ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1483 ชีวิตของคนในเจียงวาน
ตอนที่ 1483 ชีวิตของคนในเจียงวาน
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะมองค้อนหูฉางจวิน หมอนี่จริงจังเกินไปแล้ว ถึงขั้นเชิญหลัวฉางเซิงไปทานอาหารเช้าที่บ้านของเขา
เจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะพูดว่าเขาเตรียมอาหารเช้าไว้ที่บ้านแล้ว แต่ไม่คิดว่าหลัวฉางเซิงจะตอบตกลงทันที “ดี จะได้ไปคุยกันที่บ้านคุณด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋ชะงักไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าหลัวฉางเซิงจะตอบตกลงไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อหลัวฉางเซิงตอบตกลงแล้ว เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้อีก จึงพยักหน้าและพูดว่า “ก็ได้ ไปที่บ้านพี่ก็แล้วกัน”
หูฉางจวินได้ยินดังนั้นก็มีความสุขอย่างมาก เขาพูดอย่างยิ้มแย้มว่า “ดี ดี ดี ! รีบไปที่บ้านผมกันเถอะ ! ”
พูดเสร็จ เขาก็หันกลับไปแล้วตะโกนเข้าไปในบ้านว่า “ที่รัก ! ล้างหมูฝอยแล้วเอาไปต้มให้หน่อย เสี่ยวไป๋จะมากินอาหารเช้าที่บ้านเรา ! ”
ในบ้านมีเสียงผู้หญิงดังขึ้น นั่นคือเฉาจี้ฟางภรรยาของหูฉางจวิน “รู้แล้ว ๆ เดี๋ยวฉันไปเอาต้นหอมในโรงเรือน แล้วเก็บพริกเขียวกับใบผักสดมาสักหน่อย เดี๋ยวกลับมา”
พอพูดจบ เธอก็ออกไปจากบ้านทันที
พอเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ เธอก็ยิ้มแย้มพูดว่า “เสี่ยวไป๋ วันนี้ถือว่าคุณเป็นแขกคนพิเศษเลยนะ พี่สะใภ้จะต้มไข่ดาวให้สามฟองเลย ! ”
มื้อเช้าในชนบทส่วนใหญ่จะยังคงเป็นบะหมี่ร้อน ๆ อยู่
ตามประเพณีเดิม การต้มบะหมี่ใส่หมูฝอย พริกเขียวและไข่ดาวหนึ่งฟองได้นั้น ถือว่าเป็นการต้อนรับแขกคนสำคัญเลยทีเดียว
ในอดีต คนทั่วไปยังไม่ค่อยกล้าทำแบบนั้น
แต่ตอนนี้ทุกครัวเรือนในเจียงวานมีอาหารตุนไว้เหลือเฟือ มีเนื้อหมูตากแห้งให้กินไม่หวาดไม่ไหว แม้จะไม่ถึงกับกินแบบนี้ในทุกเช้า แต่ก็ใกล้เคียงกันแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะกุมขมับ แล้วรีบพูดว่า “แค่ไข่ดาวหนึ่งฟองก็พอแล้ว ! ”
สามฟองนั้นมันมากเกินไปแล้ว
แต่ชาวบ้านในชนบทก็เป็นแบบนี้ พวกเขาทั้งเรียบง่ายและตรงไปตรงมา แม้ว่าพวกเขาจะมีเงิน แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนความกระตือรือร้นและความมีน้ำใจของตนเองได้
เฉาจี้ฟางยิ้มแย้มและพูดว่า “ได้อย่างไรกันล่ะ ! ”
จากนั้น เขาก็ชี้ไปที่หูฉางจวินและพูดว่า “ทุกเช้าเขาต้องกินไข่ไก่สามฟองเลยนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะเบ้ปากและมองหูฉางจวินอย่างสงสัย นี่มันไม่แปลกเลยที่เจ้าคนนี่จะอ้วนขนาดนี้ กินไข่ไก่วันละสามฟองทุกวันแบบนี้ ถ้าผอมก็คงแปลกแล้ว
ในขณะที่เขากำลังจะพูดต่อนั้น เฉาจี้ฟางก็ได้ลงไปในทุ่งเพื่อไปเก็บผักในโรงเรือนแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋จนใจ จึงต้องตามหูฉางจวินไปที่บ้านของเขา
เมื่อเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น หลัวฉางเซิงก็อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบ ๆ ห้องนั่งเล่นนี้ไม่เหมือนห้องนั่งเล่นในชนบทเลย เพราะมันมีทั้งโซฟา โต๊ะกาแฟ ตู้ทีวี และตู้เย็น ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางอย่างเรียบร้อย และทั้งหมดเป็นของมียี่ห้อทั้งนั้น
เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นยังสวยงามมากและดูหรูหรากว่าบ้านของนายอำเภออย่างเขาเสียอีก
“นั่งตรงห้องโถงด้านข้างเถอะ มีโต๊ะหลุมไฟอยู่ที่นั่น”
หูฉางจวินไม่ได้หยุดอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เขาพูดพลาง เดินนำหลัวฉางเซิงและเจียงเสี่ยวไป๋ไปข้างในต่อ
ตอนนี้เป็นเดือนตุลาคม เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ตอนเช้าของเจียงวานยังค่อนข้างเย็น ทุกบ้านเรือนต่างก็เริ่มใช้โต๊ะหลุมไฟกันแล้ว
ในบ้านแบบใหม่ตอนนี้ บ้านทุกหลังจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ห้องโถงด้านข้าง‘ ซึ่งพูดให้เข้าใจง่ายก็คือห้องที่ใช้สำหรับผิงไฟในฤดูหนาว ซึ่งเทียบเท่ากับห้องหลุมไฟในอดีต
แต่ตอนนี้ไม่มีใครขุดหลุมเพื่อเผารากไม้และฟืนแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนมาใช้โต๊ะหลุมไฟที่ทันสมัย ซึ่งทั้งประหยัดฟืนและสะอาดปลอดภัย
แถมโต๊ะหลุมไฟพวกนี้ยังมาจากถู่เฉิงด้วย
ตั้งแต่ที่เจียงเสี่ยวไป๋เปิดโรงงานผลิตโต๊ะหลุมไฟที่ถู่เฉิงขึ้นมา คนในเจียงวานก็เป็นกลุ่มแรกที่ใช้โต๊ะหลุมไฟเหล่านี้
แน่นอนว่าหลัวฉางเซิงคุ้นเคยกับโต๊ะหลุมไฟพวกนี้เป็นอย่างดี
พอเข้าไปในบ้านแล้วนั่งข้างโต๊ะหลุมไฟ หลัวฉางเซิงก็ยิ้มและพูดว่า “ในที่สุดก็ได้เห็นสินค้าจากถู่เฉิงในเจียงวานแล้ว ! ”
หูฉางจวินยิ้มแล้วพูดว่า “ใช่แล้วครับ นายอำเภอหลัว ถ้าคุณไม่บอก ผมเกือบจะลืมไปแล้วว่าโต๊ะหลุมไฟนี้ผลิตจากเมืองถู่เฉิงของพวกคุณ”
พูดจบ เขาก็ไม่ลืมชื่นชมว่า “นี่มันของดีจริง ๆ นะ ! เราเคยจุดไฟผิงกันมาก่อน มันก็อุ่นดี แต่มันให้ฝุ่นควันเยอะ บางครั้งก็ถูกควันเข้าตาจนเหมือนคนร้องไห้เลย”
“ทว่าตั้งแต่ใช้โต๊ะหลุมไฟนี้แล้ว เวลาไปตลาดก็ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย”
ตอนนี้คนที่เจียงวานจะยังคงเป็นชาวนาอยู่ แต่สิ่งที่กิน สิ่งที่ใส่ และสิ่งที่ใช้ แทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตชาวนาทั่วไปเลย แถมยังดูเหมือนคนเมืองมากกว่าคนเมืองแท้ ๆ เสียอีก
หลัวฉางเซิงมองสภาพแวดล้อมในบ้านของหูฉางจวิน แล้วในใจรู้สึกอิจฉา
เหตุผลที่เขาตกลงจะมาที่บ้านของหูฉางจวินเพื่อกินอาหารเช้าก็เพราะเขาต้องการเข้าไปในบ้านและดูว่าชีวิตของผู้คนในเจียงวานเป็นอย่างไร
เพราะที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋นั้นนำมาใช้อ้างอิงไม่ได้ เนื่องจากเขารวยเกินไป
แต่ครอบครัวอื่นแตกต่างออกไป ถ้าได้เห็นกับตาตัวเองก็จะเข้าใจสถานการณ์แล้ว
หูฉางจวินชงชาร้อน ๆ ยื่นให้เจียงเสี่ยวไป๋และหลัวฉางเซิงคนละถ้วย เขายิ้มแล้วพูดว่า: “พวกคุณนั่งผิงไฟพักสักครู่ เดี๋ยวอาหารเช้าก็เสร็จแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สนใจอะไรนัก เพราะถึงอย่างไรก็มาแล้ว แค่มากินอาหารเช้าเสร็จก็กลับ
หลัวฉางเซิงกล่าวขอบคุณ แล้วถามหูฉางจวินว่า “เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งในบ้านทุกหลังที่จียงวานเป็นเกรดเดียวกันกับบ้านของคุณหรือเปล่า ? ”
หูฉางจวินพูดว่า “บ้านของผมยังถือว่าเป็นระดับกลาง ๆ น่ะ ! ”
หลัวฉางเซิงแทบไม่อยากเชื่อ เขาคิดว่าบ้านของหูฉางจวินนั้นหรูหรามากแล้ว แต่สุดท้ายกลับยังถือว่าเป็นแค่ระดับกลางเท่านั้น
แล้วระดับสูงจะหรูหราขนาดไหน ?
เขาที่คิดแบบนั้นก็พูดอย่างอิจฉาว่า “พี่หู คุณถ่อมตัวเกินไปนะ ฉันว่าบ้านของคุณดีมากแล้ว ! ”
หูฉางจวินยิ้มแล้วพูดว่า “คุณไปบ้านของเสี่ยวไป๋มาแล้ว ผมไม่พูดถึงแล้วกัน ในหมู่บ้านเรายังมีบ้านของลุงถานและบ้านของชิงซาน, บ้านของเจียงเสี่ยวจี๋และเจียงเสี่ยวโจว, บ้านของลุงไห่โป บ้านของพวกเขาดีกว่าบ้านของผมตั้งเยอะ”
บ้านที่เขาพูดถึงเหล่านี้ บางบ้านเป็นคนที่ติดตามเจียงเสี่ยวไป๋ตั้งแต่แรก ๆ จนปัจจุบันกลายเป็นกำลังหลักของเจียงเจียกรุ๊ปไปแล้ว บางบ้านก็เป็นญาติสนิทของเจียงเสี่ยวไป๋
‘ลุงถาน’ ที่หูฉางจวินพูดถึงคือช่างไม้ถาน ซึ่งรับผิดชอบการบริหารโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในเจียงเจียกรุ๊ป ตอนนี้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานเฟอร์นิเจอร์ขายดีไปทั่วประเทศ ผลประกอบการของโรงงานเฟอร์นิเจอร์โดยรวมดีอยู่แล้ว และเขายังได้รับเงินปันผลจากเจียงเจียกรุ๊ป ดังนั้นรายได้ของเขาจึงสูงกว่ารายได้รวมของบ้านหูฉางจวินหลายเท่าตัว
อีกคนหนึ่งก็คือถานชิงซาน ตอนนี้เป็นผู้อำนวยการแผนกลงทุนของเจียงเจียกรุ๊ป เขาไม่เพียงแต่ได้รับเงินเดือนสูงเท่านั้น แต่ยังได้รับเงินค่าคอมมิชชั่น และยังมีโบนัสอีกด้วย
ไหนจะเหลียงซิ่วหยู ภรรยาของถานชิงซานที่เป็นแม่บ้านคอยดูแลบ้านอย่างดี อีกทั้งเธอยังปลูกผักในโรงเรือน ทำรายได้ไม่น้อยกว่าบ้านของหูฉางจวินเลย
เมื่อรวมรายได้ทั้งสองฝั่งแล้ว ทำให้ครอบครัวของถานชิงซานมีรายได้สูงมาก
หลัวฉางเซิงคุ้นเคยกับถานชิงซานเป็นอย่างดี เมื่อได้ยินว่าบ้านของเขาดีกว่าที่นี่ หลัวฉางเซิงก็เชื่อเช่นนั้น
ส่วนเจียงเสี่ยวโจวและเจียงเสี่ยวจี๋นั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องของเจียงเสี่ยวไป๋ ภรรยาของพวกเขาคือหลี่หงอิงและหยางซิ่วเหมยที่เป็นบุคลากรระดับกลางของเจียงเจียกรุ๊ปเช่นกัน โดยหลี่หงอิงยังรับผิดชอบการบริหารบริษัทร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียง รายได้ของเธอก็ไม่น้อยเลย
ยังมีเจียงไห่โปซึ่งเป็นอาแท้ ๆ ของเจียงเสี่ยวไป๋ และลูกสาวของเขาเจียงเสี่ยวเฟิ่งที่ตอนนี้เป็นผู้จัดการโรงงานแพนเค้กที่รักของเจียงเจียกรุ๊ป รายได้ของพวกเขาจะน้อยได้อย่างไร ?
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันนั้น ก็มีกลิ่นหอมลอยออกมาจากในครัว
ไม่นานนัก เฉาจี้ฟางก็เริ่มนำอาหารมาเสิร์ฟบนโต๊ะ
ในชนบท การกินอาหารเช้าส่วนใหญ่ก็แค่ต้มบะหมี่หนึ่งชาม แต่วันนี้แตกต่างออกไป เฉาจี้ฟางลงมือทำกับข้าวถึงหกอย่าง พร้อมเมนูเรียกน้ำย่อยอีกสี่จาน วางจนเต็มเกือบครึ่งโต๊ะ
สุดท้ายถึงได้นำบะหมี่สามชามมาวางไว้บนโต๊ะ บนบะหมี่มีไข่ดาวและหมูฝอยกับพริกเขียวลอยอยู่ข้างบนด้วย