ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1514 แผนแยกบริษัท
ตอนที่ 1514 แผนแยกบริษัท
เจียงเสี่ยวไป๋คิดมานานเกี่ยวกับวิธีแยกธุรกิจของเจียงเจียกรุ๊ป ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้บอกกับเมิ่งเสี่ยวเป่ยไปว่าให้ทำการวางแผน ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องซ่อนมันจากหลี่หมิงซานอีก
โดยทั่วไปธุรกิจในปัจจุบันของเจียงเจียกรุ๊ปเกี่ยวข้องกับการผลิตและการแปรรูปอาหาร ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ร้านอาหาร โรงแรม โลจิสติกส์ การขนส่งผู้โดยสาร การศึกษา ซูเปอร์มาร์เก็ต การลงทุน การพักผ่อนและความบันเทิง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วิศวกรรมการก่อสร้าง การพัฒนาพลังงาน การพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม การสื่อสาร การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การเกษตร และการบริหารงานเทศบาล ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกสาขาอาชีพ
การรวมโปรเจ็กต์จำนวนมากไว้ภายใต้บริษัทเดียวอาจดูยุ่งยากเล็กน้อย และไม่เอื้อต่อการสร้างบริษัทใหม่ ๆ ขึ้นมาอีก
การแยกบริษัทเล็ก ๆ ออกจากเจียงเจียกรุ๊ปยังขึ้นอยู่กับโมดูลธุรกิจในปัจจุบัน และทุกอย่างล้วนแต่สร้างขึ้นในชิงโจว ดังนั้นในครั้งนี้ เจียงเสี่ยวไป๋จึงวางแผนที่จะก่อตั้งโครงการที่อยู่ภายใต้ชื่อชิงโจวทั้งหมด ยกเว้นบางโครงการที่ต้องลงทุน ยังคงชื่อของเจียงเจียกรุ๊ปเอาไว้ ส่วนที่เหลือจะใช้คำว่า ‘ชิงโจว’ ทั้งหมด
และที่แรกก็คือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชิงโจว ! ซึ่งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชิงโจวที่ก่อตั้งขึ้นใหม่นี้ จะมีการรวมบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เดิม สถาบันการวางแผนและการออกแบบ บริษัทจัดการอสังหาริมทรัพย์และบริษัทขายอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
หน้าที่หลักของบริษัทคือการให้บริการแบบครบวงจรสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันบริษัทต่าง ๆ ในเครือบริษัทก็สามารถดำเนินธุรกิจภายนอกได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่น สถาบันวางแผนและออกแบบสถาปัตยกรรม การวางแผนอสังหาริมทรัพย์ ตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ การประกอบการบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
ไม่ว่าธุรกิจของบริษัทจะใหญ่แค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่บริษัทเดียวจะจัดการธุรกิจได้ทั้งหมด และตลาดที่ใหญ่กว่าก็ยังคงมีอยู่
บริษัทแม่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชิงโจว ประกอบด้วยบริษัทหลายบริษัทภายใต้เจียงเจียกรุ๊ป และภายใต้การฝึกอบรมอย่างรอบคอบของเจียงเสี่ยวไป๋ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นจวงปี้เฉิง ลู่จือเจี้ยน หรือคนอื่นที่เป็นกระดูกสันหลังหลักของบริษัท พวกเขาล้วนมีแนวคิดการพัฒนาและการจัดการอสังหาริมทรัพย์ขั้นสูง ด้วยความรู้ที่มีนี้ พวกเขาจึงสามารถพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างอิสระ และในขณะเดียวกันก็สามารถดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์เพื่อขยายปริมาณธุรกิจของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชิงโจวออกไปได้อีก
ทั้งที่ในขณะนี้ยังเป็นเพียงปี 1985 ตามวิถีทางประวัติศาสตร์ของชีวิตก่อนหน้านี้ แม้จะปี 1990 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งมันต้องใช้เวลาอีกประมาณสามสิบสี่สิบปี กว่าที่อสังหาริมทรัพย์จะครอบงำเศรษฐกิจได้
ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และสิ่งแรกที่เขาคุยกับหลี่หมิงซานก็คืออสังหาริมทรัพย์
ตามมาด้วยบริษัทวิศวกรรมการก่อสร้างชิงโจว !
บริษัทวิศวกรรมการก่อสร้างชิงโจวที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ประกอบด้วยบริษัทก่อสร้างเดิม บริษัทจัดการด้านวิศวกรรม บริษัทสำรวจและทำแผนที่ทางวิศวกรรม บริษัทกำกับดูแลด้านวิศวกรรม เป็นต้น
เนื่องจากว่าธุรกิจวิศวกรรมการก่อสร้างของเจียงเจียกรุ๊ปค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีทั้งบริษัทวิศวกรรมอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง โครงการวิศวกรรมเทศบาล แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือโครงการถนนและสะพาน
ในอนาคต กิจการรับเหมาก่อสร้างโครงการทั่วไปและโครงการก่อสร้างถนนและสะพานจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากว่าจำเป็นต้องพัฒนาไปในทิศทางที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น
ดังนั้นธุรกิจของบริษัทวิศวกรรมการก่อสร้างชิงโจวที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้จึงไม่ได้ครอบคลุมถึงโครงการก่อสร้างถนนและสะพานด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋วางแผนที่จะจัดตั้งบริษัทแยกอีกหนึ่งแห่ง ซึ่งธุรกิจหลักคือการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ เช่น ทางรถไฟ ทางหลวง สนามบิน และท่าเรือ เป็นต้น
ในชาติที่แล้ว เขารู้ว่าจีนเป็นที่รู้จักในนามประเทศที่บ้าโครงสร้างพื้นฐานไปทั่วโลก เพราะชาวจีนได้สร้างปาฏิหาริย์นับไม่ถ้วนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน
และในชีวิตนี้ เจียงเสี่ยวไป๋จึงต้องการยกระดับตำแหน่งคนบ้าโครงสร้างพื้นฐานของจีน เนื่องจากได้มีการวิจัยพัฒนาวัสดุและมีอุปกรณ์ไฮเทคเข้ามาช่วย เขาจึงจะสร้างสะพาน และสร้างถนนอุโมงค์ขึ้นมา สานต่อโครงข่ายคมนาคมขนาดใหญ่บนแผ่นดินใหญ่ล่วงหน้า
“ต้องใช้เวลายี่สิบปีในการสร้างถนนสองล้านกิโลเมตรในประเทศจีน รวมทั้งทางด่วนสองแสนกิโลเมตร และจะใช้เวลายี่สิบปีในการสร้างทางรถไฟที่มีความยาวหนึ่งแสนกิโลเมตรทั่วประเทศ”
จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้หยิบยกเป้าหมายภารกิจที่ชัดเจนของบริษัทโครงสร้างพื้นฐานชิงโจวขึ้นมา
นี่ไม่ใช่เป้าหมายเล็ก ๆ
ตามวิถีประวัติศาสตร์ของชีวิตก่อนหน้านี้ แม้ในปี 2023 ระยะทางของทางหลวงทั้งหมดภายในประเทศยังมีน้อยกว่าหกล้านกิโลเมตร และระยะทางของทางรถไฟที่ยังใช้งานอยู่จะอยู่ก็มีเพียงประมาณหนึ่งแสนหกหมื่นกิโลเมตรเท่านั้น
และการที่เจียงเสี่ยวไป๋ต้องการเสนอเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ก็เพราะว่าเขาต้องการใช้พื้นที่ครึ่งหนึ่งของประเทศไปกับโครงการวิศวกรรมทางหลวงและทางรถไฟ !
เปลือกตาของหลี่หมิงซานกระตุกทันทีหลังจากที่ได้ยินคำพูดที่กล้าหาญเช่นนี้ของเจียงเสี่ยวไป๋
เพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องสร้างโปรเจ็กต์ที่ใหญ่ขนาดนี้ !
แล้วแบบนี้มันจะต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไรกัน ?
อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วเจียงเสี่ยวไป๋มักจะเป็นคนที่ไม่พูดอะไรออกมา หากว่าทำไม่ได้ หลังจากพูดคุยเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของถนนและทางรถไฟแล้ว เขายังเสนอว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำอีก 100 แห่งทั่วประเทศในอีกยี่สิบปีข้างหน้าด้วย
เมื่อชีวิตที่แล้ว ในปี 1985 เขื่อนสามผายังไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมา แต่ในชีวิตนี้ เจียงเสี่ยวไป๋กลับวางแผนที่จะสร้างมันแล้ว
ในฐานะที่เขาได้มาเกิดใหม่ เขามีต้นแบบเทคโนโลยีทางวิศวกรรมขั้นสูงมากมายอยู่ในความทรงจำ และสามารถผลิตอุปกรณ์ไฮเทคล่วงหน้าสำหรับทำโครงการขนาดใหญ่แห่งศตวรรษเช่นนี้ขึ้นมาได้ ดังนั้นเขาจึงไม่อยากดำเนินการล่าช้า
เพียงแต่เขาไม่ได้พูดให้มันชัดเจนก็เท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว นอกจากเขาจะบอกคนใกล้ชิดถึงแนวคิดของเขาแล้ว เขาก็ไม่สามารถไปโอ้อวดเรื่องแบบนี้อย่างหุนหันพลันแล่นได้
ซึ่งคนที่เขาเลือกจะบอก ก็มีเพียงลุงของเขาอย่างหลินต้าจ้าวเท่านั้น สำหรับหลี่หมิงซานและเหอซานแล้ว เขาไม่คิดที่จะบอก เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้ว มันยังไม่เหมาะสมอีกด้วย
เพราะแค่เพียงได้ยินเรื่องของทั้งสามบริษัทที่เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวถึง ก็ทำให้หลี่หมิงซานอ้าปากค้างเป็นเวลานานแล้ว
เดิมที เขาคิดว่าการแยกบริษัทของเจียงเจียกรุ๊ปจะเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีอะไรมากมายนอกจากแยกบริษัทออกมาก็เท่านั้น
แต่เมื่อเขาได้ฟังที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดแล้ว จึงตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่การแบ่งบริษัทง่าย ๆ แต่เป็นแผนใหม่สำหรับโมดูลธุรกิจในอนาคต
“เสี่ยวไป๋ ไหนคุณลองบอกแนวคิดของคุณมาให้หมดสิ ! ”
หลี่หมิงซานเริ่มสนใจแนวคิดของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ฟัง เขาก็ได้เร่งเร้าเจียงเสี่ยวไป๋อย่างไม่อดทน
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดต่อ
นอกจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชิงโจว, บริษัทก่อสร้างชิงโจว และบริษัทโครงสร้างพื้นฐานชิงโจวแล้ว บริษัทที่สี่ยังเป็นอุตสาหกรรมอาหารที่เจียงเสี่ยวไป๋เริ่มต้นขึ้น
ทองคำก้อนแรกของเจียงเสี่ยวไป๋ได้มาจากการขายผัดมันฝรั่งและเปิดร้านอาหาร
ดังนั้นเขาจึงได้ก่อตั้งบริษัทจัดเลี้ยงชิงโจวขึ้นมาหลังจากนั้น
เรียกได้ว่าในบริษัทนี้ได้รวมธุรกิจร้านอาหารดั้งเดิมของเจียงเจียกรุ๊ปและรวมถึงโรงงานผลิตขนมและอาหารแปรรูปมากมาย เช่น โรงงานเมล็ดแตงโม โรงงานเค้กที่รัก โรงงานผลิตและแปรรูปถั่วเหลือง และโรงงานอาหารกระป๋อง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ในแผนใหม่ โรงงานการผลิตอาหารแปรรูปทั้งหมดจะถูกแยกออกไป และก่อตั้งเป็นบริษัทอาหารแปรรูปชิงโจว
เนื่องจากบริษัทจัดเลี้ยงชิงโจวมุ่งเน้นไปที่ร้านหม้อไฟ ถนนอาหาร ร้านซีฟู้ด และร้านอาหารอื่น ๆ เป็นหลัก และยังรวมถึงรูปแบบการจัดเลี้ยงอื่น ๆ เช่น อาหารตะวันตก อาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารตามสั่งทั่วไป
ดังนั้นจึงได้แยกออกเป็นสองบริษัทด้วยกัน
ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อแยกบริษัทออกจากกันแล้ว จึงได้รู้ว่าโมดูลธุรกิจก่อนหน้านี้น่าสับสนจริง ๆ
ด้วยการแยกบริษัทออกตามประเภทของธุรกิจแล้ว จึงทำให้โมดูลธุรกิจทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น
และในหมู่พวกเขา ถนนนักชิมถือว่าเป็นสิ่งที่พิเศษที่สุด
เพราะไม่ใช่เป็นเพียงแบรนด์ของบริษัทจัดเลี้ยงเท่านั้น แต่มันยังมีความโดดเด่นในตัวเอง ในอนาคตจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์และครองตำแหน่งสำคัญในธุรกิจระดับชาติกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์