ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1521 แตกต่างเกินไป
ตอนที่ 1521 แตกต่างเกินไป
หลังจากที่หลี่กวงหรงกลับไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็พักสักพักแล้วบอกให้หลี่ชิงอีไปเรียกเมิ่งเสี่ยวเป่ยมาพบเขา
แผนการปรับโครงสร้างองค์กรของเจียงเจียกรุ๊ปที่เขาบอกกับหลี่หมิงซานระหว่างมื้ออาหารกลางวันนี้ ก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้พูดคุยกับเมิ่งเสี่ยวเป่ย
แต่เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็กำลังวางแผนอย่างเป็นทางการไว้หมดแล้ว
และด้วยการที่เขาใช้คนให้ถูกกับงาน เจียงเสี่ยวไป๋จึงรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เหนื่อยมากนัก
ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เขาจะสามารถฝึกอบรมผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาได้
“ผู้ช่วยเจียง คุณมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” ในไม่ช้า เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็มาที่ห้องทำงานของเจียงเสี่ยวไป๋ และถามขึ้นมาทันทีก่อนที่เธอจะได้นั่งลงด้วยซ้ำ
ช่วงนี้เธองานยุ่งมาก อีกทั้งงานในมือก็มีมากเกินไป ถ้าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่เรียกเธอมาพบ ปกติเธอก็จะไม่ออกไปไหน เพราะเธออยากรีบสะสางงานให้เสร็จเสียก่อน
แต่เมื่อได้ยินว่าเจียงเสี่ยวไป๋เรียกเธอมาพบ เธอก็ไม่กล้าที่จะชักช้าแม้แต่น้อย
“ทำไมคุณถึงดูรีบขนาดนี้ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋เห็นหน้าตาของเมิ่งเสี่ยวเป่ยแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็ชี้ไปที่โซฟาแล้วพูดอย่างไม่รีบร้อนว่า “เชิญนั่งลงก่อน”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากนั่งลงก่อน
ทันทีที่ก้นของเธอแตะโซฟา เธอก็พูดออกมาอย่างไม่อดทน “มีเรื่องอะไรเหรอคะ รีบบอกฉันมาเถอะค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รินชาให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยเป็นการส่วนตัว แล้วพูดขึ้นมาช้า ๆ “ไม่มีอะไร ผมแค่อยากขอให้คุณช่วยจัดระเบียบองค์กรของเจียงเจียกรุ๊ปขึ้นมาใหม่ แล้วแผนของบริษัทเป็นยังไงบ้าง ? ”
เขาเห็นว่าดวงตาของเมิ่งเสี่ยวเป่ยแดงก่ำ คาดว่าเธอคงไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะพูดออกมาอย่างใจเย็น
ด้วยวิธีนี้ เมิ่งเสี่ยวเป่ยจึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้าง
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “หลังจากที่คุณบอกฉันมาวันนั้น ฉันก็เริ่มวางแผนทันที แต่ภาระงานของฉันในตอนนี้ก็ค่อนข้างหนัก แผนการจึงเสร็จเพียงสองในสามเท่านั้น…”
หลังจากหยุดไปชั่วครู่ เธอก็พูดออกมาว่า “ซึ่งที่เหลืออีกหนึ่งในสามก็เกือบจะเสร็จแล้วครึ่งหนึ่งค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “ความคืบหน้าค่อนข้างเร็ว ! ไม่ต้องกังวลมากนัก ผ่อนคลาย ไม่ต้องรีบร้อนเรื่องการปรับโครงสร้างบริษัทใหม่”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยอดไม่ได้ที่จะกลอกตา: คุณก็พูดได้ เพราะคุณมีหน้าที่แค่สั่งการ ไม่ต้องกังวลใจเหมือนฉันนี่ ?
ในการบริหารงานของบริษัท เมื่อโครงสร้างองค์กรเสร็จสิ้น จึงจะสามารถแบ่งงานให้ชัดเจนเพื่อให้แต่ละคนปฏิบัติงานได้ตามหน้าที่ของตนเองได้
เนื่องจากจะมีการจัดตั้งบริษัทใหม่ จึงต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุดเพื่อที่การทำงานต่อไปจะได้เป็นสัดเป็นส่วนและราบรื่นมากยิ่งขึ้น เพราะยิ่งล่าช้ามากเท่าไร งานต่อไปก็จะยิ่งยากมากขึ้นเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น แผนการที่เธอทำยังแตกต่างจากของเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋เพียงพิจารณาทิศทางการพัฒนาและวางโมเดลของบริษัทใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นมา
แต่สำหรับเธอแล้ว ยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ต้องพิจารณา
ตัวอย่างเช่น เธอต้องจัดสรรบุคลากรในบริษัทให้แบ่งแยกออกไป กรอบการทำงานขั้นพื้นฐานของแต่ละบริษัท วิธีจัดสรรเงินทุนที่มีอยู่และทรัพยากรอื่น ๆ เป็นต้น
ปริมาณงานที่เธอต้องทำนั้นมากเกินกว่าที่จะทำให้บริษัทใหม่ดำเนินไปได้ตามปกติตั้งแต่ต้น
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เธอได้วางแผนการเสร็จแล้ว ก็ใช่ว่าเธอจะสามารถดำเนินการตามแผนการได้ เพราะเธอต้องคำนึงด้วยว่าบุคลากรสำคัญเหล่านั้นจะมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ด้วย
และหากมีคนไม่เห็นด้วย ก็ต้องมีการแก้ไขแผนการใหม่อีกครั้ง
ซึ่งในตอนนี้ ครึ่งหนึ่งของแผนการได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ตามที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดออกมา ซึ่งถือว่ามีความคืบหน้าเร็วมาก
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้มอย่างขมขื่น และพูดว่า “แม้ว่างานของเราจะเสร็จไปครึ่งทางแล้ว แต่งานที่ต้องทำหลังจากนี้ จะเริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็อาจใช้เวลานานกว่าตอนนี้กว่าที่งานทั้งหมดจะเสร็จสิ้นลงค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงโบกมือ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องกังวล ค่อย ๆ ทำไปก็ได้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดว่า “ฉันว่าควรรีบหน่อยก็ดีนะคะ ! ”
เธอนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างดื้อรั้นมาก ราวกับว่าเธอเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ จึงไม่สามารถปล่อยให้คนอื่นจัดการงานแทนเธอได้ และทุกงานก็ต้องผ่านมือเธอก่อน
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าต่อให้เขาพูดอะไรไปในตอนนี้ก็ไร้ผล ดังนั้นเขาจึงไม่พูดต่อ เพียงพูดออกมาว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณลองบอกความคิดของคุณมาให้ผมฟังก่อน แล้วเราจะถามความคิดเห็นของแต่ละคนอีกที เพื่อให้แน่ใจว่าทิศทางนั้นถูกต้อง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็รู้สึกพอใจขึ้นมาบ้าง
เธอดูจะผ่อนคลายขึ้นมาทันที และเริ่มบอกแผ่นการให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟังทีละขั้นตอน
จากนั้นก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าที่เธอจะบรรยายแผนการออกมาเสร็จสิ้น
เจียงเสี่ยวไป๋เพียงแต่ฟังและไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดออกมา
เพราะโดยทั่วไปแล้ว แผนการที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยได้วางไว้เกี่ยวกับการแยกบริษัทนั้นคล้ายคลึงกับของเจียงเสี่ยวไป๋
เธอได้แบ่งธุรกิจที่มีอยู่ของเจียงเจียกรุ๊ปออกเป็นทั้งหมดสิบสามบริษัท โดยเน้นไปที่ด้านอสังหาริมทรัพย์ วิศวกรรมการก่อสร้าง การผลิตและการแปรรูป การจัดเลี้ยงและโรงแรม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การพาณิชย์ การศึกษา การขนส่ง และการลงทุน
แต่เมิ่งเสี่ยวเป่ยไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสาเหตุหลักมาจากที่ว่าเพราะเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะแตกแขนงธุรกิจออกมาอย่างไรบ้าง
เพราะสิ่งเดียวที่เธอรู้คือบริษัทชั้นนำอย่างบริษัทเหลียงหังเซียนเค่อกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างจริงจังและเตรียมโปรโมตธุรกิจต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ
เธอจึงจัดบริษัททั้งหมดให้อยู่ในหมวดหมู่อุตสาหกรรมไฮเทคและเตรียมพร้อมที่จะพัฒนาธุรกิจภายในบริษัท
หลังจากพูดจบ เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็พูดว่า “ผู้ช่วยเจียง นี่คือสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่ ส่วนแผนการที่ไม่เสร็จสิ้นบางส่วนนั้นยังอยู่ในกระบวนการคิดของฉัน และยังไม่ได้สรุปออกมาเป็นรูปเป็นร่างสักเท่าไหร่ แต่ฉันก็อยากจะบอกให้คุณรู้ เพื่อดูว่าคุณต้องการจะปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง ! ”
การที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยสามารถทำขั้นตอนนี้ให้เสร็จสิ้นได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ก็ทำให้เจียงเสี่ยวไป๋พอใจมากแล้ว
เพียงแต่แผนการนี้ยังห่างไกลจากสิ่งที่เขาต้องการ
แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดที่จะตำหนิเมิ่งเสี่ยวเป่ย
ท้ายที่สุดแล้ว เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ไม่ใช่คนที่เกิดใหม่และไม่มีความรู้เกี่ยวกับโปรเจ็กต์ในอนาคตเหมือนกับเขา จึงเป็นเรื่องปกติที่เธอจะไม่สามารถจินตนาการได้ถึงสิ่งเหล่านี้
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มกล่าวว่า “รองประธานเมิ่ง ความคิดของคุณมันดีมากจริง ๆ ……”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้มอย่างขมขื่นหลังจากได้ยินสิ่งนี้ เธอเองก็รู้จักนิสัยของเจียงเสี่ยวไป๋ดีเช่นกัน จึงพูดว่า “ต่อให้คุณพูดออกมาแบบนี้ แต่ความจริงฉันรู้ว่ามันยังไม่ได้เป็นไปตามที่คุณคาดหวังไว้ และอาจได้ปรับเปลี่ยนแผนการครั้งใหญ่”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ปฏิเสธและพูดออกมาอย่างสบาย ๆ ว่า “ใช่ ยังต้องมีการปรับเปลี่ยนอีกมากมาย”
“รีบบอกฉันมาเร็ว ๆ เถอะค่ะ ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดอย่างไม่อดทน
โชคดีที่วันนี้เจียงเสี่ยวไป๋มีเวลาและสามารถคุยเรื่องงานได้อย่างเต็มที่ ไม่เช่นนั้นเขาคงจะให้ยกเลิกแผนการนี้ลงไปและเริ่มวางแผนการใหม่ ซึ่งจะทำให้งานที่ทำมาทั้งหมดก่อนหน้านี้สูญเปล่าไป
เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวออกมาว่า “ผมคิดมานานแล้วและคาดว่าจะมีการจัดตั้งบริษัทใหม่ 36 บริษัทก่อน…”
“อะไรนะคะ ? ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยอุทานออกมา เธอไม่ได้ยินอีกเลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋พูดอะไรต่อจากนั้น เพราะคำว่า ‘36’ ยังก้องอยู่ในหัวของเธออยู่
เพราะเธอใช้ความพยายามอย่างมากในการแบ่งธุรกิจของเจียงเจียกรุ๊ปออกมาจนได้ทั้งหมด 13 บริษัท และเตรียมพร้อมที่จะจัดตั้งบริษัทใหม่ทั้ง 13 บริษัทนี้
ซึ่งในความรู้สึกของเธอ แค่การจัดตั้งบริษัทใหม่ 13 บริษัทก็เพียงพอแล้ว
และหากเป็นไปได้ เธอยังต้องการรวมอีกสองสามบริษัทที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน เข้าด้วยกันให้กลายเป็นบริษัทเดียวอีกด้วย
แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะก่อตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาพร้อมกันมากถึง 36 บริษัทในรวดเดียว
จำนวน 13 กับ 36 มันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ เธอยังสงสัยอีกด้วยว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะแยกธุรกิจออกมามากมายขนาดนี้
เธอจึงถามออกมาตามตรงด้วยความสับสน
เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “แผนการแยกธุรกิจของเจียงเจียกรุ๊ปแผนของผม อาจมีรายละเอียดมากกว่าแผนการของคุณเล็กน้อย ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงมีธุรกิจเพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้ ก็เพราะผมต้องการสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมาเพิ่มด้วย ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยจึงรีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “ถ้าอย่างนั้น ไหนคุณลองบอกฉันมาสิคะ ! ”