ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1509 ผู้ช่วยเจียงจะไม่ทำอะไรโดยไร้เหตุผล
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1509 ผู้ช่วยเจียงจะไม่ทำอะไรโดยไร้เหตุผล
ตอนที่ 1509 ผู้ช่วยเจียงจะไม่ทำอะไรโดยไร้เหตุผล
“เราจะนัดกันกี่โมงดี ! ”
หลี่หมิงซานหัวเราะออกมา “นัดกันตอนเย็นนี้เลยดีกว่า ยังไงซะก็ใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว ไปร้านอาหารทะเลชิงเจียงกันไหมจะได้กินอาหารทะเลกันด้วย คุยไปด้วย ! ”
นับตั้งแต่ที่เจียงเสี่ยวไป๋เลี้ยงอาหารทะเลเขาล่าสุด หลี่หมิงซานก็ติดใจรสชาติของมันไม่เคยลืม
เมื่อได้รับโอกาสในครั้งนี้ เขาก็ริเริ่มชักชวนโดยไม่ลังเลใจ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ได้ครับ แล้วเจอกันที่ร้านอาหารทะเลชิงเจียงนะครับ ! ผมจะวางสายก่อน ! ”
หลังจากนั้น เขาก็กำลังจะวางสายลง
“เดี๋ยวก่อน…” หลี่หมิงซานรีบพูดหยุดเขาอย่างรวดเร็ว
มือเจียงเสี่ยวไป๋ที่ถือโทรศัพท์ไว้หยุดค้างอยู่อย่างนั้น เขาคิดว่าอีกเดี๋ยวก็จะได้พูดคุยกันแล้ว ทำไมจะต้องมาคุยผ่านโทรศัพท์ด้วย ?
แบบนี้มันเปลืองค่าโทรศัพท์ !
แต่เมื่ออีกฝ่ายร้องขอมาแบบนี้ เจียงเสี่ยวไป๋จึงถามออกมาว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ มีอะไรอีกไหมครับ ? ”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “เรามาคุยกันถึงรายละเอียดก่อน ว่าใครจะเป็นคนจ่ายเงิน ! ”
ฉันก็คิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญอะไรเสียอีก ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้ !
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะกุมขมับของตนเอง
เขายอมใจหลี่หมิงซานจริง ๆ !
“เอาล่ะ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋หมดคำจะพูด “ผมจะฟังคุณ ! ไหนคุณลองบอกมาสิ ! ”
หลี่หมิงซานพูดอย่างจริงจัง “อาหารในร้านอาหารทะเลชิงเจียงของคุณแพงเกินไป ถ้าหากว่าคุณไม่เลี้ยงฉัน ฉันก็คงไม่กล้าควักเงินของตัวเองเพื่อซื้อกินมันหรอก ! ”
สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อก็คือ ถ้าเจียงเสี่ยวไป๋ขอให้เขาเป็นคนออกค่าอาหาร เงินเดือนสะสมทั้งปีของเขาก็จะไม่เหลืออะไรเลย
ถ้าเป็นคนอื่น เขาคงไม่มีความคิดที่จะ ‘พูดออกมาตามตรง’ อย่างนี้แน่นอน
แต่เจียงเสี่ยวไป๋แตกต่างออกไป ครั้งที่แล้วเขาเจอค่าจัดเลี้ยงไปมากกว่าหนึ่งล้านหยวนจากผู้ชายคนนี้
ดังสุภาษิตที่ว่า: ถูกงูกัดครั้งหนึ่ง กลัวเชือกไปสิบปี
เมื่อต้องรับมือกับเจียงเสี่ยวไป๋ ในตอนนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาจะยึดมั่นในหลักการที่ว่า ‘เจรจากันให้ชัดเจนก่อนตอบตกลง’ เสมอ
เพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางของเจียงเสี่ยวไป๋อีก
แม้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋มักจะกระตือรือร้นและใจกว้าง แต่บางครั้งเขาก็เป็นคนน่าซื่อใจคดและเจ้าเล่ห์ไม่น้อย
หลี่หมิงซานไม่รู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะ ‘เจ้าเล่ห์’ กับเขาอีกเมื่อไร ดังนั้นเขาจึงต้องเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ
สิ่งนี้เรียกว่าการรับมือ
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่อยากสนใจคำพูดของหลี่หมิงซาน จึงพูดออกมาอย่างสบาย ๆ ว่า “เอาล่ะ ผมจะเลี้ยงคุณเอง หลังจากนี้คุณก็สามารถกินได้อย่างไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว”
หลี่หมิงซานดูโล่งใจหลังจากได้ยินคำมั่นสัญญาของเจียงเสี่ยวไป๋และหัวเราะออกมาว่า “แค่นี้ฉันก็รู้สึกโล่งใจแล้ว ! ”
“งั้นแค่นี้นะครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดจบก็วางสายโทรศัพท์ไปทันที
เมื่อวางสายเสร็จ เขาก็ไม่รีบร้อนที่จะออกไปที่ถนนนักชิมทันที เพราะหลี่หมิงซานและคนอื่น ๆ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบนาทีกว่าที่จะมาถึง
เจียงเสี่ยวไป๋จึงเอาบุหรี่ออกมาสูบและเริ่มครุ่นคิดอีกครั้ง
หลังจากที่สูบบุหรี่เสร็จ เขาก็เดินออกจากประตูไปอย่างสบาย ๆ
เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋เดินออกจากห้องมา หลี่ชิงอีก็ลุกขึ้นมาและกำลังจะกล่าวถาม แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตอบออกไปว่า “ฉันจะไปกินข้าวกับรองนายกเทศมนตรีหลี่ที่ร้านอาหารทะเลชิงเจียง เธอไม่ต้องไปด้วยหรอก ! ”
ทั้งหลี่ชิงอีและจางเสี่ยวชุ่นจึงตอบตกลง
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ไป ทั้งสองก็มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
จากนั้น หลี่ชิงอีก็กล่าวว่า “ทุกครั้งที่ผู้ช่วยเจียงจะออกไปไหนมาไหนเอง เขาไม่เคยบอกเราว่าเขากำลังจะไปไหนมาก่อน ? ”
จางเสี่ยวซุนเองก็พยักหน้า “ใช่ ทำไมวันนี้จู่ ๆ ถึงบอกรายละเอียดกับเราล่ะ”
หลี่ชิงอีส่ายหัวทันที เพราะเธอเองก็รู้สึกสับสนไม่ต่างกับจางเสี่ยวชุ่นเช่นกัน
จางเสี่ยวชุ่นยิ้ม และพูดว่า “ลืมมันไปเถอะ ในเมื่อผู้ช่วยเจียงพูดแบบนี้ เราก็แค่จำมันไว้ เพราะบางทีเขาอาจจะให้เราเตรียมการอะไรให้ทีหลังก็ได้ ! ”
หลี่ชิงอีพยักหน้ารับคำ และไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ก่อนจะหันความสนใจไปที่งานของเธอต่อไป
บริษัทใหม่หลายบริษัทจะถูกสร้างขึ้นมา ดังนั้นไม่เพียงแต่เมิ่งเสี่ยวเป่ยจะยุ่งกับเรื่องนี้เท่านั้น แต่เธอเองก็มีงานต้องทำอีกมายมายเหมือนกัน
เธอยุ่งมาหลายวันแล้ว แต่ยังมีงานอีกมากที่ยังไม่เสร็จ ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์เลย
จางเสี่ยวชุ่นรู้ว่าเธอยุ่งอยู่ ดังนั้นเขาจึงหยุดรบกวนเธอ หลังจากนั่งลงแล้ว เขาก็หยิบหนังสือที่เขาเคยอ่านมาและเปิดอ่านมันต่อไป
ต่างจากหลี่ชิงอี งานเฉพาะของเขาคือการขับรถให้เจียงเสี่ยวไป๋ ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลกับสิ่งอื่นใด
แต่เมื่อเขาได้มาติดตามเจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็ได้เข้าใจว่าความรู้สามารถเปลี่ยนโชคชะตาได้อย่างไร ดังนั้นเขาจึงไม่เพียงแต่เข้าเรียนในคอร์สธุรกิจเท่านั้น เขายังสร้างนิสัยรักการอ่านอีกด้วย
เขาอ่านหนังสือหลากหลายประเภท ตั้งแต่การจัดการธุรกิจไปจนถึงวรรณกรรมคลาสสิก นวนิยายยอดนิยม และแม้แต่หนังสือบางเล่มที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สิ่งนี้ได้รับการตัดสินใจหลังจากที่เขาขอคำแนะนำจากเจียงเสี่ยวไป๋ และเจียงเสี่ยวไป๋ก็บอกเขาว่า หากบุคคลไม่สามารถเชี่ยวชาญบางรายการได้ ก็ควรจะมีความรู้ให้รอบด้าน
ซึ่งนิสัยรักการอ่านของจางเสี่ยวชุ่น ก็ได้เปิดโลกทัศน์ของเขาให้กว้างขึ้นและสั่งสมความรู้ได้มากขึ้น นอกจากนี้เขายังได้พบปะผู้คนมากมายและได้สนทนาความรู้ทางธุรกิจมากมายกับเจียงเสี่ยวไป๋อีกด้วย
ต่อมา เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋เปิดตัวแพลตฟอร์มนวนิยายออนไลน์ จางเสี่ยวชุ่นก็จะกลายเป็นนักเขียนนวนิยายออนไลน์คนแรกภายใต้คำแนะนำของเจียงเสี่ยวไป๋ จนเขาประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่แน่นอนว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต !
ในขณะที่หลี่ชิงอีกำลังนั่งทำงานอยู่อย่างเงียบ ๆ และจางเสี่ยวชุ่นก็กำลังอ่านหนังสืออย่างเพลิดเพลิน เวลาได้ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
และไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูหลายครั้งก็ดังขัดจังหวะพวกเขาทั้งสองคน
หลี่ชิงอีจึงเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเห็นว่าเป็นหลี่กวงหรงที่มายืนอยู่หน้าประตู
“โอ้ คุณหลี่! สวัสดีค่ะ ! ” เธอวางปากกาในมือของเธอลง แล้วรีบยืนขึ้นเพื่อทักทายเขาทันที
“สวัสดีเลขาหลี่ ! ” หลี่กวงหรงพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้จางเสี่ยวชุ่นเป็นการทักทาย
เขาเป็นเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ มาหลายปีแล้ว จึงมีนิสัยที่เป็นกันเอง ไม่หยาบคายต่อผู้อื่น ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็รู้ว่าจางเสี่ยวชุ่นติดตามเจียงเสี่ยวไป๋มาเป็นเวลานาน แม้ว่าภายนอกเขาจะเป็นเพียงคนขับ แต่อีกฝ่ายก็เป็นคนสนิทของเจียงเสี่ยวไป๋เช่นกัน และถือว่าเป็นบุคคลที่ละเลยไม่ได้
จางเสี่ยวชุ่นเองก็รู้ว่าหลี่กวงหรงเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของเจียงเสี่ยวไป๋ และตอนนี้หลี่กวงหรงก็ได้เข้าร่วมกับเจียงเจียกรุ๊ปแล้ว เขาจึงสุภาพกับอีกฝ่ายเหมือนกัน เขาจึงรีบยืนขึ้นและยื่นบุหรี่ให้กับหลี่กวงหรง
ในอีกด้านหนึ่ง หลี่ชิงอีก็ได้ลุกไปชงชา เมื่อเห็นท่าทางนี้ หลี่กวงหรงก็ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาจึงชี้ไปที่ห้องทำงานข้างในแล้วพูดว่า “ผู้ช่วยเจียงไม่อยู่ที่นี่เหรอ ? ”
หลี่ชิงอียื่นแก้วชาให้เขาแล้วตอบว่า “ใช่ค่ะ ผู้ช่วยเจียงออกไปก่อนหน้านี้เอง ฉันคาดว่าเขาน่าจะกลับมาอีกสักพัก ถ้าคุณหลี่มีธุระอะไรกับผู้ช่วยเจียง รอสักครู่ก็ได้ค่ะ นั่งดื่มชารอก่อนก็ได้”
หลี่กวงหรงนั่งลงบนโซฟาแล้วพูดว่า “อันที่จริงฉันนัดกับผู้ช่วยเจียงไว้แล้ว แต่ฉันแค่มาก่อนเวลาก็เท่านั้นเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงอีก็เข้าใจทันที ไม่แปลกใจเลยที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้บอกพวกเขาก่อนว่าจะไปที่ไหน ที่แท้เป็นเพราะว่าเขาได้นัดหมายกับหลี่กวงหรงไว้นี่เอง
แค่ออกไปกินข้าวเที่ยง แล้วจะกลับเข้ามาอีกทีตอนบ่าย
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ทำอะไรโดยไร้เหตุผลอยู่แล้ว
หลี่ชิงอีถอนหายใจและพูดกับหลี่กวงหรงว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่เรียกผู้ช่วงเจียงออกไปทานข้าวเที่ยง ฉันคาดเขาน่าจะกลับมาภายในครึ่งชั่วโมงนี้นะคะ”
“เอาล่ะ ไม่เป็นไร ฉันรอได้ ! ” หลี่กวงหรงพูดด้วยรอยยิ้ม
ในอีกด้านหนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋, หลี่หมิงซาน และเหอซานกำลังกินอาหารทะเลในห้องส่วนตัวที่ร้านอาหารทะเลชิงเจียง พลางหารือกันเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวของภูเขาต้าเหมียวไปด้วย