ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1508 แล้วพบกันใหม่
ตอนที่ 1508 แล้วพบกันใหม่
หลังจากหลี่เวยเวยที่ออกไปก็เป็นเวลาสิบโมงกว่าแล้ว
หลินเจียตงจึงพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “เสี่ยวไป๋ ใกล้ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว เราควรรีบไปได้แล้ว ! ”
เขาและหลินเจียจวินซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวบิน 11.30 น. ซึ่งตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นก่อนที่เครื่องจะขึ้น
แต่สนามบินของชิงโจวอยู่ในเมือง พวกเขาใช้เวลาเดินทางเพียงสิบนาทีก็ถึงแล้ว จึงมีเวลาอีกเหลือเฟือ
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ไปส่งทั้งสองคนไปที่สนามบิน
ปัจจุบันเจียงเจียกรุ๊ปมีห้อง VIP แยกต่างหากอยู่ในสนามบินด้วย ซึ่งเปิดให้พนักงานและลูกค้าระดับพรีเมี่ยมของเจียงเจียกรุ๊ปเข้าไปพักผ่อนอยู่ในนั้นระหว่างที่รอเครื่องบินขึ้น
ในปี 1985 ยังไม่มีบริษัทไหนทำห้อง VIP ในอาคารผู้โดยสารของสนามบิน ซึ่งเจียงเจียกรุ๊ปก็เป็นบริษัทแรกที่ทำขึ้นมาเช่นกัน
ไม่เพียงแต่ในชิงโจวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาคารผู้โดยสารในสนามบินของเมืองใหญ่ เช่น เจียงเฉิง เทียนจิง เซี่ยงไฮ้ จินหลิง และกวางตุ้งด้วย เพื่อให้พนักงานและลูกค้าของเจียงเจียกรุ๊ปได้ใช้ในระหว่างการเดินทาง
แน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าทุกคนของเจียงเจียกรุ๊ปจะมีสิทธิ์ใช้ห้อง VIP นี้
แต่เจียงเจียกรุ๊ปจะให้คะแนนแก่ลูกค้าตามสถานะของพวกเขา จากนั้นก็จะมีการออกบัตร VIP ให้กับพวกเขา
ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นสิทธิพิเศษที่เจียงเจียกรุ๊ปได้มอบให้กับลูกค้าของพวกเขาโดยเฉพาะอีกด้วย
ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้ลูกค้า VIP จำนวนมากรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับบัตร VIP สนามบินจากเจียงเจียกรุ๊ป
แต่เจียงเจียกรุ๊ปไม่มีข้อกำหนดที่เข้มงวดเช่นนี้ในฝั่งของพนักงาน ตราบใดที่พวกเขามีใบอนุญาตทำงานจากเจียงเจียกรุ๊ป ก็ถือว่าเป็นบัตร VIP ที่สามารถเอามาใช้กับทางสนามบินได้
เพราะนี่ถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่ทางบริษัทได้มอบให้กับพนักงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง
ในขณะเดียวกัน นี่ไม่ได้เป็นเพียงผลประโยชน์ของพนักงานเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความรู้สึกเป็นเกียรติและความเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทให้กับพนักงานอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อพนักงานของบริษัทอื่นเดินทางแล้วเห็นว่าพนักงานของเจียงเจียกรุ๊ปสามารถเข้าห้อง VIP ได้ พวกเขาจะเกิดความคิดอย่างไร ?
ผู้คนก็เป็นแบบนี้ ตราบใดที่เห็นว่าผู้อื่นเหนือกว่า พวกเขาก็จะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม
ซึ่งการจัดตั้งห้อง VIP ที่สนามบินนี้ของเจียงเจียกรุ๊ปถือเป็นการทำลายความยุติธรรมนี้ลงไป แต่กลับกันมันได้ยิ่งตอกย้ำถึงข้อดีของเจียงเจียกรุ๊ปมากขึ้น
ในความเป็นจริง เจียงเจียกรุ๊ปไม่ได้สร้างห้อง VIP ไว้แค่เพียงอาคารผู้โดยสารของสนามบินในเมืองใหญ่ทั่วประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในสถานีรถไฟและสถานีขนส่งในเมืองใหญ่ทั่วประเทศอีกด้วย
หลายคนอาจรู้สึกแปลกที่ไม่เคยเห็นห้อง VIP ที่สถานีขนส่งมาก่อน
แต่อย่าลืมว่านี่เป็นเพียงปี 1985 การขนส่งทางรถไฟภายในประเทศและการขนส่งทางอากาศยังห่างไกลจากความนิยมและยังไม่พัฒนาเหมือนในรุ่นหลัง ๆ เพราะในตอนนี้รถยนต์ยังถือว่าเป็นยานพาหนะหลักในการเดินทางระยะไกล
ดังนั้นห้อง VIP ที่เจียงเจียกรุ๊ปสร้างขึ้นในสถานีขนส่งทางไกลจึงไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจมากนัก
ส่วนฟังก์ชั่นห้อง VIP ก็มีเหมือนกับห้อง VIP ในยุคหลัง ๆ นอกจากสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายแล้ว ยังมีผลไม้ ของว่าง และเครื่องดื่มให้ทานฟรีอีกด้วย
แต่หากมีเพียงฟังก์ชันเหล่านี้ ก็จะไม่ใช่เจียงเสี่ยวไป๋
เมื่อเปรียบเทียบกับห้อง VIP ในรุ่นหลังแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ยังได้เพิ่มร้านหนังสือไว้ด้านในของห้อง VIP อีกด้วย ซึ่งก็สามารถยืมหนังสือในนั้นมาอ่าน หรือว่าจะซื้อหนังสือในนั้นก็ได้
และยังมีหนังสือแจกฟรีอีกด้วย !
เพราะเจียงเสี่ยวไป๋ตั้งใจที่จะปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้คนในประเทศ และเชื่อมั่นว่าชาวจีนจะพัฒนานิสัยรักการอ่านนี้ขึ้นมาได้
เพราะหนังสือคือบันไดแห่งความก้าวหน้าของมนุษย์ ความรู้สามารถทำให้ผู้คนก้าวหน้า และความรู้ก็สามารถเปลี่ยนโชคชะตาของผู้คนได้ ซึ่งการอ่านหนังสือมากขึ้นก็จะยิ่งมีความรู้มากขึ้น
เขารู้ว่าหลังจากที่โทรศัพท์มือถือได้รับความนิยม ชาวจีนจำนวนมากจะเริ่มกลายเป็นคนเกียจคร้าน เพราะพวกเขาเลือกที่จะเสพสื่อความบันเทิงและข้อมูลขยะทางโทรศัพท์มือถือมากกว่า จึงทำให้หลายคนไม่มีเวลามาอ่านหนังสือ
ตามวิถีประวัติศาสตร์ชาติก่อน จะต้องใช่เวลาอีกนับสิบปี กว่าที่จะมีการผลิตโทรศัพท์มือถือออกมา จนได้รับความนิยม แต่เนื่องจากการเกิดใหม่ของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาจึงรู้ว่าโทรศัพท์มือถือจะได้รับความนิยมเร็วกว่าชาติที่แล้วอย่างแน่นอน
ดังนั้นก่อนที่โทรศัพท์มือถือจะผลิตออกมา เขาจึงใช้วิธีการนี้ในการปลูกฝังนิสัยในการอ่านให้กับชาวจีน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีการแจกหนังสือให้กับผู้ที่มาใช้บริการห้อง VIP นี้ฟรี
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรียกว่าของฟรีนั้นกลับมีราคาแพงที่สุด เพราะหนังสือที่เจียงเสี่ยวไป๋ให้พวกเขาไปฟรี ๆ นั้น ก็เพราะว่าเขามีโมเดลธุรกิจติดตามผล
ณ จุดนี้ ทั้งหลินเจียตงและหลินเจียจวินก็เคยได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋พูดเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือที่เขาออกแบบ ว่าจะมีการสร้างอีบุ๊คไว้ในโทรศัพท์ด้วย และเขายังวางแผนที่จะรวมแอปนี้ไว้ในเว็บไซต์นวนิยายออนไลน์ในครั้งต่อไปอีกด้วย เพียงแต่ยังไม่คิดที่จะทำในตอนนี้ก็เท่านั้น
พวกเขาทั้งสามนั่งอยู่ในห้อง VIP สักพัก จากนั้นพนักงานก็เข้ามาบอกหลินเจียตงและหลินเจียจวินว่าพวกเขาสามารถขึ้นเครื่องบินได้แล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋จึงยืนขึ้นและมองหน้าพวกเขาทั้งสองคน
หลินเจียตงจึงกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ ฉันไปก่อน หากกลับมาอีกที ฉันจะเรียกทุกคนให้มาประชุมกันอีกครั้ง”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรมาก
เมื่อหลินเจียตงเป็นคนเตรียมการแล้ว เขาก็ไม่กังวลอะไรอีก เขาไม่จำเป็นต้องให้คำแนะนำอะไร เพราะเขาได้พูดทุกอย่างไปหมดแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือรอข่าว
หลังจากส่งหลินเจียตงและหลินเจียจวินแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็กลับมาที่สำนักงานของเขาทันที
“ผู้ช่วยเจียง รองนายกเทศมนตรีหลี่โทรหาคุณเมื่อสิบห้านาทีที่แล้วค่ะ” หลี่ชิงอีลุกขึ้นยืนและรีบพูดทันทีที่เขาเดินเข้ามาในสำนักงาน
เธอเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งอำนาจในการตัดสินใจทั้งหมดในสำนักงานแห่งนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้มอบให้เธอเป็นคนจัดการมันเอง
เพียงแต่เรื่องนี้ เธอไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะจัดการ เพราะว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋จึงพยักหน้า แสดงว่าเขาเข้าใจ
เมื่อเดินเข้าไปในสำนักงานด้านใน เจียงเสี่ยวไป๋ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดโทรไปที่สำนักงานของหลี่หมิงซานทันที
“สวัสดี ไม่ทราบว่าใครโทรมา” ไม่นานก็มีการเชื่อมต่อสาย และเสียงของหลี่หมิงซานก็ดังขึ้น
“สวัสดี รองนายกเทศมนตรีหลี่ ผมเจียงเสี่ยวไป๋เอง ! ”
“เป็นคุณนี่เอง ! ” หลี่หมิงซานพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะเริ่มบ่นออกมาว่า “เสี่ยวไป๋ คุณนี่จริง ๆ เลย ผู้ช่วยหลินมาที่ชิงโจวทั้งที แต่คุณกลับไม่บอกฉันสักคำ ! ”
“เขามาที่นี่ทั้งที แต่ฉันกลับไม่ได้เลี้ยงอาหารเขาสักมื้อเลย ! ”
สุดท้ายแล้ว หลินเจียจวินก็เป็นลูกชายของหลินต้ากั๋ว แม้เขาจะรู้ว่าหลินเจียจวินไม่ชอบเข้าสังคม แต่เขาก็ต้องคำนึงถึงเรื่องมารยาทบ้าง ไม่ว่าเขาจะกินหรือไม่ก็ตามก็เรื่องของเขา แต่คุณก็ต้องแสดงทัศนคติของคุณออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ คุณก็รู้ว่าพี่เจียจวินไม่ชอบอะไรแบบนี้ มันไม่จำเป็นหรอกครับ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ถามออกมาตามตรง “ว่าแต่ที่คุณโทรหาผม คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า”
หลี่หมิงซานได้ยินเขาถามแบบนั้นก็พูดอย่างไม่พอใจว่า “ทำไม ถ้าไม่มีธุระ ฉันโทรหาคุณไม่ได้เหรอ ? เราไม่ได้คุยกันนานแล้วนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ ก่อนจะพูดติดตลกว่า “นายกเทศมนตรีหลี่ งานของคุณมีมากมายขนาดนั้น ถ้าคุณไม่มีธุระอะไร คุณจะคิดถึงผมได้อย่างไร ! ”
ทั้งสองคนคุ้นเคยกันดี เขาจึงพูดอย่างเป็นกันเองกับหลี่หมิงซาน
หลังจากยิ้มแล้ว หลี่หมิงซานก็กล่าวว่า “แผนการออกแบบของหุบเขาต้าเหมียวและถ้ำชางหลงออกมาแล้ว เหอซานกำลังจะนำไปให้คุณดู เผื่อว่าคุณมีความคิดเห็นอะไรอื่น”
หลังจากที่พวกเขาได้ไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวมาแล้ว หลี่หมิงซานก็ได้นำเหอซาน, เฟ่ยตู้จือ หม่าว่านหลี่ และคนอื่นจัดทำแผนต่าง ๆ มากมาย แต่ทั้งหมดล้วนเป็นแผนพัฒนาการท่องเที่ยวของชิงโจวโดยรวมเท่านั้น
และหลังจากที่แผนโดยรวมได้รับการสรุปแล้ว ก็ได้วางแผนโดยละเอียดอีกครั้งสำหรับจุดชมวิวแต่ละจุด จากนั้นก็รอฟังคำแนะนำจากเจียงเสี่ยวไป๋อีกที
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้มและพูดว่า “ได้ครับ รองนายกเทศมนตรีหลี่นัดเวลามาได้เลย ! ”