ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1513 รูปแบบ
ตอนที่ 1513 รูปแบบ
หลี่หมิงซานยืดอกตรงและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง ถ้าคุณมีอะไรที่อยากจะพูดก็พูดมาเลย”
ท่าทางของเขาดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จากนั้นเขาก็พูดว่า “ถามออกมาได้เลย”
โชคดีที่เขายังกลืนคำว่า “มีข้อแม้อะไร” ลงไปได้ทัน
มิฉะนั้น หากไม่ถามแล้วปล่อยให้เจียงเสี่ยวไป๋พูดออกมาเอง แม้แต่พระเจ้าก็ยังไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้จะพูดอะไร
ดังสุภาษิตที่ว่า: งูกัดหนึ่งครั้ง กลัวเชือกไปสิบปี
เมื่อพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ เขาจำเป็นจะต้องละเอียดรอบรอบและระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น
เมื่อเห็นหลี่หมิงซานมีท่าทีระมัดระวังมากขนาดนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูดว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ สิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร มันเป็นเพียงเรื่องที่ผมเคยสื่อสารกับคุณไปก่อนหน้านี้แล้ว เกี่ยวกับโครงการที่จะพัฒนาควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว โครงการที่คอยสนับสนุนและอำนวยความสะดวก”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่หมิงซานก็กล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง ตอนนี้เราได้วางแผนโครงการขนส่งควบคู่ไปด้วย”
โครงการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวของชิงโจวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่พัฒนาแค่สถานที่ท่องเที่ยวทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโครงการสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง ร้านอาหาร ที่พัก และการบริการด้านอื่น ๆ
ท้ายที่สุดแล้ว การท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น ระหว่างทางยังต้องมีรถขนส่งนักท่องเที่ยว มีร้านอาหาร ร้านขายของ และมีที่พักให้นักท่องเที่ยวด้วย
ซึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวก็มักจะมีร้านเสื้อผ้า ของที่ระลึก ของฝาก เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นต่างแดนให้มาจับจ่ายใช้สอยแบบครบวงจรโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่จุดชมวิว
แนวคิดนี้เกิดขึ้นในตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋เสนอแผนการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวอย่างแกรนด์แคนยอน
หลี่หมิงซานและคนอื่นก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงค่อย ๆ วางแผนการไปบ้างแล้วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่ามันเป็นโครงการขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ขณะนี้เมืองชิงโจวก็กำลังสร้างเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง 4 แห่ง จึงทำให้ทั้งในด้านการเงิน วัสดุและทรัพยากรมนุษย์ รัฐบาลเทศบาลชิงโจวยังขาดแคลนอยู่เล็กน้อย
ดังนั้นความคืบหน้าของโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองชิงโจวในปัจจุบันจึงค่อยเป็นค่อยไป และอาจกล่าวได้ว่ามันช้าไปเล็กน้อยด้วยซ้ำ
ไม่มีทางเลยที่จะเร่งความเร็วของโครงการเหล่านี้ขึ้นมาได้
ตอนนี้มีหลากหลายโครงการที่ต้องทำในคราวเดียว และแต่ละโครงการก็ใหญ่โตกว่าครั้งก่อน ทั้งหมดล้วนมีความสำคัญและจำเป็นต้องผลักดัน พวกเขาจึงทำได้เพียงปล่อยให้โครงการเป็นไปทีละขั้นตอนเท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋ฟังคำพูดของหลี่หมิงซานแล้วพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า “ผมรู้ว่าคุณได้วางแผนไปหมดแล้ว แต่ผมแค่อยากถามเกี่ยวกับความคืบหน้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่หมิงซานก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว และพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ความคืบหน้า…มันอาจจะช้านิดหน่อย”
เพราะเขารู้ว่าหลี่หมิงซานไม่จำเป็นต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมดของรัฐบาลเมือง เจียงเสี่ยวไป๋เองก็รู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นเขาจึงพูดออกมาว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ แม้ว่าความคืบหน้าในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวจะช้าลง แต่โครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวต้องพัฒนาเร็วขึ้น”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้กำหนดการขึ้นมาทันที
แต่ในมุมมองของหลี่หมิงซานและเหอซาน เนื่องจากพวกเขามีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยว พวกเขาจึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก แต่หากว่าพวกเขามีความคืบหน้าในโครงการสนับสนุนเหล่านั้น ก็จะทำให้ความคืบหน้าในโครงการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวล่าช้าลงไปอีก
หลี่หมิงซานจึงได้กล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง ที่เราให้ความสำคัญไปที่แผนการของโครงการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวก่อน ก็เพื่อให้มั่นใจว่ามันจะแล้วเสร็จตอนที่สถานที่ท่องเที่ยวเปิดให้บริการพอดี ! ”
เหอซานที่อยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็คิดเช่นนั้น
เขาคิดว่าเมื่อสถานที่ท่องเที่ยวเปิดตัวแล้ว โครงการสนับสนุนต่าง ๆ ก็สามารถเข้ามามีบทบาทได้ แต่เมื่อสถานที่ท่องเที่ยวยังไม่ได้รับการพัฒนา ดังนั้นโครงการสนับสนุนก็เป็นเพียงโครงการเสริมเล็ก ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างไว้ล่วงหน้า
ทว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับโบกมือปฏิเสธแล้วพูดว่า “นายกเทศมนตรีหลี่ สถานที่ท่องเที่ยวอาจใช้เวลานานในการเปิด ไม่ใช่เพราะความคืบหน้าในการก่อสร้างใช้เวลานานขนาดนั้น แต่เป็นเพราะตลาดการท่องเที่ยวในปัจจุบันยังไม่เติบโตเต็มที่ ดังนั้นเราจึงต้องสร้างโครงการเล็ก ๆ เหล่านี้ขึ้นมาก่อน เพื่อเสริมการท่องเที่ยวให้กลายเป็นที่นิยมให้เร็วขึ้น นี่คือเหตุผลที่ผมยังไม่รีบร้อนที่จะสร้างสถานที่ท่องเที่ยว”
เมื่อมาถึงจุดนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็หยุดพูดไปครู่หนึ่ง และพูดต่อว่า “แต่โครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวนั้นแตกต่างออกไป หลังจากโครงการสนับสนุนเหล่านี้เสร็จสิ้นแล้ว มากกว่าแค่การบริการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มันยังช่วยให้สะดวกต่อการดำรงชีวิตของผู้คนมากขึ้น และยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวท้องถิ่นในชิงโจวอีกด้วย”
“ดังนั้น โครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวจึงสามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ เพื่อให้ชาวเมืองชิงโจวได้เพลิดเพลินไปกับเงินปันผลจากการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวของชิงโจวในครั้งนี้”
หลี่หมิงซานและเหอซานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะคิดถึงผลลัพธ์มาแล้วล่วงหน้า
พวกเขาทั้งสองมองหน้ากัน จากนั้นหลี่หมิงซานก็ถอนหายใจและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง ไม่คิดเลยว่าคุณจะมองภาพรวมได้ชัดเจนขนาดนี้”
โครงสร้างของเจียงเสี่ยวไป๋ได้ก้าวข้ามธุรกิจธรรมดา ๆ และยกระดับไปสู่ระดับการดำรงชีวิตของผู้คน
เดิมทีนี่คือสิ่งที่ผู้นำของเทศบาลเมืองชิงโจวควรพิจารณา แต่ตอนนี้เศรษฐกิจของชิงโจวกำลังเฟื่องฟู โครงการต่าง ๆ ที่ต้องก่อสร้างผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด หลี่หมิงซานรวมถึงถังจิงเทียนจึงให้ความสนใจกับทุกโครงการ เนื่องจากเจียงเสี่ยวไป๋ได้นำผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมาสู่เมืองชิงโจว แต่การปรับปรุงความเป็นอยู่ของผู้คนที่เกิดจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวกลับถูกเพิกเฉย
เหอซานจึงกล่าวว่า “ตามที่ผู้ช่วยเจียงกล่าว หากสถานที่ท่องเที่ยวไม่รีบร้อนที่จะพัฒนา ก็สามารถสร้างโครงการสนับสนุนล่วงหน้าได้”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง ต่อไปเราจะปรับลำดับความสำคัญของการทำงานและเน้นไปที่การวางแผนงานโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยว จากนั้นก็ชะลอการพัฒนาจุดชมวิวต่าง ๆ ลงไปก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “โครงการสนับสนุนที่ใหญ่ที่สุดคือการก่อสร้างถนน กุญแจสำคัญคือเราต้องสร้างถนนก่อน เมื่อมีเส้นทางแล้ว ถึงจะนำนักท่องเที่ยวไปสู่จุดชมวิวได้”
ในตอนแรก เจียงเสี่ยวไป๋พูดถึงเฉพาะหุบเขาต้าเหมียวเท่านั้น พวกเขาจึงคิดว่าการสร้างทางด่วนนั้นไม่สำคัญ แต่ตอนนี้แม้แต่จุดชมวิวเช่นถ้ำชางหลงและป่าหินก็ต้องสร้างทางด่วนก่อน
ถึงแม้จะเป็นเพียงระยะทางสั้น ๆ ตั้งแต่ในเมืองไปจนถึงสถานที่นั้น ๆ แต่ปริมาณงานก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย
และไม่ใช่แค่ทางหลวงที่นำไปสู่แกรนด์แคนยอนเท่านั้น ในตอนแรกเจียงเสี่ยวไป๋ยังบอกด้วยว่าเขาจะสร้างรถไฟฟ้ารางเบาอีกด้วย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลี่หมิงซานก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที แต่เขาก็ทำได้เพียงเห็นด้วยเท่านั้น
ท้ายที่สุด ดังที่เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวไว้ โครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวไม่เพียงแต่ให้บริการแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมความเป็นอยู่ของผู้คนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอีกด้วย
จากนั้นทั้งสองก็ได้หารือรายละเอียดของโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวต่อเป็นเวลากว่าสิบนาที
ซึ่งมันก็ไม่ใช่รายละเอียดทั้งหมด เป็นเพียงตัวชี้วัดที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้กำหนดขึ้นมาก็เท่านั้น
ซึ่งหลี่หมิงซานเองก็ทำได้แต่เห็นด้วยกับเจียงเสี่ยวไป๋
หลังจากเรื่องนี้คลี่คลายแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้กล่าวต่อว่า “อีกประการหนึ่ง คือผมกำลังจะแยกบริษัทย่อยในเครือเจียงเจียกรุ๊ปออกจากกันตามสภาพของอุตสาหกรรม…”
“เจียงเจียกรุ๊ปกำลังจะแยกบริษัทหรือ ? ” หลี่หมิงซานฟังแล้วก็รู้สึกตกใจมาก
ในใจเขายังคงรู้สึกว่า เจียงเจียกรุ๊ปจะดีกว่านี้หากไม่พังทลายลง มีอุตสาหกรรมมากมายและสามารถกลายเป็นองค์กรชั้นนำในประเทศได้ เมื่อแยกออกจากกัน แม้ว่าภาพรวมทางเศรษฐกิจของเมืองชิงโจวจะไม่ลดลง แต่คาดว่าเจียงเจียกรุ๊ปจะกลายเป็นบริษัทที่มีหุ้นลดลง และเป็นเรื่องยากที่จะกลายมาเป็นองค์กรชั้นนำในประเทศ
ท้ายที่สุดเมื่อครอบครัวแตกแยก มูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งหมดที่จัดสรรให้กับแต่ละองค์กรก็จะลดลง
แต่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้มาหารือกับหลี่หมิงซานในเรื่องนี้มาก่อน เขาเพิ่งมาแจ้งข่าว และกล่าวว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ การที่บริษัทของเราแยกธุรกิจก็เพื่อเจาะลึกลงไปในสาขาที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น ตอนนี้ธุรกิจของเจียงเจียกรุ๊ปค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งไม่เอื้อต่อการสร้างธุรกิจใหม่”
แม้ว่าหลี่หมิงซานจะไม่เต็มใจ แต่เจียงเจียกรุ๊ปก็เป็นของเจียงเสี่ยวไป๋ ซึ่งเขาไม่สามารถหยุดมันได้ ดังนั้นเขาจึงต้องถามว่า “แล้วคุณวางแผนที่จะแยกออกมากี่บริษัท ? ”