ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 726 โถงนามสกุล
ตอนที่ 726 โถงนามสกุล
ทันทีที่หลินต้ากั๋วพูดแบบนี้ออกมา มู่เสี่ยวหวานก็พูดทันที “ใช่ ใช่ ผักนอกฤดูที่สดแบบนี้ไม่สามารถหาซื้อในเทียนจิงได้ เสี่ยวไป๋ อย่างไรเสียนายก็จะไปเทียนจิงอยู่แล้ว แบ่งผักพวกนี้ไปให้ชายชราบ้าง”
หลังจากพูดจบ เธอก็หันมาสั่งแม่บ้านอู๋
“ป้าอู๋ ช่วยแบ่งผักแต่ละอย่างใส่ถุงเอาไว้ ฉันจะให้เสี่ยวไป๋เอาไปที่เทียนจิงพรุ่งนี้”
“ได้ค่ะคุณผู้หญิง ! ” แม่บ้านอู๋รับคำสั่งทันที
หลินเจียปิงยิ้มพลางพูดว่า “คุณปู่จะต้องชอบผักพวกนี้แน่นอน ถ้าเขาได้ลองกินมัน”
หลินเจียหงพยักหน้าและกล่าวว่า “คุณปู่ชอบกินแตงกวากับพริกเขียวมากที่สุด ป้าอู๋ เอาพริกเขียวและแตงกวาแบ่งไปให้คุณปู่เยอะหน่อยนะ”
แม่บ้านอู๋ยิ้มและพูดว่า “คุณเจียหงยังคงจำของโปรดของคุณท่านได้เป็นอย่างดี ไม่แปลกใจเลยค่ะที่คุณท่านรักเธอมากที่สุด”
หลินเจียจวินฟังแบบนั้นก็พูดว่า “ป้าอู๋ ไปแบ่งเอาผักจากท้ายรถของเสี่ยวไป๋ด้วยก็ได้ ที่บ้านของคุณปู่มีคนมากินข้าวเยอะมาก”
แม่บ้านอู๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “คุณเสี่ยวไป๋ ในรถของคุณยังมีผักอีกเหรอ ? ”
“ทำไมถึงเอาผักไปไว้บนรถแบบนั้นล่ะ ? ”
“เก็บเกี่ยวมันมาแบบนี้แล้ว มันจะเฉาง่ายเอานะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มออกมา ที่จริงแล้วช่วงนี้อากาศหนาว เมื่ออุณหภูมิต่ำลง มันจะไม่เป็นปัญหาต่อผัก
เจียงชานกล่าวว่า “เราตั้งใจจะเอาผักที่อยู่บนรถของป่าป๊าไปฝากปู่โฮ่ว แต่มันมีเยอะมาก ไปแบ่งเอาได้เลยค่ะ”
หลินต้ากั๋วมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “จะไปเยี่ยมคุณโฮ่วด้วยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “คุณโฮ่วบอกผมหลายครั้งแล้วว่าถ้าผมมีโอกาสได้ไปเทียนจิง ต้องไปหาเขาบ้าง บังเอิญว่าผักนอกฤดูกาลพร้อมเก็บเกี่ยวพอดี ผมจึงคิดว่าจะเอาไปฝากเขาด้วย”
หลินต้ากั๋วพูดว่า “ฉันยังไม่ได้ถามนายเลยว่าทำไมครั้งนี้ถึงไปเทียนจิง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เหล่าหลินแนะนำเรือนสี่ประสานให้ผม ผมจึงจะไปดู ถ้าถูกใจก็จะซื้อครับ”
หลังจากได้ยินประโยคนี้ หลินเจียปิงก็เหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ และพูดว่า “เสี่ยวไป๋ นายไม่ได้จะไปอยู่เทียนจิง แล้วทำไมต้องซื้อบ้านในเทียนจิงด้วยล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เป็นเรื่องจริงที่ผมไม่ได้ไปเทียนจิงบ่อย ๆ แต่เนื่องจากเทียนจิงเป็นเมืองหลวง ด้วยอาชีพของผม ในอนาคตอาจได้ไปเทียนจิงมากขึ้น ผมคิดว่าจำเป็นที่จะต้องซื้อบ้านที่นั่นไว้สักหลัง”
หลินเจียปิงยิ้มและพูดว่า “ไม่จำเป็นต้องซื้อตอนนี้ก็ได้นี่ หากว่าในอนาคตนายได้ไปที่เทียนจิงบ่อยขึ้น ค่อยซื้อก็ยังไม่สาย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “เรือนสี่ประสานเก่าแก่หาซื้อได้ยากมากครับ มันอยู่ที่โชคชะตาจริง ๆ ”
หลินเจียปิงกล่าวว่า “ในเทียนจิงมีบ้านหลากหลายสไตล์ ไม่จำเป็นต้องเอาเรือนสี่ประสานก็ได้”
หลินเจียจวินได้ยินแบบนั้นจึงพูดไปว่า “พี่รอง พี่ไม่รู้จักเสี่ยวไป๋ เขาชอบเรือนสี่ประสานจะตายไป”
หลินเจียปิงส่ายหัว “ฉันไม่เข้าใจว่าเรือนสี่ประสานมีอะไรดีขนาดนั้น”
หลินต้ากั๋วมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง แล้วพูดว่า “เสี่ยวไป๋ นายเป็นคนที่มองการไกล นายรู้จักคิดขยายตลาดไปทั่วประเทศตั้งแต่ตอนนี้ ถือว่าดีมาก”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ครั้งนี้ที่ผมไปเทียนจิงไม่ใช่เพราะผมต้องการไปซื้อบ้านอย่างเดียวหรอก อีกแผนหนึ่งคือจะไปดูว่าพอมีโอกาสไหนบ้างที่จะสามารถเอาผักนอกฤดูกาลไปขายที่เทียนจิงได้”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า “ความคิดของนายดี แต่ชิงโจวไม่จำเป็นต้องขนส่งผักนอกฤดูไปขายที่เทียนจิงหรอก แค่หลายเมืองในมณฑลจีนตอนกลางของเราก็อาจจะไม่พอขายแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงรอง แม้ว่าจะสามารถขายผักนอกฤดูได้มากมายในหลายเมืองทางตอนกลางของเรา แต่นอกจากเจียงเฉิงแล้ว กำลังการซื้อของเมืองอื่นก็ยังคงค่อนข้างต่ำ”
หลินต้ากั๋วยกเปลือกตาขึ้น “นายอยากขายในราคาที่สูงเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดตามความเป็นจริง “อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่ราคาที่ถูก ภายใต้สมมติฐานที่ว่าของหายากย่อมมีค่ามีราคา ผมยังคงหวังว่าเกษตรกรในชิงโจวจะทำเงินได้มากกว่านี้”
แม้ว่าหลินต้ากั๋วอยากจะให้ผักนอกฤดูที่ปลูกในชิงโจวส่งไปขายยังเมืองต่าง ๆ ในตอนกลางของจีนก่อน แต่เขาไม่สามารถพูดอะไรได้ เมื่อพูดถึงผลประโยชน์ของผู้ปลูกผักนอกฤดู
ท้ายที่สุดแล้ว แม้แต่กำลังซื้อของเจียงเฉิงก็ไม่สามารถเทียบได้กับที่เทียนจิง
เขาหวังเพียงว่าเมืองอื่นในตอนกลางของจีนจะสามารถปลูกผักเรือนกระจกกินเองได้ และไม่เพียงแต่สามารถขายในท้องถิ่นของตนเท่านั้น แต่ยังขายออกไปให้กับเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศได้อีกด้วย ด้วยวิธีนี้ ทุกเมืองก็จะกลายเป็นเหมือนตะกร้าผักของประเทศ
“หากนายคิดที่จะเอาผักไปขายในเทียนจิง แล้วนายพอมีวิธีใดบ้าง ? ” หลินต้ากั๋วถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมเองก็คิดมาสักพักแล้ว แต่ตอนนี้ยังมองไม่เห็นวิธีเลยครับ”
หลินต้ากั๋วขมวดคิ้วและพูดว่า “เทียนจิงไม่ได้ดีไปกว่าเจียงเฉิง นายจะวิ่งไปนู่นทีนี่ทีเหมือนแมลงวันหัวขาดได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ ผมตั้งใจจะตรงไปที่แผนกจัดการของตลาดผักหลัก ๆ โดยตรง และเอาตัวอย่างผักไปแสดงให้พวกเขาดู นอกจากนี้ ผมยังได้เตรียมรูปถ่ายไว้ด้วย”
หลินต้ากั๋วพยักหน้าเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด
มู่เสี่ยวหวานกล่าวว่า “ต้ากั๋ว อย่าเอาแต่ถามเซ้าซี้สิ แขกของเรายังอยู่ที่นี่ กินข้าวกันก่อนเถอะ”
หลินต้ากั๋วยิ้มขอโทษและพูดกับหลินฉางเกิงว่า “พี่ ฉันขอโทษ เรามัวพูดคุยกันเรื่องงานจนไม่สนใจ มาดื่มกันเถอะ”
พูดจบ เขาก็ยกแก้วขึ้นเพื่อเชิญทุกคน
หลินฉางเกิงนั่งข้างเขา ยกแก้วขึ้นแล้วชนแก้วกัน จากนั้นทั้งสองก็ดื่มด้วยกัน
หลินต้ากั๋วและหลินฉางเกิงก็ได้พุดคุยกันขณะรับประทานอาหารไปด้วย
ทั้งสองคนมีแซ่หลิน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะพูดเกี่ยวกับต้นกำเนิดของตระกูลหลิน
หลินต้ากั๋วพูดว่า “ต้นกำเนิดของเราคือโถงซีเหอ แล้วของพี่ล่ะ มีต้นกำเนิดมาจากโถงไหน ? ”
คำว่า “โถง” ในที่นี้คือโถงการแบ่งพื้นเพของ “ชื่อสกุล” หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า “นามสกุล” ตั้งขึ้นโดยบรรพบุรุษภายในตระกูล ใช้เพื่อแยกแยะความแตกต่างภายในครอบครัว และช่วยให้ลูกหลานจดจำความสัมพันธ์ทางสายเลือด รวมไปถึงเชื้อสายเฉพาะภายในครอบครัว
ชื่อของโถงบรรพบุรุษส่วนใหญ่ได้มาจากการกระทำหรือเรื่องราวของบุคคลที่มีชื่อเสียงในสมัยบรรพบุรุษ
คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันจำชื่อโถงไม่ได้ แต่ในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 ที่บนผนังของบ้านจะมีชื่อโถงบรรพบุรุษของทุกตระกูลเขียนไว้อย่างชัดเจน ข้าง ๆ ศาลเทพเจ้าประจำบ้าน เช่นโถงเจียงเซี่ยเป็นของแซ่หวง โถงเทียนหยวนเป็นของแซ่หวัง โถงหลงเซียและโถงหลงจื่อเป็นของแซ่หลี่ โถงเผิงเฉิง โถงจงชานและโถงชีเหอเป็นของแซ่หลิว โถงเทียนชุยเป็นของแซ่จ้าว โถงจงชานเป็นของแซ่จาง โถงหงหนงเป็นของแซ่หยาง เป็นต้น
สมัยก่อน เมื่อทุกคนมาเจอกัน ถึงแม้จะไม่คุ้นเคยกันมาก่อน แต่ก็รู้จักแซ่กันคร่าว ๆ (สาเหตุหลักก็มาจากการได้ทราบโถงบรรพบุรุษของกันและกัน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่รู้ต้นกำเนิดที่แน่ชัด)
หากมีญาติแซ่เดียวกันหลายคน ก็จะรู้ได้ว่ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือไม่
ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ผู้คนพูดถึงบรรพบุรุษของพวกเขาที่ใช้แซ่เดียวกัน คนส่วนใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงออกถึงความรู้สึกภาคภูมิใจ
คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ทราบโถงบรรพบุรุษของตนเอง แต่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของพวกเขา โดยทั่วไปเวลามีงานบุญหรืองานแต่งที่บ้าน พวกเขาจะเขียนชื่อคนที่มาร่วมบริจาคเงินลงในสมุดบันทึก ทั้งจำนวนเงิน ชื่อแซ่ โถงบรรพบุรุษ แล้วก็วันเดือนปีที่พวกเขาร่วมบริจาค
ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปถามดูได้
กลับมาที่หัวข้อนี้ หลินฉางเกิงตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินหลินต้ากั๋วถามเกี่ยวกับโถงบรรพบุรุษของเขา จึงพูดว่า “ฉันก็มาจากโถงซีเหอเหมือนกัน ! ”
หลินต้ากั๋วหัวเราะออกมา “ตระกูลหลินมีพื้นเพมาจากหลายโถง นอกจากโถงซีเหอแล้ว ยังมีโถงเจียมู่ โถงจงเซียว โถงจิ่วหลง โถงไชเต๋อ โถงเหวินหลี่ โถงเจี้ยนหนาน โถงเจียอัน ฯลฯ ซึ่งมีมากมายหลายโถง แต่ใครจะคิดว่าเราจะมาจากโถงเดียวกัน เรามาจากครอบครัวเดียวกัน ที่จริงแล้วเราก็เป็นเครือญาติเดียวกันเมื่อหลายปีก่อน ! ”
หลินฉางเกิงเองก็ทึ่งเช่นกัน “ใช่แล้ว ! ”