ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1501 สามสนามแข่ง
ตอนที่ 1501 สามสนามแข่ง
หลังจากที่หลี่กวงหรงออกไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็จุดบุหรี่ฮวาจื่ออีกครั้ง
ในขณะที่กำลังสูบบุหรี่และพ่นควัน เขาก็เริ่มคิด
เขาได้พาหม่าซานซิ่นมาและก่อตั้งบริษัทเหลียงหังเซียนเค่อขึ้นมา โดยตั้งเป้าสนามแข่งไว้ก็คือธุรกิจโทรคมนาคม, สนามแข่งที่สองคือยานยนต์, และสนามแข่งที่สามคืออินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่
ในตอนนี้ธุรกิจโทรคมนาคมส่วนนี้ถือว่าได้เริ่มดำเนินการแล้ว อุปกรณ์สำหรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดได้ถูกพัฒนาออกมาแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการสร้างโรงงานเพื่อผลิต และจากนั้นก็จะเริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
ส่วนนี้อาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจมันในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม ที่ดินสำหรับการสร้างโรงงานได้เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว โรงงานผลิตอุปกรณ์ประมาณสี่ถึงห้าสิบแห่งก็ได้จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว การออกแบบโรงงานก็เสร็จสมบูรณ์ สามารถเริ่มงานได้ทุกเมื่อ
เรื่องเหล่านี้ เมิ่งเสี่ยวเป่ยและเฉินหยวนเฉาเป็นคนประสานงานให้เรียบร้อย เขาจึงไม่จำเป็นต้องกังวล
ในสนามแข่งที่สองซึ่งเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ การวางแผนของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน
แม้ว่าบริษัทเหลียงหังเซียนเค่อจะมีพนักงานด้านเทคนิคมากกว่าพันกว่าคน แม้จะมีข้อมูลและพารามิเตอร์ทางเทคนิคที่เจียงเสี่ยวไป๋ให้มา แต่ไม่ว่าจะเทคโนโลยีใดก็ตาม จากทฤษฎีไปสู่ผลิตภัณฑ์ก็จะต้องใช้เวลาและกระบวนการทั้งนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงนี้หม่าซานซิ่นและทีมงานทางเทคนิคของบริษัทเหลียงหังเซียนเค่อก็กำลังมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์โทรคมนาคมเป็นหลัก ส่วนการวิจัยในด้านที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ เช่น เทคโนโลยีเครื่องยนต์, เทคโนโลยีระบบเบรก, ระบบการแขวนล้อ และเทคโนโลยีวัสดุใหม่ ๆ แม้ว่าจะมีบางคนที่ทำอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดมันก็ยังไม่ใช่จุดเด่นหลักในตอนนี้ และทีมงานในด้านนี้ยังคงอ่อนแอกว่าอย่างมาก
แต่ข้อดีคือเทคโนโลยีโทรคมนาคมในปี 1985 ปัจจุบันถือเป็นแนวคิดใหม่ทั้งหมด ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์มีประวัติยาวนานหลายสิบปีแล้ว ทั้งในยุโรป, อเมริกา, ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีต่างมีระบบเทคโนโลยีที่ค่อนข้างเติบโตและพัฒนาไปมาก และในประเทศก็มีการร่วมทุนกับบริษัทผลิตรถยนต์จากต่างประเทศ เทคโนโลยีหลายอย่างแม้จะถูกปิดกั้น แต่รถยนต์สำเร็จรูปมีมากมาย ซึ่งยังมีตัวอย่างให้ได้เห็น แต่กลับกันเทคโนโลยีโทรคมนาคมยังคงมีแค่ในทฤษฎี
ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่รู้สึกเร่งรีบที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีรถยนต์เท่าไรนัก
ท้ายที่สุดแล้ว หลังจากที่ได้รับการพัฒนา มันก็ไม่ได้น่าทึ่งเท่ากับการสื่อสารแบบเคลื่อนที่ แต่มันก็ไม่สายเกินไปที่จะรอให้หม่าซานซิ่นตระหนักได้ถึงเทคโนโลยีการสื่อสารเคลื่อนที่ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยียานยนต์
อย่างไรก็ตามเจียงเสี่ยวไป๋เองก็รู้ดีว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะทำกำไรได้มากเพียงใดในอนาคต และเขาเองก็ยังรู้ทิศทางที่จะอยู่บนจุดสูงสุดของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต ดังนั้นถ้าถึงเวลา เขาก็จะเริ่มทำทันที
เพราะในตอนนี้ไม่สามารถมุ่งเน้นการวิจัยได้ เขาจึงเริ่มต้นสร้างเครือข่ายการขายรถยนต์ทั่วประเทศก่อน ในชาติก่อน หลี่กวงหรงเป็นหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมการขายรถยนต์ แม้จะไม่มีเขา
หลี่กวงหรงก็ยังสามารถไปถึงจุดนั้นได้ และด้วยความรู้และความสามารถทางการเงิน ระบบโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และข้อมูลของผู้บริโภคที่เขามี เขาเชื่อว่า ด้วยความสามารถของหลี่กวงหรง เขาจะสามารถกลายเป็นผู้ขายรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศได้อย่างรวดเร็ว
ในยุคนี้ การขายรถยนต์ยังไม่มีแนวคิดของ 4S
แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางในสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋จะนำเสนอมันนะ
ความคิดที่เกี่ยวข้องนี้ เขาได้พูดคุยกับเย่กวงตู้ไปแล้ว และให้ทีมออกแบบทำแผนการออกแบบบางอย่าง เขาเชื่อว่าเมื่อหลี่กวงหรงได้รับแผนเหล่านั้นแล้ว การเจรจากับแบรนด์ใหญ่ระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ตอนนี้น่าจะราบรื่นมากขึ้น
ในปี 1985 ที่จริงแล้วแบรนด์รถยนต์ที่เข้าสู่ตลาดในประเทศยังมีไม่มากนัก แต่แบรนด์เหล่านั้นต้องเห็นถึงความเร็วในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและก็ต้องการให้แบรนด์ของตนเองเข้ามาในประเทศด้วยเช่นกัน
แต่เนื่องจากบางเหตุผล อาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจหรือดำเนินการอย่างเป็นทางการเลย
ในตอนนี้ถ้าหลี่กวงหรงไปเจรจาต่อรองกับตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ในประเทศ หรือตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคเอเชีย มันก็เหมือนกับการเอาฟืนไปเจอกับไฟ มันอาจจะได้ผลตอบแทนที่ไม่สูงนัก
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ มุมปากของเจียงเสี่ยวไป๋ยกขึ้นเล็กน้อย เขาเผยยิ้มที่มีเสน่ห์และลึกลับออกมา
“ดูท่าคงต้องใช้สามสิบหกกลยุทธ์ ดึงฟืนออกจากใต้เตา* ! ”
(คำนี้มาจากตำราพิชัยสงครามจีน สามสิบหกกลยุทธ์ (三十六计) โดยกลยุทธ์ “釜底抽薪” หมายถึงการแก้ปัญหาหรือเอาชนะศัตรูโดยกำจัดรากเหง้าหรือแหล่งกำเนิดของปัญหา ไม่ใช่การเผชิญหน้าตรง ๆ แต่เป็นการทำให้ปัญหาหมดไปจากต้นตอ เช่น ดึงฟืนออกจากใต้เตาเพื่อให้ไฟดับและน้ำในหม้อหยุดเดือด)
“พวกคุณอย่ามาโทษฉันแล้วกัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พึมพำเบา ๆ พร้อมกับพ่นควันออกจากปาก
ไม่ผิด ตอนนี้เจียงเสี่ยวไป๋ได้เริ่มต้นเรื่องตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แล้ว เขาไม่ได้มองแค่เรื่องเงินเท่านั้น แต่ยังมีแผนการร้ายไว้อีกด้วย
เหตุผลที่เรียกมันว่า ‘แผนการร้าย’ ก็เพราะว่าเจียงเสี่ยวไป๋คิดว่าก่อนที่เทคโนโลยีรถยนต์ของเขาจะสำเร็จ เขาจะพยายามเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์รถยนต์นานาชาติให้ได้มากที่สุด เพื่อถือสิทธิ์ในการขายเอาไว้
ในขณะเดียวกัน เขาก็กำลังสร้างเครือข่ายการขายรถยนต์ของตัวเองและสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่เป็นมืออาชีพอยู่ด้วยเหมือนกัน
แต่ทันทีที่เขาปล่อยสินค้าของตัวเองออกมา เขาก็จะเก็บแบรนด์ที่ตัวเองเป็นตัวแทนไว้ในเงามืด จากนั้นทุ่มเททุกอย่างเพื่อโปรโมตแบรนด์ของตัวเองอย่างเต็มที่
ด้วยวิธีนี้ ในช่วงระยะเวลาของสัญญา แบรนด์ที่เขาเป็นตัวแทนจะไม่สามารถขายรถได้แม้แต่คันเดียวในเขตพื้นที่ที่เขารับผิดชอบ ทำให้เกิดช่วงเวลาที่เหมือนเป็นสุญญากาศ
หากแผนนี้สำเร็จ อนาคตของประเทศจีนจะกลายเป็นยุครุ่งเรืองของรถยนต์แบรนด์ในประเทศ และสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้
ต้องเข้าใจว่าในชาติก่อนนั้น บรรดาแบรนด์รถยนต์ต่างชาติสามารถกอบโกยผลกำไรอย่างมหาศาลในประเทศจีน
เมื่อสูญเสียส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศ ความมั่งคั่งของพวกเขาจะลดลงอย่างมหาศาล
ในชาติก่อน เขามีแต่ความรักชาติอย่างล้นเหลือ แม้ว่าจะมีทรัพย์สินมูลค่าหลายหมื่นล้าน แต่ความมั่งคั่งเพียงเท่านั้นกลับไร้พลังเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนผูกขาดในเศรษฐกิจโลก เขาทำได้เพียงมองดูแบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศกอบโกยเงินอย่างบ้าคลั่งจากในประเทศจีนอย่างช่วยอะไรไม่ได้
การได้เกิดใหม่ทำให้เขามีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
แต่ในชีวิตนี้ เขามีทุนสะสมพอสมควร บวกกับการที่เขาควบคุมเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าผู้อื่นในอุตสาหกรรมได้ถึงสิบหรือยี่สิบปี เขาสามารถทำให้รถยนต์จีนเปล่งประกายได้อย่างเต็มที่
เมื่อคิดถึงใบหน้าที่บูดเบี้ยวของบรรดาแบรนด์รถยนต์ต่างชาติ หากแผน ‘ดึงฟืนออกจากใต้เตา’ ประสบความสำเร็จ เจียงเสี่ยวไป่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
แน่นอนว่าเขาไม่ได้เปิดเผยแผนนี้ให้กับหลี่กวงหรงรู้
สิ่งนี้จึงถูกเรียกว่า ‘แผนการร้าย’ ก่อนที่ผลิตภัณฑ์ของเขาจะออกมา เขาจะไม่พูดอะไรกับใครแม้แต่คำเดียว ตอนนี้เขาขอแค่ให้หลี่กวงหรงทำในสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ให้ดีก็เพียงพอแล้ว
เรื่องราวหลังจากนี้ ย่อมดำเนินไปอย่างราบรื่นดั่งสายน้ำที่ไหลลงสู่ที่ต่ำ
เขาเองก็ไม่ได้รีบร้อนเหมือนกัน
ส่วนในสนามแข่งที่สาม คือ อินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ นั่นก็เป็นสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋ให้ความสำคัญอย่างมาก
การเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตบนมือถือ เกิดจากการพัฒนาแอปพลิเคชันอินเทอร์เน็ต ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการอัพเกรดและพัฒนาของคอมพิวเตอร์ ตอนนี้คอมพิวเตอร์เริ่มถูกนำมาใช้แล้ว แม้ว่าจะยังคงอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น และส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่รู้จัก
แต่โลกในอนาคตจะขาดคอมพิวเตอร์ไม่ได้
การอัพเกรดและการพัฒนาของคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับพลังการคำนวณ
สิ่งนี้จะเป็นความสามารถที่จะเกิดการแข่งขันกันในอนาคต
มีนักวิจัยจำนวนมากของในแต่ละบริษัท บริษัทเหลียงหังเซียนเค่อกำลังพัฒนาและอัพเกรดพลังการคำนวณของคอมพิวเตอร์
สิ่งนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์การสื่อสารเคลื่อนที่แต่อย่างใด
เพื่อให้การสื่อสารเคลื่อนที่เป็นไปอย่างราบรื่น เทคโนโลยีหลายอย่างก็ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์ด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ในสนามแข่งแรกและสนามแข่งขันที่สามของเขาหลาย ๆ ตัวสามารถทำงานร่วมกันได้ เมื่อการพัฒนาสำเร็จ การเผยแพร่ผลิตภัณฑ์อินเทอร์เน็ตบนมือถือของเขาก็จะใกล้แค่เอื้อม
ที่จริงแล้วเขาคิดถึงยุคสมัยที่ในทุกวันถือโทรศัพท์มือถืออยู่ข้างหนึ่ง ขณะนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ไปด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋ได้แต่ทอดถอนใจ
แต่ตอนนี้เริ่มมีความหวังแล้ว
ภายในใจของเจียงเสี่ยวไปเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ไม่ทันรู้ตัว บุหรี่หลายม้วนด็ได้ถูกสูบไปจนหมดแล้ว คาดว่าน่าจะเพราะเขาคิดเรื่องอะไรไปเพลิน ๆ เลยทำให้มีขี้เถ้าบุหรี่ตกอยู่บนโต๊ะและบนพื้นมากมาย