ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1486 เจียงเสี่ยวไป๋ให้คำแนะนำ
ตอนที่ 1486 เจียงเสี่ยวไป๋ให้คำแนะนำ
หูฉางจวินวางแก้วเหล้าลง โดยที่ไม่ได้ตอบคำถามของเจียงเสี่ยวไป๋ออกไป เขาพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ที่จริงแล้วถ้าหากว่าเราไม่ได้มาเจอกันในตอนเช้า ฉันกับหยางซื่อหยุนก็ตั้งใจที่จะไปหาคุณในตอนเย็นอยู่ดี”
เจียงเสี่ยวไป๋เมื่อได้ยินแบบนั้นก็พอจะเข้าใจได้คร่าว ๆ ว่าหูฉางจวินและพวกเขาน่าจะเพิ่งมีความคิดที่อยากจะออกไปทำอะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่ต้องการที่จะทำจริง ๆ น่าจะยังไม่มีแนวทางหรือช่องทางที่ชัดเจน
ที่พวกเขาตั้งใจจะมาคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ในตอนเย็นก็น่าจะมาเพื่อขอคำแนะนำเสียมากกว่า
เป็นจริงอย่างที่คิด หูฉางจวินพูดต่อว่า “คุณก็รู้ว่าฉันกับพวกหยางซื่อหยุนต่างก็อ่านหนังสือได้ไม่กี่ตัวเท่านั้น อีกอย่างพวกเราก็ไม่เคยทำธุรกิจอะไรมาก่อน จะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะทำอะไรดี ? ? ”
“ดังนั้นพวกเราจึงตั้งใจว่าจะไปขอคำแนะนำจากคุณ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ติดเรื่องให้คำแนะนำ แต่พอพูดขึ้นมาแบบไม่มีจุดหมาย เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะให้คำแนะนำอะไรดี จึงพูดไปว่า “พวกพี่ก็ต้องมีแนวทางก่อนสิ ไม่งั้นผมจะให้คำแนะนำได้อย่างไร”
หูฉางจวินพูดว่า “พวกเราพวกบ้าน ๆ อย่างนี้จะทำอะไรได้ ? อย่างไรก็พอทำงานใช้แรงได้อยู่ ไปทำก่อสร้างหรือรับเหมาโครงการอะไรพวกนี้น่าจะไม่มีปัญหา”
“อย่างอื่น…” ยังไม่ทันพูดจบ เขาก็โบกมือพัลวัน “พวกเราทำไม่ได้แน่ ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขารู้ดีว่าสิ่งที่หูฉางจวินพูดนั้นเป็นความจริง เขาก้มหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่งในใจ แล้วก็มีความคิดขึ้นมา จึงพูดกับหลัวฉางเซิงว่า “นายอำเภอหลัว หลังจากกลับไปที่ถู่เฉิงแล้วช่วยถามผู้อำนวยการจางหน่อยว่าตอนนี้ยังขาดคนปลูกต้นไม้หรือเปล่า ?
หูฉางจวินและพวกเป็นชาวนา ทำอย่างอื่นไม่ถนัด แต่ถ้าจะไปปลูกต้นไม้หรือฟื้นฟูป่าคงไม่มีปัญหาอะไร”
หลัวฉางเซิงฟังแล้วก็พูดทันทีว่า: “เรื่องนี้ไม่ต้องถามจางเสี่ยวผิง ตามแผนของคุณ ถู่เฉิงต้องการปลูกต้นไม้จำนวนมาก ย่อมต้องการกำลังคนมาทำงาน”
เขาคิดว่าหูฉางจวินและคนอื่นอยากไปที่นั่นก็เพื่อหางานทำเท่านั้น
ถู่เฉิงต้องการปลูกต้นไม้จำนวนมากอยู่แล้ว การมีคนมาทำงานเพิ่มอีกสักหน่อยย่อมไม่เป็นปัญหาอะไร ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องถามจางเสี่ยวผิง เขาสามารถตอบตกลงได้อย่างไม่ลังเล
แต่เจียงเสี่ยวไป๋กลับเข้าใจความหมายของหูฉางจวินและคนอื่นดี พวกเขาเหล่านี้ทำงานอยู่ที่บ้าน ปลูกผักในโรงเรือนปีหนึ่งก็สามารถทำเงินได้หลายพันถึงหลักหมื่นหยวน ไหนจะยังมีเงินปันผลจากบริษัทตะกร้าผักเพิ่มมาอีก รายได้ปีหนึ่งของทุกคนอย่างน้อย ๆ ก็หลายหมื่นหยวน
ฉะนั้นหากพวกเขาอยากออกไปทำงานหนักต่างถิ่น พวกเขาก็ต้องทำงานหนัก และแต่ละเดือนก็มีรายได้แค่ไม่กี่ร้อยหยวนเท่านั้น
จริงอยู่ที่อาจมีคนจำนวนไม่น้อยที่รายได้ไม่กี่ร้อยหยวนสามารถดึงดูดพวกเขาได้ แต่แน่นอนว่ามันดึงดูดหูฉางจวินและพวกไม่ได้
ความคิดที่แท้จริงของพวกเขาคือการนำเงินของตัวเองไปทำธุรกิจ ไม่ใช่แค่การหางานทำธรรมดา ๆ
การปลูกต้นไม้ที่เขาพูดถึงนั้นเป็นลักษณะการรับเหมาที่ต้องใช้เงินทุนไปจ้างคนทำงาน เป็นการทำงานเหมือนหัวหน้าผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการ ไม่ใช่ไปทำงานหนักเองเหมือนที่หลัวฉางเซิงเข้าใจ
เมื่อเห็นว่าหลัวฉางเซิงเข้าใจผิด เจียงเสี่ยวไป๋จึงพูดออกไปตามตรงว่า “นายอำเภอหลัว มันไม่ใช่แบบนั้นนะครับ”
หลัวฉางเซิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ในทันทีจึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้น ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “พี่ฉางจวินกับพวกคิดจะไปทำการรับเหมาน่ะครับ ถ้าเป็นการปลูกต้นไม้ก็จะไปรับเหมาพื้นที่หนึ่ง แล้วอาจจะรับเหมาทั้งหมู่บ้านหรือหลายหมู่บ้าน แล้วก็หาคนงานจากท้องถิ่นหรือไม่ก็อาจจะนำคนจากชิงโจวไปทำงานที่นั่นเลย…”
“แบบนี้เอง ! ” ในที่สุดหลัวฉางเซิงก็เข้าใจ และหลังจากคิดครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวว่า “ถ้าเป็นการรับเหมาคงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าจะหาคนงาน ฉันยังคงอยากให้หาคนงานจากท้องถิ่นดีกว่า”
เพราะหากหาคนงานจากท้องถิ่น ก็สามารถทำให้คนในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่หูฉางจวิน โดยไม่ได้ขอความคิดเห็นจากเขา แต่ตัดสินใจเองแล้วพูดว่า “ปัญหานี้น่าจะไม่ใหญ่เกินไป”
“ถ้าเสี่ยวไป๋บอกว่าไม่มีปัญหา ก็ต้องไม่มีปัญหาแน่ ๆ ” หูฉางจวินฟังแล้วก็พูดอย่างไม่ลังเล
เขาเชื่อว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่หลอกลวงเขาแน่นอน
แถมในเวลาสั้น ๆ แค่ไม่นาน เจียงเสี่ยวไป๋ก็หาช่องทางโครงการให้พวกเขาได้แล้ว
สิ่งที่สำคัญคือโครงการที่เจียงเสี่ยวไป๋หามาให้พวกเขานั้นเหมาะสมมาก
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงการปลูกต้นไม้ เขาก็รู้สึกสนใจมาก
ทำอย่างอื่นอาจไม่ถนัด แต่ถ้าเป็นการปลูกต้นไม้ เขายังคงมั่นใจอยู่
สุดท้ายทุกอย่างยังคงต้องพึ่งพาเจียงเสี่ยวไป๋อยู่ดี !
หลัวฉางเซิงเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋และหูฉางจวินตกลงแล้ว ก็พูดด้วยความดีใจว่า “งั้นก็ดี หลังจากกลับไปที่ถู่เฉิง ฉันจะบอกจางเสี่ยวผิง ให้น้องฉางจวินและพวกไปรับงานที่ถู่เฉิง”
“ขอบคุณครับนายอำเภอ ! ” หูฉางจวินพูด
พูดจบแล้ว เขาก็รีบเปลี่ยนคำพูดและพูดใหม่ว่า “ขอบคุณครับพี่หลัว ! ”
หลัวฉางเซิงหัวเราะอย่างมีความสุข แล้วพูดว่า “ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก ที่จริงฉันต่างหากที่ควรจะขอบคุณคุณ ! คุณกำลังเอาเงินมาช่วยสนับสนุนการพัฒนาถู่เฉิงของเรานี่ ! ”
แน่นอนว่าการปลูกต้นไม้และการสร้างป่าในถู่เฉิงจะต้องใช้เงินจำนวนมาก
ส่วนเรื่องว่าจะทำกำไรอย่างไรหลังจากใช้เงินไปมากมายขนาดนี้ ในตอนนี้เขายังไม่รู้เลย
แต่เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าจะทำ เขาก็ต้องทำแน่นอน
เหมือนกับหูฉางจวินที่เขาก็เชื่อว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่หลอกลวงเขา
อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนเจียงเสี่ยวไป๋ได้ตกลงไว้แล้วว่าเงินทุนในช่วงแรกจะมาจากเจียงเจียกรุ๊ป ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลอะไร
อย่างไรก็ตาม หากมีคนนำเงินไปลงทุนที่ถู่เฉิง เขาก็ยินดีอย่างยิ่ง
และการหาเวลาไปปรึกษากับเจียงเสี่ยวไป๋อีกครั้งว่าจะใช้เงินทุนจากภายนอกให้เกิดประโยชน์มากขึ้นได้อย่างไร ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี
แน่นอนว่าหูฉางจวินไม่เข้าใจเรื่องการดำเนินงานของเงินทุนเหล่านี้ เขาคิดเพียงว่าหลัวฉางเซิงยอมรับเขาเป็นพี่น้อง และกำลังมอบโอกาสให้เขาหาเงิน พอได้ฟังคำพูดของหลัวฉางเซิง เขาก็ยังรู้สึกงุนงงอยู่ในใจ
แต่เขาก็ไม่กังวล เพราะอย่างไรก็สามารถถามเจียงเสี่ยวไป๋ได้
ถึงแม้เขาจะเป็นคนธรรมดา แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าไม่ควรถามเรื่องนี้ต่อหน้าหลัวฉางเซิง ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะหาจังหวะถามเจียงเสี่ยวไป๋เป็นการส่วนตัว
และเขาก็ไม่สามารถไปถามคนเดียวได้ ต้องพาหยางซื่อหยุน, เฉินหยวนชาง และคนอื่นไปด้วย
อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนร่วมกันปรึกษาหารือกัน ดังนั้นต้องดูท่าทีของพวกเขาด้วย
เมื่อมีพื้นฐานของความร่วมมือในการไปลงทุนที่ถู่เฉิง หลัวฉางเซิงกับหูฉางจวินก็พูดคุยกันอย่างถูกคอมากขึ้น หลังจากกินบะหมี่แต่เช้า ทั้งสองก็เริ่มดื่มเหล้าสลับกัน คุณดื่มให้ผมหนึ่งแก้ว ผมดื่มให้คุณหนึ่งแก้ว
บะหมี่ยังไม่ทันหมดชาม เหล้าเทียนเซี่ยไป๋ก็หมดลงโดยไม่รู้ตัว
หลัวฉางเซิงดื่มเก่ง และมักดื่มเหล้าตั้งแต่เช้า เมื่อดื่มเหล้าครึ่งขวดลงไปจึงไม่มีความรู้สึกอะไร
แต่หูฉางจวินนี่สิลำบากเลย เขาเคยดื่มเหล้าตั้งแต่เช้าขนาดนี้ที่ไหนกัน ?
ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกมึนงงแล้ว เวลาพูดปากก็กระท่อนกระแท่นไปหมด “วันนี่จริง ๆ…จริง ๆ…ผม…ดีใจมาก…ผม…ผมจะได้ไป…ไป…ถู่เฉิง…”
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า
เขาจึงรีบส่งสายตาให้เฉาจี้ฟาง เพื่อให้เธอมาดูแลหน่อย
เฉาจี้ฟางเห็นเข้า จึงรีบดึงหูฉางจวินไปทันที แล้วพูดว่า “เหล้าหมดไปแล้ว รีบไปเอาเหล้าขวดใหม่มาให้นายอำเภอหลัวสิ”
“อ้อ……” หูฉางจวินมองขวดเหล้าที่ว่างเปล่าแล้วก็ลุกขึ้นเซไปเซมา พลางพูดว่า “พี่ใหญ่…หลัว ผมจะไป….เอา…เอาเหล้ามาอีก ! ”
หลัวฉางเซิงที่เห็นว่าเขายืนยังลำบาก จึงรีบพูดว่า “เช้านี้เราดื่มไปเยอะแล้ว ครั้งหน้าไปถู่เฉิง ฉันจะไปนั่งดื่มกับคุณอย่างเต็มที่เลย……”