ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1487 ไม่ต้องคืนก็ได้
ตอนที่ 1487 ไม่ต้องคืนก็ได้
จากบ้านหูฉางจวินกลับไปที่บ้านเจียงเสี่ยวไป๋
ตลอดทาง หลัวฉางเซิงยังคงรู้สึกประหลาดใจว่า “ไม่คิดเลยว่าแค่ไปทานอาหารเช้า ยังจะได้เจอธุรกิจอีก ! ”
“ตอนนี้คนในเจียงวานมีชีวิตที่ดีจริง ๆ นะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แล้วพูดว่า “พวกเขามีความคิดแบบนี้ก็นับว่าดีทีเดียว”
เขาหยุดพักครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “คุณก็คงเห็นแล้ว พวกหูฉางจวินเป็นเกษตรกร ไม่เคยทำธุรกิจนอกบ้าน ก็เพราะนิสัยซื่อตรงเกินไป ไม่อย่างนั้นคงไม่ถึงขั้นที่แขกยังดื่มไม่เต็มอิ่ม แต่ตัวเองกลับเมาไปก่อนแล้วแบบนี้ ! ”
ต่อหน้าหูฉางจวินและเฉาจี้ฟาง เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไร แต่ตอนนี้เหลือแค่เขากับหลัวฉางเซิงสองคนแล้ว เขาจึงอธิบายแทนหูฉางจวิน
จะได้ไม่ทำให้หลัวฉางเซิงเข้าใจผิดว่า หูฉางจวินเป็นพวก ‘คออ่อนเรื่องเหล้า’ จนยากที่จะไว้วางใจให้ทำงานอะไรได้
หลัวฉางเซิงโบกมือ แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ชาวไร่ชาวนาก็เป็นแบบนี้แหละ ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็เป็นคนที่คุณแนะนำมา เรื่องคุณธรรม ฉันเชื่อใจได้”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “เขาเป็นเพื่อนบ้านของผม ถือว่ารู้จักกันดี พื้นฐานนิสัยเขาไม่มีปัญหา แต่ก็มีนิสัยเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ถ้าพวกเขาไปทำงานที่ถู่เฉิงแล้วพูดหรือทำอะไรที่ไม่ถูกกฎหรือไม่รู้มารยาท ก็อย่าถือสาเลยนะครับ ฝากบอกคนที่รับผิดชอบงานด้านล่างด้วย จะได้เลี่ยงความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”
“ฉันเตรียมใจไว้แล้ว ! ” หลัวฉางเซิงพูดตอบ
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า เขาตั้งใจจะไปเตือนพวกหูฉางจวินล่วงหน้าเพื่อที่จะลดปัญหาที่ไม่จำเป็นในอนาคต
อย่างไรหูฉางจวินกับหยางซื่อหยุนก็เป็นคนบ้านเดียวกันกับเขา อะไรที่ช่วยเหลือกันได้ก็ต้องช่วยเหลือกันหน่อย
แค่พูดไม่กี่คำเอง ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย
และเพราะการเตือนล่วงหน้าของเจียงเสี่ยวไป๋ในวันนี้ ทำให้หลังจากนี้พวกหูฉางจวินจะทำงานที่ถู่เฉิงได้ราบรื่นขึ้น
นี่เป็นสิ่งที่พวกหูฉางจวินยังไม่รู้
โลกก็เป็นแบบนี้ มีบางคนเกิดมาพร้อมโชคดี ไม่จำเป็นต้องมีทรัพยากรหรือเครือข่ายของตัวเอง ก็สามารถได้รับทรัพยากรและเครือข่ายผ่านชื่อเสียงของ ‘ผู้มีพระคุณ’ ได้
ถึงขนาดว่าพวกเขายังไม่ต้องไปทดแทนบุญคุณใครเสียด้วยซ้ำ
บุญคุณเหล่านั้นก็มี ‘ผู้มีพระคุณ’ ของพวกเขาคอยช่วยแบกรับเอาไว้ แม้กระทั่งเมื่อถึงเวลาที่ต้องทดแทนบุญคุณ ก็จะเป็น ‘ผู้มีพระคุณ’ ที่ไปชดใช้แทนพวกเขาเอง
พวกเขาแค่ได้นั่งรับผลประโยชน์จากสิ่งที่คนอื่นทำมาเท่านั้น
หลัวฉางเซิงมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “ฉันยังไม่เข้าใจเลยว่าการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูป่าในเมืองถู่เฉิงจะทำกำไรได้อย่างไร คุณต้องให้แนวทางฉันหน่อยนะ ไม่งั้นการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ขนาดใหญ่แบบนี้จะต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาลแน่ ๆ ถึงแม้ว่าเจียงเจียกรุ๊ปของคุณจะออกเงินก่อน แต่สุดท้ายถู่เฉิงก็ยังต้องชำระคืนอยู่ดี”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แล้วพูดแบบลอย ๆ ว่า “ก็ไม่ต้องคืนก็ได้นี่ ! ”
ไม่คืนเหรอ ?
หลัวฉางเซิงหยุดไปชั่วขณะ เขาหันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “คุณจะบริจาคเหรอ ? หรือว่าเดิมทีคุณตั้งใจจะทำกิจกรรมเพื่อสังคมอยู่แล้ว ? ”
เพราะการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูป่าทั้งอำเภอนั้นไม่ใช่โครงการเล็ก ๆ เลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยทางภูมิศาสตร์และสภาพอากาศของถู่เฉิง ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนในการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูป่า และการปลูกต้นไม้ไม่ใช่แค่การลงต้นไม้แล้วไม่ต้องดูแล การบำรุงรักษาหลังจากนั้นเป็นเรื่องระยะยาวที่ต้องใช้ทั้งแรงงานและทรัพยากรทางการเงิน ซึ่งจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น เจียงเสี่ยวไป๋ยังมีความต้องการที่สูงกว่าการปลูกต้นไม้และฟื้นฟูป่า เป้าหมายของเขาคือไม่เพียงแค่การปรับปรุงสิ่งแวดล้อมทางนิเวศน์ แต่ยังต้องมีผลลัพธ์ทางด้านทัศนียภาพด้วย ต้นทุนแบบนี้จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก
หลัวฉางเซิงได้ติดต่อกับเจียงเสี่ยวไป๋มากว่าสองปีแล้ว เขารู้จักเจียงเสี่ยวไป๋ดี รู้ว่าเขาไม่เคยทำอะไรเพียงแค่เพื่อชื่อเสียงโดยไม่หวังผลกำไร ผลประโยชน์ ชื่อเสียงและเงินทองต่างหากที่เป็นสไตล์การทำงานของเขา
ดังนั้นเขาจึงไม่เชื่อคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ที่บอกว่าไม่ต้องคืน
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มให้กับความตกใจที่หลัวฉางเซิงแสดงออกมา แล้วก็หยุดเดิน พร้อมพูดว่า “การทำกิจกรรมเพื่อสังคมก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ! ”
“คุณต้องการทำเพื่อสาธารณกุศลจริง ๆ เหรอ ? ” หลัวฉางเซิงถามด้วยความตกใจ พร้อมกับยังรู้สึกเหลือเชื่อ
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “แน่นอนว่าไม่สามารถทำเพื่อสาธารณกุศลทั้งหมดได้ แต่การเอามาทำส่วนหนึ่งก็ทำได้ ! ”
หลัวฉางเซิงพยักหน้า นี่แหละถึงจะเข้าท่า
แต่ถึงแม้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะยินยอมทำบางส่วนเพื่อสังคม เขาก็ยังรู้สึกดีใจจากใจจริง เพราะมันสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณของถู่เฉิงลงไปได้มาก
ตอนนี้ถู่เฉิงยากจนและขาดแคลนทรัพยากร ทุกการใช้จ่ายที่สามารถประหยัดได้ก็ต้องประหยัด
เงินที่ประหยัดได้ หากนำไปลงทุนในโครงการก่อสร้างอื่น ๆ ในอนาคตก็จะช่วยเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจของถู่เฉิงได้
“แล้วคุณเตรียมจะเอาเงินมาทำเพื่อสาธารณกุศลเท่าไหร่ ? ” หลัวฉางเซิงถามด้วยความเป็นห่วง
เจียงเสี่ยวไป๋ตบเบา ๆ ที่บ่าของหลัวฉางเซิง แล้วพูดพร้อมด้วยรอยยิ้มว่า “อย่ายืนอยู่ตรงนี้เลย เราเดินไปคุยกันไปดีกว่า”
“ดี ! ” หลัวฉางเซิงตอบรับ แล้วจึงเดินต่อไปข้างหน้า
เจียงเสี่ยวไป๋เดินข้างเขา พร้อมกับพูดว่า “จำนวนเงินที่จะนำออกมาทำเพื่อสาธารณกุศลต้องขึ้นอยู่กับความต้องการ”
พูดจบก็อุทานว่า ‘โอ้’ ขึ้นมา แล้วพูดต่อว่า “เอ่อ ใช่แล้ว ถ้าจะทำกิจกรรมเพื่อสังคม ก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากที่ว่าการอำเภอของพวกคุณอย่างเต็มที่ด้วย”
หลัวฉางเซิงพูดด้วยความแปลกใจว่า “การทำกิจกรรมเพื่อสังคม ทำไมต้องดูจากความต้องการด้วยล่ะ ? ”
พูดแล้วเขาก็ทำหน้ามึนงง
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบด้วยรอยยิ้มว่า “การทำเพื่อสาธารณกุศลไม่จำเป็นต้องให้ผมออกเงินเสมอไป ผมสามารถวางแผนวิธีการหนึ่ง แล้วทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินโครงการเพื่อสาธารณกุศลก็ได้…….”
พูดไปก็เริ่มอธิบายความคิดของเขาออกมา
โดยเฉพาะเขายังได้ศึกษาโครงการสาธารณกุศลที่ชื่อว่า ‘ป่าแมงมุม’ ซึ่งเป็นโครงการสาธารณกุศลที่ส่งเสริมให้ประชาชนลดการปล่อยคาร์บอน
โครงการนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่อินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่มีการพัฒนาอย่างสูง โดยการใช้โทรศัพท์มือถือเหมือนเล่นเกม แล้วเมื่อสะสม ‘พลังงานสีเขียว’ ถึงระดับหนึ่ง ก็สามารถใช้โทรศัพท์มือถือสมัครเพื่อปลูกต้นไม้จริงในพื้นที่ที่ต้องการฟื้นฟูระบบนิเวศ หรือ ‘ยืนยัน’ สิทธิในการปกป้องในพื้นที่ที่ต้องการการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
หลังจากที่โครงการนี้เปิดตัวมา 5 ปี ได้มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 613 ล้านคน สร้าง ‘พลังงานสีเขียว’ มากกว่า 20 ล้านตัน และได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 326 ล้านต้น นอกจากนี้ยังได้ตั้งพื้นที่คุ้มครองเพื่อสาธารณะ 18 แห่งใน 10 มณฑลทั่วประเทศ เพื่อปกป้องสัตว์ป่าและพืชพันธุ์กว่า 1,500 สายพันธุ์
ผ่านโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ที่จัดขึ้นในหลายพื้นที่ โครงการนี้ได้สร้างโอกาสในการจ้างงานสีเขียวให้กับคนกว่า 2.38 ล้านคน ในการปลูก, ดูแลรักษา และลาดตระเวน ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 350 ล้านหยวน
ในมุมมองของเจียงเสี่ยวไป๋ โครงการนี้เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จมาก ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางนิเวศ หรือการส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น ล้วนมีผลดีในทางบวก
อย่างไรก็ตาม โครงการนั้นเริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้ไป 30 ปีในอนาคต โดยมีการสนับสนุนจากอินเทอร์เน็ตที่มีความก้าวหน้ามาก แต่ตอนนี้เพิ่งเป็นปี 1985 ซึ่งในประเทศยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ การคัดลอกแบบอย่างนั้นมาใช้ในปัจจุบันคงจะไม่สามารถทำได้
อย่างไรก็ตาม ถ้าทำการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ก็ยังสามารถดำเนินการได้เช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เจียงเจียกรุ๊ปได้ก่อตั้งบริษัทเหลียงหังเซียนเค่อ ซึ่งบริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เช่น ไฟเบอร์ออปติกและโทรศัพท์มือถือ เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าในอีกหนึ่งหรือสองปีข้างหน้า ก็สามารถเปิดตัวโครงการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ได้แล้ว
ในตอนนั้น รูปแบบที่คล้ายกับ ‘ป่าแมงมุม’ ก็สามารถดำเนินการได้เช่นกัน
และเวลานี้เขาสามารถรอได้
เพราะถึงอย่างไรก็ยังมีหลายสิ่งที่ต้องทำในระยะแรก และก่อนหน้านั้นก็สามารถเริ่มต้นดำเนินการด้วยวิธีอื่นได้