ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 724 เสื้อสเวตเตอร์ถักฝีมือคุณยาย
ตอนที่ 724 เสื้อสเวตเตอร์ถักฝีมือคุณยาย
ที่เจียงเฉิง ภายในบ้านพักของหลินต้ากั๋ว
เจียงเสี่ยวไป๋ หลินฉางเกิง หลินเจียจวิน และคนอื่นกำลังนั่งที่โต๊ะหลุมไฟและพูดคุยกัน
หลังจากที่แม่บ้านอู๋ชงชามาให้ทุกคนแล้ว เธอก็ปลีกตัวไปแยกผักสด
มู่เสี่ยวหวานถักเสื้อสเวตเตอร์ไปขณะที่สนทนากับพวกเขาไปพลาง
ซึ่งตอนนี้มันก็เหลือเพียงแค่ปลายแขนเสื้อเท่านั้น ถักอีกไม่กี่นาทีก็จะเสร็จแล้ว เธอจึงหยิบมันขึ้นมาถักต่อ
“คุณยาย เสื้อสเวตเตอร์ที่คุณยายถักสวยมากเลยค่ะ ! ”
เจียงชานเห็นเสื้อสเวตเตอร์ที่มู่เสี่ยวหวานถักก็กล่าวชื่นชมออกมา
มู่เสี่ยวหวานรู้สึกมีความสุขมากเมื่อได้ยินประโยคนี้ เธอพูดว่า “แล้วหนูชอบมันไหม ? ”
เจียงชานพยักหน้า “ชอบค่ะ ! ”
มู่เสี่ยวหวานพูดว่า “ยายจะเอาเสื้อสเวตเตอร์ตัวนี้ให้พ่อของหนูหลังจากที่ถักมันเสร็จ จะให้เขาลองสวมมันดูดีไหม ? ”
“ดีค่ะ ! ” เด็กน้อยไม่เกรงใจเช่นกัน เธอพูดอย่างมีความสุข “ถ้าป่าป๊าใส่คงจะดูดีมากแน่ ๆ ! ”
มู่เสี่ยวหวานตกตะลึง ในยุคนี้เป็นการยากที่จะใช้คำว่าดูดีในการประเมินรูปร่างหน้าตาของผู้ชาย เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กน้อยคนนี้ไปเอาคำศัพท์นี้มาจากไหน ?
เจียงเสี่ยวไป๋กุมขมับของตัวเอง ตอนแรกเขาคิดว่าป้ารองกำลังถักเสื้อสเวตเตอร์ให้ลุงรองของเขาหรือหลินเจียผิง ไม่ก็หลินเจียจวิน แต่ลูกสาวของเขาพูดออกมาแบบนั้นได้อย่างไร ?
“ชานชาน หนูพูดแบบนั้นได้อย่างไร ? ” เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่เจียงชานและพูดเชิงตำหนิ
มู่เสี่ยวหวานยิ้ม “เสี่ยวไป๋ ป้าถักเสื้อสเวตเตอร์ตัวนี้ให้จริง ๆ ”
ฮะ ?
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดค้านอย่างรวดเร็ว “ป้ารอง ไม่ได้สิครับ ป้าจะถักเสื้อสเวตเตอร์ให้ผมได้อย่างไร ? ”
มู่เสี่ยวหวานทำหน้าบูดบึ้งและพูดว่า “นายเรียกฉันว่าป้ารอง แล้วมันผิดอะไรที่ฉันจะถักเสื้อสเวตเตอร์ให้นาย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น และไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
มู่เสี่ยวหวานกล่าวว่า “ป้าไม่ได้วัดขนาดตัวนายก่อนถัก ดังนั้นจึงกะขนาดเอา ไม่รู้ว่าจะพอดีตัวไหม ลองใส่ดูก่อน ถ้าไม่พอดีเดี๋ยวป้าแก้ให้”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินคำพูดของป้ารอง เขาก็ทำได้เพียงพูดว่า “ขอบคุณครับป้ารอง ที่จริงป้าไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้ให้ผมเลย ป้าจะเหนื่อยเปล่า ๆ นะครับ”
มู่เสี่ยวหวานส่ายหัว “ฉันนั่งเบื่ออยู่ที่โต๊ะหลุมไฟ ไม่รู้จะทำอะไร ก็เลยเอาไหมพรมมาถักเสื้อให้ ไม่ได้รบกวนเลย ได้ทำอะไรคลายเบื่อบ้างก็ดีเหมือนกัน”
“เอาล่ะ ลุกขึ้นมาลองสวมดูก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่อฟัง มู่เสี่ยวหวานก็เอาเสื้อสเวตเตอร์ที่โครเชต์ยังติดอยู่ที่แขนเสื้อ เอาแนบไปกับหลังของเจียงเสี่ยวไป๋เพื่อเปรียบเทียบขนาด เธอรู้สึกว่าขนาดที่เธอทำก็ไม่เลว เธอยังเทียบแขนเสื้อด้วยและพบว่าความยาวก็เกือบจะพอดีแล้ว
“เกือบจะพอดีเลย ถักเพิ่มอีกสองสามแถวแล้วลองเทียบใหม่อีกที”
มู่เสี่ยวหวานมองดูแล้วพูดด้วยความพอใจ
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นด้วยและขอบคุณเธออีกครั้ง
ไม่นานหลังจากที่ทั้งสองนั่งลง มู่เสี่ยวหวานก็ถักตะเข็บสุดท้ายเสร็จแล้ว หลังจากเก็บโครเชต์และไหมพรหมแล้ว เธอก็ยื่นเสื้อสเวตเตอร์ให้เจียงเสี่ยวไป๋ “อะ เสร็จแล้ว ลองสวมมันดูสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋รับมัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนและถอดเสื้อคลุมออก เขาสวมเสื้อสเวตเตอร์ไว้ข้างในด้วย แต่มันเก่าไปหน่อย เสื้อตัวนี้เป็นตัวที่หลินเจียอินถักให้เขาเมื่อสามปีที่แล้ว
หลังจากถอดเสื้อสเวตเตอร์ตัวเก่าออกแล้ว เขาก็สวมเสื้อสเวตเตอร์ตัวใหม่ที่มู่เสี่ยวหวานถักให้ มู่เสี่ยวหวานยังช่วยเขาพับปกเสื้ออีกด้วย
เธอถอยหลังออกไปสองก้าวแล้วมองดู การสวมเสื้อสเวตเตอร์ตัวนี้ทำให้รูปร่างสูงโปร่งของเจียงเสี่ยวไป๋โดดเด่นขึ้นมาอีกไม่น้อย และเสื้อสีฟ้าอ่อนก็เข้ากับเขาได้เป็นอย่างดี
มู่เสี่ยวหวานพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ป่าป๊าคะ หนูอยากจะบอกว่าป่าป๊าดูหล่อมากในชุดสเวตเตอร์ที่คุณยายถักให้ โอ้ ป่าป๊าหล่อมากจริง ๆ ค่ะ ! ” เจียงชานที่อยู่ข้าง ๆ มองไปที่พ่อของเธอแล้วปรบมือ
หลินฉางเกิงก็พยักหน้าเช่นกัน “เสื้อสเวตเตอร์ตัวนี้ทำให้นายดูสดใสมากขึ้นเยอะเลย”
หลินเจียจวินพูดออกมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “แม่ แม่ถักเสื้อสเวตเตอร์ดี ๆ ให้เสี่ยวไป๋ ทำไมไม่ถักให้ผมด้วยล่ะ ? ”
มู่เสี่ยวหวานจ้องมองลูกชายและพูดด้วยความโกรธ “ที่ผ่านมาฉันยังถักให้แกไม่มากพออีกหรือไง ? ทำไมต้องมาอิจฉาลูกพี่ลูกน้องของแกด้วย ? อายุก็ตั้งสามสิบปีแล้ว ไม่ละอายใจบ้างเลย ! ”
หลินเจียจวินแค่พูดล้อเล่น แต่หน้าของเขาต้องมาแดงเมื่อเจอคำพูดแบบนี้จากผู้เป็นแม่
มู่เสี่ยวหวานเลิกสนใจเขา และหันมาชื่นชมผลงานชิ้นเอกของเธอ ก่อนจะถามเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “เป็นอย่างไรบ้าง ? มันพอดีตัวหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋บิดตัวไปมาสองครั้ง เหยียดแขนออกแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ป้ารอง ป้ารองสายตาเฉียบคมมาก มันแม่นยำกว่าการวัดตัวด้วยสายวัดเสียอีก มันพอดีตัวผมเลย ! ”
มู่เสี่ยวหวานมีความสุขมาก เธอหันไปหาเจียงชานแล้วพูดว่า “ชานชาน ฝีมือของยายดีไหม ? ”
เจียงชานพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีก “ฝีมือของคุณยายดีที่สุดเลยค่ะ ! ”
มู่เสี่ยวหวานหัวเราะเสียงดัง “ถ้าอย่างนั้น ชานชาน หนูอยากใส่เสื้อสเวตเตอร์ที่คุณยายถักไหมจ๊ะ ? ”
“อยากสิคะ ! ” เจียงชานพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าว
เด็ก ๆ นั้นมักจะไม่ค่อยมีความเกรงใจ
มู่เสี่ยวหวานพูดด้วยรอยยิ้ม “งั้นรอแปปนะ ยายได้ถักเสื้อสเวตเตอร์ของหนูเสร็จแล้ว ก่อนที่จะถักให้พ่อของหนูเสียอีก”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็ลุกขึ้นและเดินไปที่ห้องของเธอพร้อมถือตะกร้าเล็ก ๆ ที่ใส่โครเชต์และไหมพรม
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่คาดคิดว่าป้ารองจะไม่เพียงแต่ถักเสื้อสเวตเตอร์ให้เขาเท่านั้น แต่ยังถักให้ลูกสาวของเขาอีกด้วย มันทำให้เขาซาบซึ้งใจมาก
“ว้าว หนูจะได้ใส่เสื้อสเวตเตอร์สวย ๆ ที่คุณยายถักด้วย ! ” เจียงชานปรบมืออย่างมีความสุข
หลังจากนั้นไม่นาน มู่เสี่ยวหวานก็ออกมาพร้อมกับเสื้อสเวตเตอร์เด็กสีชมพู และพูดว่า “ชานชานมานี่สิ มาลองเสื้อสเวตเตอร์ตัวใหม่ที่คุณยายถักให้ดูก่อน”
“ขอบคุณค่ะคุณยาย ! ”
เจ้าตัวน้อยยิ้มร่าจนดวงตาของเธอหรี่เป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ เธอเดินไปพลางปลดกระดุมเสื้อคลุมของตัวเองไป เมื่อเธอเดินไปถึงมู่เสี่ยวหวาน เธอก็ถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกแล้ววางไว้อย่างบนที่วางแขนของโซฟา
ข้างใน เธอยังสวมเสื้อสเวตเตอร์สีแดงสดอีกตัว
“คุณยาย หนูต้องถอดตัวนี้ด้วยไหม ? ”
มู่เสี่ยวหวานพยักหน้า มีโต๊ะหลุมไฟอยู่ในห้อง แม้ว่าจะถอดเสื้อผ้าออกก็ไม่รู้สึกหนาวเท่าไหร่ ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นหวัด “ถอดออกด้วยจ๊ะ ! ”
“ได้ค่ะ ! ” เจ้าตัวเล็กเห็นด้วยอย่างเชื่อฟัง
เธอถอดเสื้อสเวตเตอร์ออกอย่างรวดเร็ว
หลังจากสวมเสื้อสเวตเตอร์ตัวใหม่ เจียงชานก็มองลงไปและเห็นดอกท้อสีส้มบนหน้าอกของเธอ
“ว้าว คุณยาย เสื้อสเวตเตอร์ที่คุณยายถักมันสวยมาก แถมยังมีดอกไม้เล็ก ๆ ด้วย ! ”
เจียงชานเอื้อมมือออกไปแตะดอกไม้เล็ก ๆ แล้วพูดอย่างมีความสุข
มู่เสี่ยวหวานยิ้มและพูดว่า “ไม่ว่าฝีมือของคุณยายจะดีแค่ไหน แต่ก็ไม่เท่าปากเล็ก ๆ ของหนูที่พูดจาหวานหูขนาดนี้”
เจียงชานหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
เธอหันไปถามเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยท่าทีมั่นใจ “ป่าป๊าคะ เสื้อสเวตเตอร์ตัวใหม่ของหนูสวยไหม ? ”
พูดจบ เธอยังหมุนตัวเป็นวงกลมด้วยความตั้งใจ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “สวยสิ ! ทำไมยังไม่ขอบคุณคุณยายอีก ! ”
“ขอบคุณค่ะคุณยาย ! ” เจ้าตัวเล็กเชื่อฟังและกล่าวขอบคุณอย่างจริงจัง
มู่เสี่ยวหวานยิ้มออกมา
มู่เสี่ยวหวานยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องสุภาพกับยาย ต่อไปนี้ยายจะถักเสื้อสเวตเตอร์ให้หนูทุกปี ดีไหมจ๊ะ ? ”
เด็กน้อยเอียงศีรษะแล้วพูดว่า “หนูขอให้คุณยายมีอายุยืนยาวนะคะ หนูจะได้มีเสื้อสเวตเตอร์ตัวใหม่ใส่ทุกปีค่ะ”
มู่เสี่ยวหวานยิ้มร่าออกมา
ตอนนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ได้เปลี่ยนเสื้อสเวตเตอร์ตัวใหม่ของเขาออก แล้วเปลี่ยนมาสวมเสื้อสเวตเตอร์ตัวเก่าของเขาอีกครั้ง
มู่เสี่ยวหวานเห็นแบบนั้นจึงพูดว่า “ทำไมถึงเปลี่ยนล่ะ ? ในเมื่อใส่พอดีตัวก็ใส่ไว้เลยสิ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ป้ารอง อีกสักพักผมจะทำอาหาร เลยกลัวเสื้อสเวตเตอร์ตัวใหม่จะเปื้อนน่ะครับ ! ”
มู่เสี่ยวหวานพูดขึ้นมาทันที “วันนี้ไม่ต้องให้เสี่ยวไป๋ทำอาหารหรอก ป้าอู๋เตรียมไว้นานแล้ว”
ในเวลานี้ แม่บ้านอู๋ก็เดินออกจากห้องครัวมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวไป๋ ป้ากินกับข้าวฝีมือคุณทุกครั้งที่คุณมา ครั้งนี้ไม่อยากจะลองชิมมือของป้าบ้างเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ได้ครับ ขอบคุณมากครับป้าอู๋ ! ”
แม่บ้านอู๋ยิ้มและพูดว่า “เสี่ยวไป๋ อย่าสุภาพไปเลย คุณเองก็เอาของมาฝากเราด้วย ! “