ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 740 สัญญาผักนอกฤดูได้รับการยืนยัน
ตอนที่ 740 สัญญาผักนอกฤดูได้รับการยืนยัน
หลังจากกล่าวลากับศาสตราจารย์สวีแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไปที่ตลาดเกษตรเขตเฉาหยางตามที่อยู่ที่หม่าเจียจวิ๋นให้มา
เมื่อไปถึง เจียงเสี่ยวไป๋ก็ลองเดินดูรอบ ๆ ตลาดผักครั้งแรก และพบว่ามีแผงขายของมากมายและมีคนซื้อผักจำนวนมาก แต่ทว่าก็มีผักที่เหมือนกันทุกแผง เช่น หัวไชเท้า ผักกาดขาว กะหล่ำปลี มันฝรั่ง มันเทศ และผักชนิดอื่นที่ออกในฤดูหนาว นอกเหนือจากนั้นแทบจะไม่มีอะไรอื่นเลย
แต่ถึงกระนั้น ราคาหัวไชเท้าและกะหล่ำปลีก็ยังสูงเกือบสองเท่าของราคาผักในชิงโจว
หลังจากทำความเข้าใจสถานการณ์ดูแล้ว เขาก็พบว่าสภาวะตลาดคล้ายกับที่หม่าเจียจวิ๋นบอกเขาไม่มีผิด มันทำให้เขารู้สึกมั่นใจมากขึ้น
หลังจากถามผู้จัดการตลาดที่สวมปลอกแขนสีแดงถึงสำนักงานของหม่าเจียจวิ๋นแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตรงไปที่นั่นทันที
มันเป็นอาคารอิฐชั้นเดียว อยู่ส่วนในสุดของตลาดเกษตร ประตูของสำนักงานยังปิดอยู่ และมีควันดำลอยขึ้นมาจากหลังคา เห็นได้ชัดว่ามีเตาถ่านหินกำลังเผาเพื่อให้ความอบอุ่น
เจียงเสี่ยวไป๋อ่านป้ายตรงหน้าประตูก็เห็นว่าเป็นสำนักงานของผู้จัดการ จึงเคาะประตูอยู่หลายครั้ง
“เข้ามา ! ” เสียงของหม่าเจียจวิ๋นดังมาจากข้างใน
เจียงเสี่ยวไป๋ผลักประตูเปิดออกและเห็นโต๊ะเก่า ตู้ดีบุก และเตาถ่านหินพร้อมปล่องไฟ หม่าเจียจวิ๋นนั่งอยู่ข้างเตาและมีเก้าอี้สองสามตัววางอยู่ข้างเขา
“สวัสดี ผู้จัดการหม่า ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายด้วยรอยยิ้ม
เมื่อหม่าเจียจวิ๋นเห็นว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า “ที่แท้เป็นผู้ช่วยเจียงนี่เอง ทำไมคุณไม่โทรมาก่อนที่คุณจะมา ฉันจะได้ไปรับคุณที่ประตู ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ผมมาทำธุระอยู่แถวนี้พอดี ก็เลยแวะมา”
หม่าเจียจวิ๋นยิ้มและพูดว่า “คุณแค่ตอบอย่างสุภาพ ฉันรู้”
ขณะที่เขาพูดแบบนี้ เขาได้เชิญเจียงเสี่ยวไป๋ให้นั่งลงข้างกองไฟ แล้วยื่นบุหรี่ให้เขา
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบมันขึ้นมาและเห็นว่าเป็นบุหรี่ยี่ห้อหนานไห่
แตกต่างจากบุหรี่ผสมอื่น ๆ ยาสูบที่ผ่านการบ่มด้วยปล่องไฟบริสุทธิ์ของหนานไห่มีรสชาติคล้ายกับบุหรี่ต่างประเทศส่วนใหญ่
ขณะที่หม่าเจียจวิ๋นกำลังจะหยิบไม้ขีดออกมา เจียงเสี่ยวไป๋ก็หยิบไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งออกมาจากกระเป๋าของเขา แล้วจุดมันเพียงแค่ ‘คลิก’ เดียว และเอื้อมมือไปจุดบุหรี่ให้หม่าเจียจวิ๋นต่อ
หลังจากจุดไฟแล้ว หม่าเจียจวิ๋นก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้ช่วยเจียง ไม่เป็นไร ฉันจุดเองก็ได้”
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋จุดบุหรี่ให้ตัวเองแล้ว เขาก็ยื่นไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งให้หม่าเจียจวิ๋นโดยตรง “ผมให้ ! ”
หม่าเจียจวิ๋นชอบของชิ้นนี้มา แต่ก็ปฏิเสธไปตามมารยาท “สุภาพบุรุษเขาไม่เอาสิ่งที่คนอื่นชอบไป”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “รับไปเถอะ ผมยังมีไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งอีกหลายอัน อันนี้มอบให้กับคุณเป็นพิเศษ”
หม่าเจียจวิ๋นตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะรับมันไป
เขาพลิกมันไปมาในมือ แล้วดูอยู่หลายครั้ง เขาพยายามจุดไฟสองสามครั้ง ก่อนจะพบว่าไฟแช็กนี้ไม่เพียงแต่สะอาดและไม่มีกลิ่นน้ำมันก๊าดเท่านั้น แต่ยังใช้งานได้สะดวกมาก เขาจึงถามด้วยความประหลาดใจว่า “ผู้ช่วยเจียง ไฟแช็กนี้สามารถใช้ได้หลายครั้งเลยใช่ไหม แล้วทำไมถึงเรียกว่าไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งล่ะ ? ”
มีคนมากมายเคยถามคำถามนี้กับเขา ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้อธิบายอย่างอดทนอีกครั้ง
เมื่อรู้ว่าก๊าซจำนวนน้อยนิดนี้สามารถใช้ได้มากกว่าพันครั้ง หม่าเจียจวิ๋นก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาไม่สนใจที่จะพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ถึงความร่วมมือเกี่ยวกับผักนอกฤดูอีกต่อไป และถามด้วยความตื่นเต้นว่า “ผู้ช่วยเจียง ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งนี้มีโรงงานผลิตอยู่ที่ไหนเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผู้จัดการหม่า คุณเป็นผู้จัดการของตลาดเกษตรไม่ใช่เหรอ ? ทำไมคุณถึงเกิดสนใจไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งขึ้นมาได้ ? ”
หม่าเจียจวิ๋นกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง เป็นเรื่องจริงที่ฉันเป็นผู้จัดการตลาดเกษตร แต่สิ่งนี้ก็ไม่ได้ขัดขวางฉันที่มีความสนใจเกี่ยวกับตลาดไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งก็เป็นผลิตภัณฑ์ของเจียงเจียกรุ๊ปเช่นกัน”
แต่ถ้าพูดตามหลักการ ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของเจียงเจียกรุ๊ป
แต่สิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดไปนั้นก็ถูกต้องจริง ๆ
แม้ว่าเจี้ยนหยางจะเป็นแหล่งผลิตไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็เป็นคนคิดค้น นำเทคโนโลยี อุปกรณ์ และวัตถุดิบสำหรับผลิตไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งไปให้ที่นั่นทั้งหมด อาจกล่าวได้ว่าก่อนที่ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งจะได้รับความนิยมในตลาด การผลิตไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งในเจี้ยนหยางขึ้นอยู่กับเจียงเสี่ยวไป๋
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด
สิ่งสำคัญคือสัญญาระหว่างเจียงเสี่ยวไป๋และเทศบาลเมืองเจี้ยนหยาง ก่อนที่ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าชิ่งจะคืนเงินค่าอุปกรณ์การผลิตไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งให้กับเจียงเสี่ยวไป๋ได้ครบ ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งทั้งหมดที่ผลิตในเจี้ยนหยางสามารถขายให้กับเขาได้เท่านั้น
สิ่งนี้นำไปสู่ความจริงที่ว่าแท้จริงแล้วหมู่บ้านต้าชิ่งแล้วเป็นโรงงานของเจียงเสี่ยวไป๋ และหากไม่มีเขา ก็คงจะไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้เลย
ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงกล้าพูดว่าไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งเป็นผลิตภัณฑ์ของเจียงเจียกรุ๊ป
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หม่าเจียจวิ๋นก็รู้สึกตื่นเต้นมากจนเปลี่ยนสรรพนามเรียกว่า “ไม่คิดเลยว่าน้องชายจะมีผลิตภัณฑ์ที่ดีแบบนี้ ซึ่งดีกว่าผักนอกฤดูกาลมาก”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและกล่าวว่า “ผักนอกฤดูและไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทและจะต้องตีตลาดให้ได้”
หม่าเจียจวิ๋นกล่าวว่า “น้องชาย ถ้าทำสัญญาซื้อขายผักนอกฤดูกับฉัน ฉันควบคุมตลาดเกษตรได้เพียงในเขตเฉาหยางเท่านั้นนะ แต่ถ้าร่วมมือกับฉันในเรื่องไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งด้วย ฉันสามารถหาตลาดให้ได้ทั่วทั้งเทียนจิงเลย”
“คุณหมายความว่าอย่างไร ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและถามขึ้นมา
หม่าเจียจวิ๋นกล่าวว่า “ฉันมีน้องชายชื่อหม่าเจียเฉียง เขาเคยทำงานจัดซื้อในห้างสรรพสินค้า ปีที่แล้วเขาทำธุรกิจด้วยตัวเองและก่อตั้งบริษัทการค้า เขามีพนักงานมากกว่าร้อยคนที่อยู่ภายใต้การดูแล และยังมีส่วนร่วมในธุรกิจการซื้อขาย หากคุณร่วมมือกับเขา ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งจะปรากฏในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ สหกรณ์การจัดหาและการตลาด และโรงอาหารในเทียนจิงในไม่ช้า”
เจียงเสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้ทีมขายของเขาเองก็ได้เปิดร้านในห้างสรรพสินค้าบางแห่งในเทียนจิง แล้ว ซึ่งขายถุงสะดวกซื้อ นมถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
เมื่อถึงเวลานั้น ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งก็จะมีจำหน่ายในเทียนจิง และคงไม่มีปัญหาในการตีตลาดและการเข้าถึงช่องทางเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม มังกรที่แข็งแกร่งไม่เคยปราบงูเจ้าถิ่นได้ พนักงานขายของเจียงเจียกรุ๊ปอาจจะต้องสู้กับทีมของหม่าเจียเฉียง
“ผู้จัดการหม่า ถ้าถึงเวลานั้น ผมสามารถพิจารณาร่วมมือกับคุณได้ แต่ก็ไม่ต้องรีบร้อนไป เรามาพูดถึงผักนอกฤดูกันก่อน”
“โอเค โอเค ! ” หม่าเจียจวิ๋นดีใจมากและตอบตกลงในทันที
จากนั้น ทั้งสองก็ได้พูดคุยเกี่ยวกับเงื่อนไขสัญญาขายผักนอกฤดูให้กับตลาดเกษตรเขตเฉาหยาง โดยหลัก ๆ แล้วคือความหลากหลาย ปริมาณ ราคา การจัดส่งและวิธีการชำระเงิน
ไม่ต้องพูดถึงรายการผัก ตลาดเกษตรเขตเฉาหยางรับผักนอกฤดูกาลทั้งหมด 32 ชนิดที่บริษัทขายผักสามารถจัดหามาให้ได้
สำหรับปริมาณ ทั้งสองก็ได้ตกลงกันคร่าว ๆ ว่าจะครั้งแรกจะมีการส่งรถบรรทุกผักนอกฤดูต่าง ๆ จำนวน 2 คันรถมาที่นี่ ส่วนชนิดของผักและปริมาณก็เอาตามที่เกษตรกรมี
แต่จะมุ่งเน้นไปที่ราคา
สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับราคาซื้อและราคาขาย
เจียงเสี่ยวไป๋ถามเกี่ยวกับราคาผักต่าง ๆ ตามฤดูกาลในเทียนจิง จากนั้นก็เปรียบเทียบกับราคาในชิงโจว และในที่สุดก็ตกลงราคาซื้อกับหม่าเจียจวิ๋นได้
ราคานี้มีตั้งแต่ 60% ไปจนถึงสองเท่าของราคาขายในชิงโจว
หม่าเจียจวิ๋นเองก็เข้าใจในเรื่องนี้ดี
ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องขนส่งผักนอกฤดูมาจากชิงโจว ซึ่งใช้ต้นทุนค่าขนส่งมากกว่าหนึ่งพันกิโลเมตร ไหนต้องเผื่อกรณีผักที่จะเสียหายด้วย