ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1499 อะไร ๆ ก็บ้านเกิด
ตอนที่ 1499 อะไร ๆ ก็บ้านเกิด
ผลิตภัณฑ์ที่หม่าซานซิ่นวิจัยนั้น ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ส่งสัญญาณ อุปกรณ์สวิตช์ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร
โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดตั้งสถานีฐานการสื่อสารเคลื่อนที่ใหม่ขึ้นมา
ซึ่งอุปกรณ์ปลายทางอย่างเช่นโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์นั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองอยู่ในขณะนี้
ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างสถานีฐานก็ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถสร้างขึ้นมาได้ภายในวันหรือสองวัน
แผนของเจียงเสี่ยวไป๋คือเมื่อมีอุปกรณ์ส่งสัญญาณพร้อมใช้งานแล้ว เขาก็จะสามารถสร้างสถานีฐานและพัฒนาอุปกรณ์ปลายทางได้ในเวลาเดียวกัน
หลินเจียตงจึงพูดออกมาด้วยความประหม่าเล็กน้อย “เสี่ยวไป๋ ฉันเชื่อนายก็จริง แต่ถ้าสถานีฐานถูกสร้างขึ้น แต่โทรศัพท์มือถือไม่สามารถรองรับได้ นี่จะถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่หลวงเลยนะ”
ทว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับพี่เจียตง ผมมั่นใจว่ามันจะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน”
หลินเจียตงยังคงมองไปที่หม่าซานซิ่นต่อ
ในแง่ของเทคโนโลยี เขาไว้วางใจหม่าซานซิ่นเป็นอย่างมาก
หม่าซานซิ่นเองก็พูดอย่างใจเย็นว่า “อย่ามองมาที่ฉันแบบนี้ เพราะฉันเองก็ไม่สามารถสรุปผลใด ๆ ได้จนกว่าผลการทดลองจะออกมา”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ มันก็ทำให้หลินเจียตงรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น เขาจึงเหลือบมองที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ทำไมไม่รอให้สร้างโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเสร็จก่อนล่ะ หลังจากที่โทรศัพท์มือถือออกมาและได้รับการตรวจสอบในห้องทดลองแล้ว ค่อยมาเริ่มสร้างสถานีฐานกันต่อก็คงไม่สายเกินไปหรอก”
แน่นอนว่านี่เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด และเขาก็ยังคิดถึงเจียงเสี่ยวไป๋ด้วย
แต่เขาที่ไม่รู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋คือคนที่เกิดใหม่ เขาอยู่มาสองช่วงชีวิต และชาติที่แล้วที่เขาอยู่ โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตบนมือถือนั้นถือเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในรุ่นต่อ ๆ มา และด้วยข้อมูลที่เจียงเสี่ยวไป๋มอบให้กับหม่าซานซิ่นไปนั้น คือการนำเทคโนโลยีของโลกอนาคตมาสู่ยุค 80
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือแล้วพูดว่า “โครงสร้างพื้นฐานเป็นโครงการใหญ่ ถ้าเรารอให้ผลิตโทรศัพท์มือถือออกมาก่อนเริ่มทำการก่อสร้าง การเปิดตัวโทรศัพท์มือถือก็จะล่าช้าออกไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี”
เขาไม่ได้อยากรอนานขนาดนั้น
แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังคงต้องได้รับความเชื่อมั่นจากหลินเจียตงเสียก่อน หากเขาไม่สามารถเจรจาเรื่องนี้กับหลินเจียตงได้ ก็ไม่ต้องพูดถึงการอนุมัติจากผู้บริการระดับสูงของกระทรวงโทรคมนาคมเลย
หลินเจียตงกล่าวว่า “แม้ว่าจะเลื่อนออกไปหนึ่งปี แต่รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่นายจะสร้างออกมาก็ยังล้ำหน้าเทคโนโลยีของประเทศทางตะวันตกที่พัฒนาแล้วถึงสิบหรือยี่สิบปี ฉันคิดว่าเราไม่จำเป็นจะต้องรับความเสี่ยงอันใหญ่หลวงเช่นนี้ รอแค่ปีเดียวจะเป็นไรไป”
แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้กล่าวออกมาว่า “เจียงเจียกรุ๊ปของเราเป็นผู้รับผิดชอบเงินทุนทั้งหมดสำหรับโครงการนี้ ซึ่งความเสี่ยงก็อยู่ที่ผู้ลงทุน แต่ฝ่ายบริหารของสำนักงานโทรคมนาคมไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงนี้เลยนะครับ”
หลินเจียตงจึงกล่าวออกมาว่า “เพราะว่าฉันไม่อยากให้นายเสี่ยงขนาดนั้นยังไงล่ะ ดังนั้น…”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบกล่าวออกมา “พี่เจียตง ผมรู้ถึงความตั้งใจดีของพี่ แต่พี่ก็ต้องรู้ด้วยว่าผมไม่เคยลงทุนกับอะไรที่มันเสี่ยงอยู่แล้ว ผมเชื่อในวิจารณญาณของผมเองว่ามันจะประสบความสำเร็จ และผมก็เชื่อว่าคุณหม่าจะสามารถนำทีมของเขาสร้างผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์ออกมาได้”
หลินเจียตงเริ่มรู้สึกลังเลเล็กน้อยที่จะหักล้างความคิดพวกนี้
แม้ว่าโครงการทั้งหมดที่เจียงเสี่ยวไป๋ทำมาในอดีตจะประสบความสำเร็จ แต่ในช่วงเริ่มต้นของโครงการ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่มีอะไรแน่นอนเสมอไป ทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยงในตัวของมันเอง
แต่แล้วหลินเจียตงก็ได้ถอนหายใจออกมา เพราะเขารู้ว่าเขาไม่สามารถโน้มน้าวใจเจียงเสี่ยวไป๋ได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ในเมื่อนายยืนกรานแบบนี้ งั้นก็ทำตามที่นายบอก ฉันจะนำผลการวิจัยของคุณหม่ากลับไปเพื่อให้เบื้องบนเซ็นต์อนุมัติตามขั้นตอน”
พูดจบ เขาก็มองไปที่หม่าซานซิ่นและพูดด้วยน้ำเสียงเคารพ “ผมอยากให้คุณหม่าช่วยผมจัดเรียงข้อมูลที่จำเป็นด้วยนะครับ”
หม่าซานซิ่นมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ เขาสามารถจัดเตรียมข้อมูลให้ได้ แต่เขาก็ยังต้องได้รับความยินยอมจากเจียงเสี่ยวไป๋ก่อน
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “ต้องรบกวนด้วยนะครับ คุณหม่า ! ”
หม่าซานซิ่นกล่าวว่า “มีข้อมูลมากมายที่ต้องจัดเตรียม ซึ่งฉันอาจจะต้องใช้เวลาประมาณสองวัน”
หลินเจียตงกล่าวว่า “ไม่เป็นไรครับ ต้องขอขอบคุณคุณหม่าที่ยอมทำงานหนักเพื่อเรา คุณไม่ต้องรีบ ผมยังอยู่ที่เมืองชิงโจวอีกสองสามวัน”
“ตกลง ! ” หม่าซานซิ่นโบกมือแล้วพูดว่า “ฉันจะกลับไปเตรียมข้อมูลมาให้ภายในสองวันนี้”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “อ้อ คุณไม่จำเป็นต้องมารับเอง ไว้ฉันจะให้คนเอาไปไว้ให้ที่ห้องทำงานของเสี่ยวเจียงเอง”
พอพูดจบ เขาก็ไล่ทุกคนให้ออกจากห้องทำงานของเขาไปทันที
หลินเจียจวินที่เดินออกจากห้องทำงานของหม่าซานซิ่นพร้อมกับเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียตง อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาด้วยความงุนงงว่า “เราถูกไล่ออกมาแบบนี้เลยเหรอ ? ”
เขาเดินตามเขาไปที่ห้องทำงานของหม่าซานซิ่นพร้อมกับเจียงเสี่ยวไป๋ และต้อนนี้ก็ถูกหม่าซานซิ่นไล่ออกมาจากห้อง โดยที่ไม่สามารถพูดอะไรได้สักคำ
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ได้แต่ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ และพูดว่า “นักวิจัยส่วนมากก็แปลกประหลาดแบบนี้แหละครับ”
เขาเองก็ถูกหม่าซานซิ่นไล่ออกจากห้องทำงานแบบนี้ ไม่ใช่แค่ครั้งหรือสองครั้ง จึงค่อนข้างจะคุ้นเคยกับมันพอสมควร
ทว่าหลินเจียจวินกลับพูดออกมาอย่างไม่พอใจ “ดูเหมือนว่าคุณเฉียวจะอารมณ์ดีและเข้าถึงได้ง่ายกว่าคุณหม่ามาก ! ”
ปากของเจียงเสี่ยวไป๋กระตุก ก่อนที่เขาจะกลอกตามองไปที่หลิยเจียจวินและสงสัยว่า “พี่เคยติดต่อกับคุณเฉียวกี่ครั้งกัน ? ”
“ล่าสุดที่พี่เจอกับคุณเฉียวนั้น ก็เจอพร้อมกับพ่อและแม่ของพี่ และมันก็เป็นช่วงเพียงเวลาสั้น ๆ ระหว่างที่เดินทางจากเจียงเฉิงมายังชิงโจวเท่านั้น หากพี่ได้ทำงานกับเขาจริง ๆ แล้วยังกล้าพูดว่าเขาอารมณ์ดีอยู่ ผมขอยอมรับพี่เลย”
เขาอยากจะถ่มน้ำลายใส่หลินเจียจวินจริง ๆ แต่หลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาก็ตัดสินใจพูดกับหลินเจียตงว่า “ผมคุยเรื่องงานกับคุณหม่าเสร็จแล้ว และวันนี้ก็ไม่มีอะไรทำ เราไปหาที่คุยกันต่อดีกว่าครับ”
“ตกลง ! ” หลินเจียตงพยักหน้า “นายไปที่ไหน ฉันก็จะตามไปนั่นแหละ”
ได้ยินเช่นนั้น หลินเจียจวินก็รีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “งั้นไปที่ร้านนวดเท้ากันดีไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “พี่เพิ่งไปที่ร้านนวดเท้ามานี่เอง วันนี้พี่ยังจะไปที่นั่นอีกเหรอ ? ”
หลินเจียจวินพูดว่า “ก็มันเป็นที่สำหรับการพูดคุยกันได้สะดวกที่สุดแล้ว ยังไงซะ คุยด้วยผ่อนคลายไปด้วยก็ยังดีกว่านั่งคุยกันในออฟฟิศ ! ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่นั่นแหละครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขา จึงรีบตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อพวกเขาทั้งสามได้ขึ้นมาบนรถแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ขับตรงไปที่ร้านนวดเท้าทันที
ในห้องที่พวกเขาเข้ามานวดเท้า เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียตงกำลังพูดคุยกันเรื่องการสร้างสถานีฐาน ทว่าหลินเจียจวินก็ขี้เกียจเกินกว่าที่จะฟังพวกเขาพูดเรื่องทางการ เขาจึงหันไปพูดเรื่องไร้สาระกับหมอนวดและหยอกล้อเป็นครั้งคราว
เจียงเสี่ยวไป๋ได้กล่าวออกมาว่า เมื่อมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดแรก จะมีการดำเนินการโครงการนำร่องในเมืองชิงโจวก่อน จากนั้นสถานีฐานก็จะถูกสร้างขึ้นก่อนเพื่อทดสอบข้อมูลต่าง ๆ
หลินเจียตงจึงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “อะไร ๆ นายก็คิดถึงชิงโจวก่อนเสมอเลยนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้กล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจว่า “ก็เพราะชิงโจวคือบ้านเกิดของผม ผมก็อยากจะพัฒนาให้บ้านเกิดของผมเจริญรุ่งเรืองก่อนที่อื่นอยู่แล้วครับ พี่มีข้อโต้แย้งอะไรหรือเปล่าครับ ? ”
“ไม่ ไม่ ไม่ ! ” หลินเจียตงรีบโบกมืออย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า “คุณหม่าและคนอื่นต่างก็อยู่ที่ชิงโจว เมื่อทีมงานอยู่ที่นี่ ก็จะสะดวกในการทดสอบและแก้ไขจุดบกพร่อง ฉันจะมีปัญหากับเรื่องนี้ได้ยังไง ? ”
“ตกลง ! ” ตราบใดที่เจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าจะวางโครงการนำร่องไว้ที่เมืองชิงโจว เขาก็เต็มใจที่จะดูแลเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ให้
เพราะเขาเองก็เชื่อว่าผู้นำฝ่ายบริหารจะไม่คัดค้านอย่างแน่นอน
เมื่อเวลาผ่านไป ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงกว่าแล้ว ทั้งสามก็ออกมาจากห้องนวดเท้าพร้อมกัน
เมื่อนวดเท้าเสร็จแล้ว พวกเขาก็ได้ขับรถกลับไปที่เจียงวานทันที
ขณะที่ยังอยู่บนถนน หลินเจียจวินก็ได้พูดว่า “เสี่ยวไป๋ วันนี้พี่เจียตงมาที่นี่ทั้งที ทำไมนายไม่เปิดขวดเหมาไถให้พวกเราชิมสักขวดล่ะ ! ”