ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 722 วางขายในร้านซีฟู๊ดก่อน
ตอนที่ 722 วางขายในร้านซีฟู๊ดก่อน
เมื่อเห็นมู่เสี่ยวหวานและแม่บ้านอู๋สนใจผักนอกฤดูกาลแบบนี้ ก็ทำให้หลินเจียจวินสะดุ้งไปเล็กน้อย ราวกับว่าเขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในตอนนี้
เมื่อหันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็พูดว่า “เสี่ยวไป๋ ถ้าร้านซีฟู๊ดของเรามีผักสดเหล่านี้ให้ลูกค้าได้ทาน ธุรกิจก็อาจจะ…..”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ในที่สุดพี่ก็นึกได้สักทีนะครับ ไม่นับว่าช้าเกินไป ! ”
“ให้ตายเถอะ ! ” หลินเจียจวินรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที “ก่อนหน้านี้นายไม่ได้พูดรายละเอียดอะไรแบบนี้นี่ ! ”
“ไม่ได้การแล้ว นายต้องรีบให้รถวิ่งมาส่งผักสดให้ฉันก่อน ! ”
“ฉันจะเอาไปขายในร้านซีฟู๊ดทุกสาขา ก่อนที่นายจะเปิดตลาดมันในเจียงเฉิง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “ผมยังอยู่ที่บ้านของพี่ ผมจะส่งมาให้พี่ได้อย่างไร ? ” เขาโบกมือ “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไร อีกสองสามวันค่อยคุยกัน ! ”
“จะไม่รีบร้อนได้อย่างไรเล่า ? ” หลินเจียจวินพูดพร้อมดึงเจียงเสี่ยวไป๋ “นายก็รู้ว่านี่บ้านใคร ที่บ้านฉันไม่มีโทรศัพท์งั้นเหรอ ? รีบโทรหาเมิ่งเสี่ยวเป่ยเร็วเข้า ขอให้เธอส่งผักมาให้ฉันโดยด่วน”
เจียงเสี่ยวไป๋แทบหมดคำจะพูด “ผมเพิ่งมาถึงและยังไม่ได้ดื่มน้ำเลย พี่ให้ผมพักก่อนได้ไหม ? ”
หลินเจียจวินไม่สนใจ “ทำไมต้องพักก่อน ทำธุระของนายให้เสร็จก่อนสิ”
พูดจบ เขาก็ดึงเจียงเสี่ยวไป๋ไปยังโต๊ะที่วางโทรศัพท์
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยความไม่พอใจว่า “ไม่ใช่ว่าพี่เองไม่มีเบอร์โทรของเมิ่งเสี่ยวเป่ย ทำไมพี่ไม่รู้จักพึ่งพาตัวเองบ้าง กับอีแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้เอง ? ”
หลินเจียจวินตกตะลึง ก่อนจะปล่อยเจียงเสี่ยวไป๋และหัวเราะเสียงดังออกมา “ใช่แล้ว ฉันโทรเองก็ได้นี่นา ทำไมฉันต้องขอร้องนายด้วย ? ”
ในที่สุด เจียงเสี่ยวไป๋ก็หนีออกมาได้ และปล่อยให้หลินเจียจวินไปโทรหาเมิ่งเสี่ยวเป่ยตามลำพัง
ในยุคนี้ การโทรทางไกลเป็นเรื่องที่ลำบากมาก และต้องผ่านสถานีถ่ายทอดสัญญาณ หลังจากที่หลินเจียจวินโทรไปยังสถานีถ่ายทอดสัญญาณและแสดงความต้องการของเขา เขาก็รอสายอยู่ข้าง ๆ
เขาไม่เคยรู้สึกว่าการโทรทางไกลนั้นลำบากขนาดนี้ แต่ครั้งนี้เขารู้สึกว่าเวลานั้นผ่านไปช้ามาก จนทนไม่ได้ที่จะพึมพำและบ่นว่า “การโทรออกมันยากลำบากขนาดนี้เลยหรือไง ถ้านี่เป็นเรื่องสงคราม คงไม่ทันการแล้ว”
ผ่านไปประมาณสิบนาที ในที่สุดสายก็เชื่อมต่อได้
“สวัสดี คุณคือคุณเมิ่งใช่ไหม ? ”
“สวัสดี ฉันเมิ่งเสี่ยวเป่ยเองค่ะ แล้วคุณเป็นใครคะ ? ”
“ฮ่าฮ่า… สวัสดีคุณเมิ่ง ผมหลินเจียจวิน ! ”
“โอ้ ผู้ช่วยหลิน สวัสดีค่ะ ! ผู้ช่วยเจียงไม่ได้ไปถึงเจียงเฉิงแล้วเหรอ ? ทำไม เขามีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ ? ”
หลินเจียจวินรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันทีและพูดว่า “เฮ้ ผมเป็นคนโทรหาคุณ ทำไมคุณถึงพูดถึงคนขี้เกียจคนนั้นด้วย ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นเธอก็เม้มริมฝีปากแล้วยิ้มออกมา “อะไรนะคะ ? หรือว่าคุณขอให้ผู้ช่วยเจียงโทรหาฉัน แต่เขาให้คุณทำเองงั้นเหรอ ? ”
หลินเจียจวินยิ้ม โดยแอบคิดว่าเมิ่งเสี่ยวเป่ยฉลาดเกินไป เขาแค่บอกว่าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนขี้เกียจ แต่เธอก็สามารถเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
อย่างไรก็ตาม เขาก็เป็นคนตรงและคิดอย่างเรียบง่าย จึงพูดว่า “คุณเดาถูกแล้ว”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้ม “ผู้ช่วยหลินมีธุระหรือคำแนะนำอะไรถึงได้โทรมาหาฉันเหรอคะ ? ”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “ผมจะกล้าให้คำแนะนำกับคุณเมิ่งได้อย่างไร ? ผมแค่จะโทรมาขอความช่วยเหลือจากคุณ”
เขาพูดแบบไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป “คุณเมิ่งช่วยส่งผักนอกฤดูที่ปลูกในเจียงวานมาให้ผมทีได้ไหม ? ผมอยากจะเอาไปขายที่ร้านซีฟู้ดก่อน”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเลิกคิ้วหลังจากได้ยินประโยคนี้ “ผู้ช่วยหลิน ความคิดของคุณดีมาก ร้านซีฟู้ดในชิงโจวก็อยากให้เอาผักสดมาขายเหมือนกัน”
หลินเจียจวินพูดว่า “เอ่อ ฮะ” และพูดต่อ “ถ้าคุณต้องการให้เอาขายในชิงโจว คุณจะเอาเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะมันสะดวกกว่า แต่คุณเมิ่ง คุณควรส่งมาให้ผมก่อนดีกว่า ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ไม่มีปัญหาค่ะผู้ช่วยหลิน คุณต้องการเอาผักอะไรไปขายที่นั่นบ้างคะ ? วันนี้ฉันจะให้คนไปเอามาแล้วส่งไปให้”
หลินเจียจวินดีใจมาก “อย่างไรก็เถอะ ผมจะเอาไปทำเมนูในร้านซีฟู้ด คุณเมิ่งช่วยเลือกผักที่เหมาะสมมาให้หน่อย ขอบคุณล่วงหน้านะครับ ! ”
พูดจบ เขาก็วางสายไปอย่างรวดเร็ว
เพื่อป้องกันไม่ให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยถามเกี่ยวชนิดของผักและปริมาณที่ต้องการ
เพราะเขาเชื่อว่าคนที่ฉลาดอย่างเมิ่งเสี่ยวเป่ยจะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน
หลังจากวางสายแล้ว หลินเจียจวินก็อยู่ในอารมณ์ที่ฮึกเหิม
ฮ่าฮ่า การเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารกับเจียงเสี่ยวไป๋มันดีแบบนี้นี่เอง
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจียงเสี่ยวไป๋ชอบชื่นชมผู้หญิงคนนี้ เธอทำให้เขาไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยจริง ๆ
ถ้าคุณต้องการที่จะสบาย คุณก็ต้องมีผู้หญิงที่มีความสามารถอย่างเมิ่งเสี่ยวเป่ยคอยจัดการปัญหาให้ !
ฉันต้องหาคนแบบนี้มาฝึกบ้างแล้ว !
อีกด้านหนึ่ง
เมื่อเมิ่งเสี่ยวเป่ยเห็นหลินเจียจวินวางสายไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาด้วยความโกรธ “คนพวกนี้ชอบหลบเลี่ยงปัญหา ! ”
หรือเจียงเสี่ยวไป๋เองก็เป็นคนขี้เกียจแบบนี้เหมือนกัน ?
ฉันคิดว่าก็คงไม่ต่างกัน
แม้ว่าอารมณ์จะไม่ค่อยดี แต่เธอก็ยังโทรไปหาบริษัทโฮเนสท์ โลจิสติกส์ทันที
“ผู้จัดการเฝิง ฉันเมิ่งเสี่ยวเป่ย”
คนที่รับโทรศัพท์คือเฝิงเจียหง รักษาการผู้จัดการของบริษัทบริษัทโฮเนสท์ โลจิสติกส์ เมื่อเขาได้ยินว่าปลายสายเป็นเมิ่งเสี่ยวเป่ย เขาก็พูดด้วยความเคารพทันที “สวัสดีครับรองประธานเมิ่ง ! คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “คุณช่วยส่งรถบรรทุก140 ไปที่เจียงวาน เพื่อไปขนผักนอกฤดูกาลไปส่งที่เจียงเฉิงให้ฉันทีนะคะ”
“ได้ครับ” เฝิงเจียเหอตอบตกลงทันที จากนั้นก็ดูรายชื่อคนขับรถในบริษัทอย่างรวดเร็วและพูดว่า “รถของหลี่ซิ่งเซี่ยมาถึงแล้ว ผมจะให้เขารับงานนี้ไป”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เอาล่ะ ฉันจะไปเจียงวานเพื่อเลือกผักเอง แค่คุณบอกให้หลี่ซิ่งเซี่ยมาขนผักที่เจียงวานไปพร้อมกับสินค้าอื่น จะได้ประหยัดเวลาในการขนส่ง และต้องไปถึงให้เร็ว เพราะผักจะได้ไม่เฉา”
เฝิงเจียเหอกล่าวว่า “ผมรู้ เดี๋ยวผมจะบอกให้หลี่ซิ่งเซี่ยติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์เพื่อกันแดดกันฝน เมื่อไปถึงเจียงวาน รถจะได้บรรทุกผักได้ทันที”
“อืม ! ”
หลังจากที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดจบ เธอก็วางสายไป
เธอยกข้อมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาประมาณบ่ายสองโมงเท่านั้น เธอจึงเก็บเอกสารบนโต๊ะ หยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไปทันที
ทันทีที่เธอเดินไปถึงประตู เธอก็พบกับเปากันฉวน
เปากันฉวนกล่าวว่า “คุณเมิ่ง คุณกำลังจะออกไปข้างนอกงั้นเหรอ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้า “มีอะไรหรือเปล่าผู้อำนวยการเปา ? ”
เปากันฉวนกล่าวว่า “ไม่มีอะไรสำคัญหรอกครับ มีการจัดตั้งบริษัทขายผักและมีการจัดตั้งทีมปฏิบัติการแล้ว ผู้อำนวยการไม่อยู่ที่นี่ ผมจึงอยากมาหารือกับรองประธานเมิ่ง”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ฉันกำลังจะไปเจียงวาน ถ้าผู้อำนวยการเปาไม่มีอะไรสำคัญเป็นพิเศษ ก็เดินไปคุยไปด้วยได้ หรือจะไปกับฉันที่เจียงวานก็ได้”
“วันนี้ผมไม่ได้มีอะไรเร่งด่วน ผมไปที่เจียงวานกับคุณเมิ่งได้อยู่แล้ว” เปากันฉวนกล่าว
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้า ในที่สุดก็มีคนไปเป็นเพื่อนแล้ว มีเปากันฉวนอยู่ เธอก็ไม่ต้องขับรถเอง
ทั้งสองลงไปชั้นล่างและมาถึงลานจอดรถ
เปากันฉวนพูดว่า “คุณเมิ่ง ผมขับให้เอง ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ขอบคุณค่ะผู้อำนวยการเปา ! ” จากนั้น เธอก็ยื่นกุญแจรถให้เขาทันที
เปากันฉวนขับรถและพูดคุยกับเมิ่งเสี่ยวเป่ยเรื่องความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับบุคลากรของบริษัทขายผัก จนในที่สุดก็มาถึงเจียงวานในเวลาเกือบสี่สิบนาที
“คุณเมิ่ง เราควรไปหาผู้จัดการเจียงก่อนไหม ? ” เปากันฉวนถามขึ้นมา
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เอาล่ะ ไปถามคนแถวนี้ก่อนว่าผู้จัดการเจียงอยู่ที่ไหน”
ผู้จัดการเจียงที่พูดถึงนี้คือ เจียงไห่เทียน
เขาดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการของบริษัทขายผัก
เปากันฉวนจอดรถที่หน้าศูนย์กิจกรรมหมู่บ้าน จากนั้นก็ลงจากรถและไปถามจากคนแถวนั้น
เมื่อเห็นคนงานคนหนึ่ง เขาจึงถามว่า “พี่ชาย คุณพอจะรู้ไหมว่าบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน เจียงไห่เทียน อยู่ที่ไหน ? ”