ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 737 ตอบแทนอย่างดี
ตอนที่ 737 ตอบแทนอย่างดี
ในตอนเย็น เจียงเสี่ยวไป๋ทำงานหนักมาก
เพื่อตอบแทนความใจดีของชายชราที่มอบชุดเครื่องลายคราม 7501 ให้กับลูกสาวของเขาจำนวน 123 ชิ้น นี่ถือว่าเป็นของขวัญที่ดีจริง ๆ
เขาได้ดึงทักษะการทำอาหารตลอดชีวิตของเขาออกมาจนหมด และผัดอาหารจานต่าง ๆ ออกมาอย่างสุดฝีมือ เพื่อเป็นการตอบแทนความใจดีของชายชรา !
“อ่า อาหารเย็นน่าทานมาก ! ”
หลังจากที่ชายชราไปถึงโต๊ะ เขาก็เห็นอาหารจานใหญ่ จึงพูดอย่างมีความสุข
อาหารบนโต๊ะคืนนี้นอกจากอาหารจานโปรดของชายชราอย่างผัดมะระใส่พริกและหมูตุ๋นแล้ว ยังมีห้องทองซ่อนสาวงาม เนื้อผัดกระทะ สตูว์มะเขือยาว ไก่น้ำลาย และเมนูท้องถิ่นของชิงโจวอีกหลายเมนู
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมคิดว่ามื้อเย็นเราต้องกินช้า ๆ คุยไปกินไป ก็เลยทำอาหารเพิ่มอีกสองสามอย่างให้คุณปู่ได้ลองชิม”
“โอเค โอเค ! ” ชายชราอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าแล้วพูดกับติงจงผิง “เราตกลงกันว่าจะดื่มสองแก้วในมื้อเย็น ดังนั้นรีบไปเอาเหล้ามาให้ฉันหน่อย”
“ได้ครับ ! ” ติงจงผิงตอบตกลงแล้วไปเอาเครื่องดื่มมาให้ชายชราทันที คราวนี้เขาไม่กล้าเล่นตุกติกอีกต่อไป เขาตวงเหล้า 100 มิลลิลิตรตามความจริง แล้วก็เอาเหมาไถออกมาอีกหนึ่งขวด
ชายชรามองดูเหล้าในแก้ว คราวนี้เขาไม่ได้ขอแก้วใบเล็กอีกต่อไป แล้วก็ชนแก้วกับเจียงเสี่ยวไป๋ ก่อนจะเริ่มทานอาหาร
ทันทีที่ผัดมะระใส่พริกเข้าปากคำแรก เขาก็ตกตะลึงไปเลย
หลังจากกินมันอย่างรวดเร็ว เขาก็พูดว่า “เสี่ยวไป๋ ผัดมะระใส่พริกจานนี้รสชาติไม่เหมือนตอนเที่ยงเลยล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “แล้วอร่อยไหมครับคุณปู่ ? ”
ชายชราพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีก “มันอร่อยมาก ! รสชาติตอนเที่ยงคือรสชาติในความทรงจำของฉัน ฉันคิดถึงมัน”
“แต่จานนี้แหละคือรสชาติของอาหารที่ดีที่สุด มันอร่อยมาก ! ” ขณะที่เขาพูด เขาก็เอาตะเกียบคีบอีกคำเข้าปาก
ป้าจางและติงจงผิงได้ยินที่ชายชราพูด ทั้งสองก็หยิบตะเกียบมาคีบผัดมะระใส่พริกขึ้นมาชิม หลังจากชิมเสร็จ ทั้งคู่ก็ตกตะลึง ทำไมผัดมะระใส่พริกทั้งสองจานถึงต่างกันอย่างนี้ ทั้งที่ผัดโดยเจียงเสี่ยวไป๋ แต่รสชาติของตอนเที่ยงและตอนเย็นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เหมือนกับคนละคนทำเลย
ทั้งสองแทบรอไม่ไหวที่จะลองเมนูอื่น ไม่ว่าจะเป็นหมูตุ๋นหรือผัดผักก็อร่อย และอร่อยอย่างที่ไม่เคยได้ลิ้มลองที่ไหนมาก่อน
ป้าจางมองดูเจียงเสี่ยวไป๋อย่างไม่เชื่อ ถ้าเธอไม่ได้อยู่ในครัวตลอดเวลาและเห็นด้วยตาตัวเองว่าอาหารทั้งหมดเจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนปรุง เธอคงไม่เชื่อว่าอาหารกลางวันและอาหารเย็นจะปรุงโดยคนคนเดียวกัน
หลังจากที่หลินชู่กินเข้าไป เขาก็พูดออกมาตามตรงว่า “คุณอา อาหารที่อาทำตอนเที่ยงและตอนเย็นทำไมมีรสชาติแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “รสชาติของอาหารตอนเที่ยง ฉันตั้งใจทำให้คุณปู่กิน ส่วนอาหารเย็นนี้ตั้งใจทำออกมาให้ทุกคนกินอย่างอร่อย”
ทุกคนมองเขาด้วยความประหลาดใจและไม่รู้ว่าทำไม
มีเพียงชายชราเท่านั้นที่พยักหน้าเล็กน้อย เขาเข้าใจคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋
เขายิ้ม หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาแล้วพูดว่า “เสี่ยวไป๋ นายลำบากเพื่อฉันมามาก มาเถอะ มาดื่มกัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างรู้เท่าทันและพูดอย่างเร่งรีบ “ค่อย ๆ จิบครับ ไม่ต้องรีบกินหรอก ! ”
ชายชราเม้มริมฝีปาก แล้วพูดออกมา “แค่ดื่มเหล้าจะกังวลอะไรกันนักหนา ทำไมถึงเป็นเหมือนชายชราในร่างคนหนุ่มอย่างเสี่ยวติงตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้”
พูดแล้วเขาก็จิบไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากดื่มเหล้าไปสามครั้ง อาหารห้าอย่าง ชายชราก็ถามว่า “แผนของนายเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมอยากจะเขียนให้ละเอียดกว่านี้ ในช่วงบ่ายยังไม่เสร็จดี ว่าจะเขียนต่อในตอนดึกคืนนี้ครับ พรุ่งนี้คุณปู่จะได้เห็นแผนการที่สมบูรณ์แน่นอน”
ชายชราพยักหน้าและไม่ถามคำถามใดอีก เขากล่าวว่า “ในตอนบ่าย เสี่ยวโฮ่วโทรมาและบอกว่าผักที่นายเอามาฝากเขานั้น เขาได้รับแล้ว แล้วนายจะไปหาเขาเมื่อไหร่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไร พรุ่งนี้และวันมะรืนผมต้องไปทำธุระของผมก่อน ไว้ค่อยไปที่นั่นก่อนจะออกจากเทียนจิงครับ”
ชายชราเหลือบมองเขาแล้วพูดว่า “พรุ่งนี้ฉันเองก็ไม่ว่างเหมือนกัน นายก็ไปทำธุระของนายได้”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ขอบคุณคุณปู่ที่ดำเนินการเรื่องนี้ให้นะครับ”
ชายชราโบกมือ “หากพรุ่งนี้นายไปทำธุระ ก็ฝากชานชานไว้ให้เสี่ยวจางดูแลก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูลูกสาวของเขา จากนั้นเจียงชานก็พูดว่า “ป่าป๊าไปทำธุระเถอะค่ะ หนูจะอยู่ที่บ้านกับป้าจาง ป่าป๊ะควรทำงานให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วพาหนูไปดูการเชิญธงชาติและกำแพงเมืองจีน”
เมื่อชายชราได้ยินประโยคนี้ เขาก็หัวเราะและพูดว่า “หากหนูต้องการไปดูกำแพงเมืองจีน ฉันจะบอกให้เสี่ยวชู่พาหนูไปเที่ยวพรุ่งนี้ หนูไม่จำเป็นต้องรอพ่อของหนูหรอก”
เด็กน้อยยิ้มแล้วพูดว่า “แต่หนูอยากปีนกำแพงเมืองจีนกับป่าป๊า เขามีกล้องด้วย หนูอยากถ่ายรูปบนกำแพงเมืองจีน แล้วเอาไปให้หม่าม๊าดูตอนกลับไปถึงบ้านค่ะ”
ชายชรายิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ งั้นก็รอจนกว่าพ่อของหนูจะทำงานเสร็จก็แล้วกัน ฉันจะไปกับหนูด้วย และเรามาแข่งขันกันว่าใครจะสามารถปีนได้สูงกว่ากัน”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึง เขานึกภาพไม่ออกว่าชายวัยเก้าสิบปีจะปีนกำแพงเมืองจีนได้อย่างไร เขาจึงรีบพูดว่า “คุณปู่ไม่ต้องปีนกำแพงเมืองจีนหรอกครับ มันต้องใช้พลังเยอะมาก ! ”
ชายชรามองเขาด้วยความประหลาดใจ “นายเคยปีนกำแพงเมืองจีนมาหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมืออย่างเร่งรีบ “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาเทียนจิง ผมไม่เคยปีนกำแพงเมืองจีนเลย”
ชายชราหัวเราะออกมา “แล้วนายรู้ได้อย่างไรว่าการปีนกำแพงเมืองจีนจะต้องใช้แรงเยอะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “การปีนกำแพงเมืองจีนจะต้องยากกว่าการปีนภูเขาอยู่แล้วครับ”
ชายชรายังคงรอที่จะพูด แต่ติงจงผิงกลับกล่าวออกมาว่า “คุณท่าน ถ้าหากไม่สามารถไปปีนที่กำแพงเมืองจีนได้ ทำไมคุณไม่ไปดูการเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสากับชานซานที่เทียนอันเหมินล่ะครับ ! ”
ชายชราจ้องเขาตาถลึงและพูดอย่างไม่พอใจว่า “ทำไมต้องจัดการให้ฉันทุกเรื่องด้วย ไม่เบื่อบ้างหรือ”
ด้วยความไม่พอใจ ชายชราจึงก้มหน้าก้มตาทานอาหารโดยไม่พูดไม่จา
เมื่อเห็นว่าคุณปู่ทวดของเธอไม่มีความสุข เจียงชานก็คีบมันสําปะหลังจากเมนูห้องทองซ่อนสาวงามชิ้นหนึ่งลงในชามของชายชราแล้วพูดว่า “คุณปู่ทวด นี่เป็นอาหารจานพิเศษที่ป่าป๊าของหนูรังสรรค์ขึ้นมา เรียกว่าห้องทองซ่อนสาวงาม ลองชิมดูสิคะ ! ”
ไม่ว่าชายชราจะโกรธแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางใส่อารมณ์กับเด็กน้อยคนนี้เลย เขามองดูมันฝรั่งสีทองแล้วหัวเราะออกมาว่า “มันไม่ใช่แค่ผัดมันฝรั่งหรอกหรือ ? ฉันเคยกินมันบ่อย ๆ หรือเพราะชื่อของอาหารจานนี้มันแปลก ? ”
เด็กน้อยพูดอย่างมีเลศนัย “คุณปู่ทวด ป่าป๊าบอกว่ามนุษย์ควรจะเอาแบบอย่างอาหารจานนี้ ภายนอกดูธรรมดา แต่แท้จริงแล้วมีสิ่งดี ๆ ซ่อนอยู่ภายใน”
ชายชราคีบมันเข้าปากไปแล้ว เขาก็ตาโตด้วยความทึ่งทันที “อ่า ชานชาน มันเป็นเหมือนกับที่หนูพูดจริง ๆ รสชาติของมันมีอะไรกว่าที่คิด ! ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เริ่มกินอย่างมีความสุขอีกครั้ง และยังบอกให้ป้าจางและติงจงผิงลองชิมด้วย
ป้าจางเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ทำอาหารจานนี้ในครัวและอยากลองกินมานานแล้ว เธอจึงรีบคีบเอามาใส่จานตัวเอง
โดยไม่รีรอ ติงจงผิงและหลินชู่ต่างก็คีบมันขึ้นมาและเริ่มกิน
ไม่จำเป็นต้องพูดว่าห้องทองซ่อนสาวงามมีรสชาติอร่อยแค่ไหน เพราะเมื่อได้กินแล้ว หลายคนก็มีแต่คำชมหลังจากกินมัน
เพราะอาหารเย็นมื้อนี้ ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกทึ่งและชื่นชมฝีมือการทำอาหารของเจียงเสี่ยวไป๋
ชายชราพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ไม่อย่างนั้นรอให้ฉันช่วยให้โครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังของนายดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว นายก็มาขยับขยายธุรกิจที่เทียนจิงเลยดีไหม ? นายไม่จำเป็นต้องไปซื้อบ้านที่ไหนเลย มาอาศัยอยู่ที่บ้านกับฉันก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋กำลังจะบ้าไปแล้ว ชายชรากำลังวางแผนที่จะให้เขามาอยู่ที่นี่ในฐานะพ่อครัวหลวงงั้นเหรอ
มันจะเป็นไปได้อย่างไร ?
เขาจึงรีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “คุณปู่ ในอนาคตผมจะต้องขยับขยายธุรกิจมาที่เทียนจิงอย่างแน่นอน ผมบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าพรุ่งนี้ผมจะไปทำธุระ ? อันที่จริง พรุ่งนี้ผมจะไปซื้อบ้าน ! ”