ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1497 พบกับหลี่เวยเวย
ตอนที่ 1497 พบกับหลี่เวยเวย
“พี่กำลังพูดถึงอะไร ไปหาอะไรกินก่อนเถอะครับ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เพิกเฉยต่อคำกระตุ้นของหลินเจียจวิน และพูดด้วยรอยยิ้ม “ที่นี่เสียงดัง ยากที่จะบอก และตอนนี้พี่เจียตงคงจะหิวมากแล้ว เราไปหาอะไรกินกันดีกว่าครับ”
ขณะที่พูด ทั้งสามก็มาถึงโซนขนมของถนนนักชิมแล้ว ซึ่งด้านหน้าของพวกเขาก็เป็นร้านขายข้าวปั้น
“พี่เจียตง พี่อยากได้ข้าวปั้นมาเติมท้องก่อนไหม ? ”
“ได้เลย ! ” หลินเจียตงตอบตกลง “งั้นเรามากินข้าวปั้นกันก่อนดีกว่า”
มีของอร่อยมากมายในถนนนักชิม แม้ว่าพวกเขาจะหิวมาก แต่ก็กินได้อย่างละนิดละหน่อย เพื่อที่จะได้กินได้หลาย ๆ อย่าง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น พ่อค้าก็หยิบส่วนผสมและเริ่มทำข้าวปั้นทันที
ไม่นานหลังจากนั้น ข้าวปั้นคำเล็ก ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟ หลินเจียตงหยิบมันขึ้นมาและเริ่มเพลิดเพลินกับมันทันที
เมื่อได้ของมาแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็จ่ายเงิน จากนั้นทั้งสามคนก็เดินไปข้างหน้าต่อ
ระหว่างทาง ของทานเล่นต่าง ๆ ก็ได้โชยกลิ่นหอมออกมา ทั้งบะหมี่หอยทาก ไข่ม้วน บะหมี่ผัดน้ำมันต้นหอม เต้าหู้เหม็น บาร์บีคิว…
เมื่อหลินเจียตงเห็นเมนูที่เขาชอบ เขาก็แวะเข้าไปซื้อมันทันทีโดยไม่ลังเลและเริ่มกินมันอย่างมีความสุข
ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียจวินก็กินบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
พวกเขาทั้งสามเดินไปรอบ ๆ เป็นเวลาเกือบชั่วโมง จนหลินเจียตงที่กินอิ่มก็เริ่มมีพุงป่องออกมา
“อิ่มจริง ๆ ! ” หลินเจียตงตบท้องของเขา แล้วพูดด้วยสีหน้าพึงพอใจ “ตอนนี้ฉันมีแรงทำงานต่อแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “งั้นก็ไปกันเลยครับ ! ”
เมื่อเดินออกจากถนนนักชิมมาแล้ว หลังจากขึ้นรถ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ขับรถตรงไปที่บริษัทเหลียงหังเซียนเค่อต่อทันที
เมื่อมาถึงห้องทำงานของหม่าซานซิ่นแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยกมือขึ้นเคาะประตู
“เชิญเข้ามา ! ” เสียงชราดังมาจากข้างในห้อง
เมื่อได้ยินเสียงของหม่าซานซิ่น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ผลักประตูเข้าไป ตามมาด้วยหลินเจียตงและหลินเจียจวิน
ทันทีที่พวกเขาเดินผ่านเข้าประตูไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเล็กน้อย
ในห้องทำงานของหม่าซานซิ่นไม่ได้มีเขาแค่เพียงคนเดียวที่อยู่ในนั้น ยังมีหญิงสาวอายุยี่สิบต้น ๆ คนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีขาวยืนอยู่ในนั้นอีกด้วย
อย่าเข้าใจผิด นั่นไม่ใช่เสื้อคลุมสีขาวที่แพทย์และพยาบาลสวมใส่ แต่เป็นชุดทำงานของพนักงานบริษัทเหลียงหังเซียนเค่อต่างหาก
เพราะเนื่องจากบริษัทบริษัทเหลียงหังเซียนเค่อดำเนินธุรกิจด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก พวกเขาจึงใส่เสื้อคลุมสีขาวหรือเสื้อกราวด์ในการทำงานเป็นหลัก
ไม่ต้องพูดถึงพนักงานธรรมดา ๆ แม้แต่หม่าซานซิ่นก็ยังสวมเสื้อคลุมสีขาวตลอดเวลา
แต่เหตุผลที่เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงไม่ใช่เพราะสิ่งอื่นใด แต่เป็นเพราะผู้หญิงคนนี้คือ ‘หลี่เวยเวย’ นั่นเอง
หลี่เวยเวยกำลังฟังสิ่งที่หม่าซานซิ่นพูดอยู่ เมื่อเธอเห็นทั้งสามคนเดินเข้ามา เธอก็หันกลับมาและสบตากับเจียงเสี่ยวไป๋พอดี
เธอเองก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน
เธอได้อ่านบันทึกของหลี่ม่านม่านเกี่ยวกับเจียงเสี่ยวไป๋จากสมุดบันทึกที่พี่สาวของเธอทิ้งไว้ และได้ยินหยางเจี๋ยพูดถึงเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง
หลังจากที่หลี่ม่านม่านจากไปแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไปที่บ้านของเธอบ่อย ๆ แต่เธอก็เห็นพ่อของเธอขับไล่เขาออกไป โดยที่พ่อได้บอกเธอว่าในอนาคตอย่ารับเงินหรือสิ่งของจากเจียงเสี่ยวไป๋เป็นอันขาด และอย่าสร้างสัมพันธ์กับเจียงเสี่ยวไป๋เด็ดขาด
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เธอเก็บคำพูดของพ่อเอาไว้และไม่ยอมรับการดูแลของเจียงเสี่ยวไป๋ และก็ดูเหมือนว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตาของเธอ
และเธอก็ลืมเจียงเสี่ยวไป๋ไปทีละน้อย
เธอไม่ได้ติดต่อกับเจียงเสี่ยวไป๋มากนัก สิ่งที่เธอรู้ในตอนแรกมาจากสมุดบันทึกของพี่สาวเธอ เธอจึงเกลียดชังและขุ่นเคืองต่อชายที่เป็นต้นเหตุทำให้พี่สาวของเธอเสียชีวิต
ต่อมา ด้วยการผงาดขึ้นของเจียงเจียกรุ๊ป จึงทำให้เธอได้ยินเรื่องของเจียงเสี่ยวไป๋มากขึ้น เธอไปโรงเรียนประถมในหมู่บ้านบนภูเขาและโรงเรียนประถมฉิวซู่ในชิงโจวและเจี้ยนหยาง
ในโรงเรียนทั้งสองแห่ง เธอเห็นรูปปั้นของพี่สาว และประโยคที่เขียนกำกับไว้ “ถนนยาวไกล ฉันจะตามเธอไป” สลักไว้บนรูปปั้น
คำว่า “ยาวไกล” เหมือนกับคำว่า “ม่านม่าน” ในชื่อของพี่สาวเธอ และเจียงเสี่ยวไป๋ยังได้ตั้งชื่อโรงเรียนที่เขาก่อตั้งว่า “โรงเรียนประถมฉิวซู่” หรือเป็นเพราะว่าเขากำลังรำลึกถึงหลี่ม่านม่านพี่สาวของเธอ !
และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอก็เริ่มสงสัยเกี่ยวกับเจียงเสี่ยวไป๋ และเธอก็เริ่มให้ความสนใจกับเจียงเจียกรุ๊ปมากขึ้น เมื่อเธอเรียนรู้มากขึ้น เธอก็มีมุมมองที่แตกต่างออกไปเกี่ยวกับผู้ชายที่ทำให้พี่สาวของเธอต้องไปเสียชีวิตอยู่บนภูเขา ตอนนี้ไม่สามารถพูดได้เลยว่าเธอเกลียดเขา และยังมีร่องรอยของความชื่นชมและความเข้าใจในตัวของเจียงเสี่ยวไป๋มากยิ่งขึ้น
ซึ่งจากนั้นเธอก็ได้มาพบกับหม่าซานซิ่นเข้าโดยบังเอิญ และต่อมาก็มาทำงานที่บริษัทเหลียงหังเซียนเค่อแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม เธอยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพ่อและแม่ของเธอ
เพราะเธอรู้ว่าเธออาจจะได้พบกับเจียงเสี่ยวไป๋ เมื่อเธอเข้ามาทำงานในบริษัทเหลียงหังเซียนเค่อแห่งนี้
เธอจินตนาการถึงฉากการพบกันกับเจียงเสี่ยวไป๋หลายครั้ง บางทีตอนที่เธออาจจะพบกับเจียงเสี่ยวไป๋ตอนที่เขามาตรวจสอบบริษัท ซึ่งเขาอาจจะกำลังพูดอยู่บนเวที ส่วนเธอเป็นผู้ฟังอยู่ข้างล่าง หรืออาจจะเป็นตอนที่เขาเข้ามาตรวจสอบในห้องทดลอง และเธอกำลังจดจ่ออยู่กับงานของเธอ เขาขับรถเข้ามาในบริษัท และเธอก็ยืนอยู่หน้าบริษัท และเห็นกันจากระยะไกล…
หลายฉากที่เธอจินตนาการไว้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการพบกับในที่ที่มีคนหมู่มาก หรือพบกันในระยะไกล แต่เธอไม่เคยจินตนาการว่าจะได้เผชิญหน้ากันในห้องทำงานแคบ ๆ ของหม่าซานซิ่นเช่นนี้
เธอเองก็สับสนอยู่ครู่หนึ่ง และสีหน้าของเธอก็ดูไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย
“สวัสดีคุณหม่า ! ” เจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบนี้ลงไป โดยทักทายหม่าซานซิ่นก่อน จากนั้นจึงพยักหน้าและยิ้มให้หลี่เวยเวย “เวยเวยก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอ ! ”
“โอ้…ผู้ช่วยเจียง..สวัสดีค่ะ ! ”
เมื่อได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋เริ่มพูดทักทาย หลี่เวยเวยก็ดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะจำเธอได้อย่างรวดเร็วและเรียกเธอว่า ‘เวยเวย’ อย่างเป็นกันเองเช่นนี้ เธอหน้าแดงและตอบกลับอย่างรวดเร็วด้วยความประหม่า
ฉากนี้ทำให้หลินเจียตงและหลินเจียจวินที่อยู่ด้านหลังเจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกแปลก ๆ สัญชาตญาณของพวกเขาบอกพวกเขาว่าความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวกับเจียงเสี่ยวไป๋นี้ดูไม่ปกติ
“สวัสดี ไม่เจอกันนานเลย ! ” เจียงเสี่ยวไป๋มองหลี่เวยเวยที่รู้สึกดูจะประหม่าเล็กน้อย
“ฉัน… มารายงานคุณหม่า…” ดูเหมือนหลี่เวยเวยไม่รู้ว่าจะตอบคำทักทายของเจียงเสี่ยวไป๋อย่างไร เธอจึงพูดออกมาด้วยความตื่นตระหนก “โอ้… ฉันได้รายงานเกือบทุกอย่างแล้ว ผู้ช่วยเจียง หากคุณมีอะไรจะคุยกับคุณหม่า ฉันก็จะออกไปให้ค่ะ…”
ดูเหมือนว่าหม่าซานซิ่นจะสัมผัสได้ถึงความสับสนของหลี่เวยเวย เขาจึงพูดออกมาตามตรงว่า “เสี่ยวหลี่ ออกไปก่อนเถอะ ! ”
หลี่เวยเวยตอบกลับอย่างรวดเร็วราวกับเธอได้รับการนิรโทษกรรม และรีบถือแฟ้มออกไปอย่างรวดเร็ว
เจียงเสี่ยวไป๋มองตามหลังเธอไปและถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เดิมทีเขาต้องการคุยกับเธอดี ๆ ในตอนนี้เมื่อเขาได้พบเธอ แต่ดูเหมือนว่ามันยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นเขาจึงไม่ได้หยุดเธอ แต่หันไปหาหม่าซานซิ่นแล้วพูดว่า “คุณหม่า ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมมารบกวนคุณ ! ”
หม่าซานซิ่นพูดอย่างไม่ยี่หระว่า “ไม่เป็นไร ! ”
จากนั้น เขาก็มองไปที่หลินเจียตงและหลินเจียจวิน แล้วพูดว่า “พวกคุณก็มาด้วยสินะ…”
เจียงเสี่ยวไป๋ชี้ไปที่หลินเจียตงและแนะนำก่อน “นี่คือรองประธานหลิน เขาเป็นผู้บริหารทั่วไปของสำนักงานโทรคมนาคม ! ”
หลินเจียตงไม่เคยเห็นหม่าซานซิ่นมาก่อน เขาเคยได้ยินแต่เรื่องราวของนักวิชาการเก่าคนนี้มานานแล้ว และเจียงเสี่ยวไป๋ก็แนะนำเขาก่อนที่เขาจะมาที่นี่ เขาจึงรีบทักทายหม่าซานซิ่นด้วยความเคารพทันที “สวัสดีครับคุณหม่า ! ผมชื่อหลินเจียตง โปรดให้คำแนะนำแก่ผมด้วยนะครับ”
ได้ยินว่า หลินเจียตงมาจากฝ่ายบริหารของสำนักงานโทรคมนาคม เขาก็รู้จุดประสงค์ของเจียงเสี่ยวไป๋ทันที และพยักหน้าให้หลินเจียตง “สวัสดีรองประธานหลิน ! ”
หลินเจียตงพูดอย่างรวดเร็วว่าเขาไม่กล้า และพูดว่า “คุณหม่า เรียกผมว่าเสี่ยวหลินก็ได้ครับ ! ”