงจนไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่เชื่อว่าหากถนนถูกสร้างให้เป็นแบบนั้นจริง ๆ จะมีคนมาขับรถเพียงเพื่อมาสัมผัสประสบการณ์ของถนนที่แตกต่างตามที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดถึง
นั่นไม่ใช่เรื่องที่ทำเพราะไม่มีอะไรทำแล้วหรอกเหรอ ?
ท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้เพิ่งจะปี 1985 รถยนต์ก็ยังมีไม่มาก คนส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความอิ่มท้องและความอดอยาก รวมถึงหลัวฉางเซิง นายอำเภอคนนี้เองก็ยังไม่เคยได้สัมผัสกับความเจริญรุ่งเรืองของโลก และไม่อาจจินตนาการถึงภาพอันรุ่งเรืองในอนาคตได้เลย
ดังนั้นเจียงเสียวไป๋ก็เข้าใจการตอบสนองของหลัวฉางเซิงเป็นอย่างดี
เขาไม่จำเป็นต้องให้หลัวฉางเซิง เข้าใจในตอนนี้ เพียงแค่กล่าวว่า “นายอำเภอหลัว คำพูดของคุณถูกต้องแล้วครับ มันคือการหาความยุ่งยากใส่ตัวนั่นแหละ”
ในบริบทที่แตกต่างกัน ประโยคเดียวกันอาจมีความหมายที่ต่างกันไปโดยสิ้นเชิง
ในเวลาปกติ การพูดว่า ‘หาเรื่องใส่ตัว’ มักจะเป็นการเสียดสีอย่างแน่นอน แต่เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋พูดขึ้นมา มันกลับกลายเป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหา
สภาพภูมิประเทศและปัจจัยทางภูมิอากาศของถู่เฉิงเองก็เป็นตัวกำหนดอยู่แล้วว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นทำได้ยาก จำเป็นต้องสร้างขึ้นมาโดยมนุษย์ แล้วแบบนี้จะไม่เรียกว่าหาเรื่องใส่ตัวได้อย่างไร ?
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “วันนี้พวกเรากำลังหาเรื่องใส่ตัวโดยการสร้างสรรค์ภูมิทัศน์ขึ้นมาอย่างตั้งใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักสิบหรือยี่สิบปี ร่องรอยของสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นจะค่อย ๆ กลมกลืนไปกับธรรมชาติเอง ในตอนนั้น คงมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ และในสายตาของคนรุ่นหลัง ภูมิทัศน์เหล่านี้ก็จะดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติโดยสมบูรณ์”
“คุณคิดไปไกลจริง ๆ ! ” หลัวฉางเซิงพูดด้วยความจนปัญญา “คุณคิดถึงเรื่องสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้าแล้วเนี่ยนะ”
“อีกสิบหรือยี่สิบปีต่อไปก็เข้าสู่ศตวรรษใหม่แล้ว ! ”
เจียงเสียวไป๋ยิ้ม แล้วกล่าวว่า “คนที่ไม่มองการณ์ไกล ย่อมมีเรื่องใกล้ตัวให้กังวลอยู่เสมอ ก็เหมือนกับที่คุณพูดเมื่อเช้า การเสียสละของคนรุ่นเรานี้ ก็เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายและมีความสุขมากขึ้น”
“เอาล่ะ ! ” หลัวฉางเซิงกล่าวว่า “ฉันก็ไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดอยู่ดี ในเมื่อฉันขอความช่วยเหลือจากคุณ ดังนั้นทุกอย่างก็ควรจะทำตามความคิดของคุณ ! ”
“ทางอำเภอและฉันจะสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน”
หลังจากแสดงท่าทีแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะจำอะไรบางอย่างได้ เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า: “อย่างไรก็ตาม ถ้าเราสร้างถนนตามวิธีที่คุณพูด ทางอำเภอจะไม่สามารถหาเงินได้มากมายในเวลานั้น กลัวว่าเงินทุนนี้…”
คำพูดที่เหลือเขาไม่ได้พูดออกมา
แต่เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าหลัวฉางเซิงหมายถึงอะไร เขายิ้มและพูดว่า “อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ ผมจะจัดเตรียมเงินทุน”
แน่นอนว่าข้อตกลงนี้ไม่ใช่การกู้ยืมเงิน
แต่จะเป็นการลงทุน
เจียงเจียกรุ๊ปมีแผนกการลงทุนโดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่ารมาจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของถานชิงซาน
ก่อนหน้านี้ที่ร่วมมือกับถู่เฉิงในการพัฒนาก๊าซธรรมชาติและก่อตั้งบริษัทก๊าซธรรมชาติ ก็เป็นถานชิงซานที่รับผิดชอบประสานงานกับหลัวฉางเซิงโดยตรง
ทั้งสองคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่จำเป็นต้องอธิบายมาก หลัวฉางเซิงก็เข้าใจได้ทันที
“ตกลง ! ”
หลัวฉางเซิงพูดว่า “ตราบใดที่คุณตกลง เรื่องนี้ก็จัดการได้ง่ายเลย ! พรุ่งนี้ผมจะไปคุยกับคุณผู้จัดการถานโดยตรงก็แล้วกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “อืม พรุ่งนี้เช้าผมจะบอกเขาไว้ก่อน ไม่นานก็น่าจะดำเนินการได้เลย”
ถึงตรงนี้ การสนทนาระหว่างคนทั้งสองก็นับว่าจบลงแต่เพียงเท่านี้
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูเวลา เห็นว่าใกล้จะห้าทุ่มแล้ว จึงให้หลัวฉางเซิงไปพักผ่อน
เช้าวันถัดมา เจียงเสี่ยวไป๋ตื่นขึ้นมาเตรียมตัววิ่งออกกำลังกาย ตอนที่เขาเพิ่งก้าวออกจากประตูบ้านก็เห็นหลัวฉางเซิงยืนอยู่ที่ลานหน้าประตู กำลังมองทอดสายตาไปยังสายน้ำชิงเจียงเบื้องล่าง
“นายอำเภอหลัว ทำไมตื่นเช้าขนาดนี้ครับ ? ”
“ไม่นอนต่ออีกสักหน่อยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้าไปทักทาย
หลัวฉางเซิงหันกลับมา แล้วยิ้มเล็กน้อย พร้อมพูดว่า “ชินกับการตื่นเช้าแล้วน่ะ”
“อืม ฉันรู้ว่าคุณมีนิสัยชอบวิ่งตอนเช้า เลยตั้งใจรอคุณโดยเฉพาะ”
“รอผมเหรอ ? ” เจียงเสียวไป๋รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะเขารู้ว่าหลัวฉางเซิงไม่มีนิสัยวิ่งตอนเช้า จึงถามว่า “คุณก็เตรียมจะเริ่มวิ่งตอนเช้าหรือ ? ”
“ไม่ใช่หรอก ! ” ลั่วฉางเซิงโบกมือปฏิเสธ
การวิ่งตอนเช้าก็ต้องมีอารมณ์และเวลาเหมือนกัน
ตอนนี้เขายุ่งอยู่กับการพัฒนาการก่อสร้างของถู่เฉิงทั้งวันจนหัวหมุน ไม่เหลือเวลาหรืออารมณ์ที่จะไปวิ่งตอนเช้าเลย
ถ้ามีเวลานั้น เขายังสามารถพิจารณาเอกสารหลายฉบับ หรือจัดการกับงานในสำนักงานที่ยากลำบากได้มากกว่านี้
เจียงเสียวไป๋พูดว่า “แล้วคุณรอผมทำไม ? ”
เขาคิดว่าเมื่อคืนนี้คงได้พูดคุยเรื่องที่ต้องการแล้ว คงไม่น่าจะมีอะไรที่หลัวฉางเซิงนึกออกมาอีกเพื่อจะพูดคุยต่อ
หลัวฉางเซิงกล่าวว่า “วันนี้เช้าคุณไม่ต้องวิ่งแล้ว พาฉันไปเดินเล่นรอบ ๆ เจียงวาน ไปชมทิวทัศน์อันงดงามของเจียงวานหน่อย”