ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 741 ความร่วมมือจะต้องได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 741 ความร่วมมือจะต้องได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ตอนที่ 741 ความร่วมมือจะต้องได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
แม้ว่าราคาซื้อที่ตลาดเกษตรเขตเฉาหยางจะค่อนข้างสูง แต่หม่าเจียจวิ๋นก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร
ท้ายที่สุดแล้วราคาผักในเทียนจิงก็สูงอยู่แล้ว
แม้ว่าตลาดเกษตรจะต้องมีราคาซื้อเพิ่มขึ้น 30% แต่ราคาขายที่คำนวณได้ของผักนอกฤดูจะสูงกว่าราคาผักในฤดูถึง 40%
สิ่งที่หายากย่อมมีราคาเสมอ ซึ่งหม่าเจียจวิ๋นก็คิดว่าคนทั่วไปน่าจะยอมรับได้
ทว่าสิ่งที่เขากังวลคือเรื่องปัญหาการขนส่งมากกว่า
“ผู้ช่วยเจียง คุณสามารถส่งผักนอกฤดูกาลมาทุกวันได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “อย่ากังวลไปเลยผู้จัดการหม่า เจียงเจียกรุ๊ปของเรามีบริษัทโฮเนสโลจิสติกส์อยู่ในเครือข่าย ผมจะให้รถของบริษัทส่งสินค้ามาจากชิงโจวให้คุณทุกวันไปเลย”
หม่าเจียจวิ๋นพยักหน้า ด้วยวิธีนี้ แม้ต้องรอสักสองสามวันสำหรับการจัดส่งครั้งแรกแล้ว หลังจากนั้นผักนอกฤดูใหม่ ๆ ยังสามารถส่งไปยังตลาดเกษตรได้ทุกวันอีกด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “การขนส่งจากชิงโจวไปยังเทียนจิงใช้เวลาประมาณสองวัน หากผู้จัดการหม่าเปลี่ยนชนิดผัก จะต้องแจ้งบริษัทขายผักล่วงหน้าสามวัน”
“ไม่มีปัญหา เราคงไม่เปลี่ยนมันง่าย ๆ หรอก” หม่าเจียจวิ๋นกล่าว
“หากตกลงกันได้แบบนี้ เราก็สามารถเซ็นสัญญากันได้แล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หม่าเจียจวิ๋นเริ่มร่างสัญญาขึ้นมาทันที โดยระบุว่าหลังจากส่งผักนอกฤดูไปยังตลาดเกษตรแล้ว ผักเหล่านั้นจะได้รับการชั่งน้ำหนักและจ่ายตามราคาที่ตกลงกันไว้ โดยห้ามผิดนัดชำระหรือค้างชำระเป็นอันขาด
เมื่อคำนวณจากราคาผักโดยเฉลี่ยที่ 30 เหมาต่อชั่ง ตลาดเกษตรเขตเฉาหยางจะซื้อผักนอกฤดู 2 คันรถต่อวัน ซึ่งมีราคาประมาณ 6,000-7,000 หยวน
หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้มีความสุขขนาดนั้น แต่กลับเคร่งขรึมมากขึ้น
ซึ่งในตอนนี้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องการขายผักนอกฤดูอีกต่อไป แต่ที่เป็นกังวลคือเรื่องการจัดหาผักนอกฤดูให้กับตลาดของเกษตรในเขตเฉาหยาง ซึ่งครั้งหนึ่งจะต้องส่งในรถบรรทุกมินิแวน 140 ของบริษัทโฮเนสต์โลจิสติกส์มากถึง 8 คัน
บริษัทโฮเนสต์โลจิสติกส์มีรถบรรทุกมินิแวน 140 จำนวน 115 คัน
หากมีการขายผักนอกฤดูในเทียนจิงมากขึ้นในอนาคต อาจส่งผลให้รถในบริษัทโฮเนสต์โลจิสติกส์ขาดแคลนและไม่สามารถเอาไปจัดส่งผลิตภัณฑ์ของธุรกิจอื่นได้
คิดแล้วก็ปวดหัว !
เขาจึงไม่มีความคิดที่จะพัฒนาช่องทางขายผักเพิ่มเติมในตอนนี้
โดยไม่คาดคิด หม่าเจียจวิ๋นกลับกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง หากคุณกำลังมองหาตลาดเกษตรรายอื่น ฉันสามารถแนะนำคุณให้รู้จักกับบางคนได้”
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นผู้จัดการระดับสูง จึงเป็นเรื่องปกติที่จะรู้จักผู้จัดการของตลาดเกษตรในเขตอื่นอีกหลายแห่ง
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ขอบคุณมาก ในตอนนี้สิ่งที่ผมต้องทำคือจัดหาผักมาขายให้กับคุณก่อน ส่วนเรื่องการขยายตลาด เราค่อยคุยกันทีหลัง”
หม่าเจียจวิ๋นรู้สึกดีใจมากเมื่อได้ยินประโยคนี้ ทั้งที่จริงเขากัดฟันพูดเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเจียงเสี่ยวไป๋ เพื่อที่เขาจะได้ร่วมมือกับเจียงเสี่ยวไป๋ในการขายไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งในอนาคต
ใครจะไปคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับทำให้เขาประหลาดใจ
ไม่คิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะส่งผักมาให้เขาแต่เพียงผู้เดียว
ด้วยวิธีนี้ ตลาดที่เขาบริหารอยู่จะต้องมีความพิเศษมากกว่าตลาดเกษตรทุกที่ในเทียนจิง บางทีถ้าผู้นำให้ความสนใจในเรื่องนี้ เขาอาจจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งอีกด้วย
“ขอบคุณมากน้องชาย ! ”
“ฉันจะจำความกรุณานี้ไว้ ! ”
หม่าเจียจวิ๋นกล่าวด้วยความจริงใจและซาบซึ้ง
ในตอนแรก เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้ง จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขากำลังพิจารณาเฉพาะปัญหาด้านการขนส่งเท่านั้น ท่าทีที่ทำอะไรไม่ถูกของเขานี้ทำให้หม่าเจียจวิ๋นคิดผิดว่าเขากำลังสนับสนุนเขา
อาจกล่าวได้ว่าเป็นความเข้าใจผิดเท่านั้น
“ยินดี ผู้จัดการหม่า อย่างน้อยเราก็ร่วมมือกันแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย”
หม่าเจียจวิ๋นหัวเราะเสียงดัง “โอ้ คุณพูดดีมาก หากคุณสนับสนุนฉัน ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขาไม่พูดอะไรอีกและเอาบุหรี่ออกมา
หม่าเจียจวิ๋นรีบหยุดเขาแล้วรีบเอาบุหรี่หนานไห่ของเขาออกมาอย่างรวดเร็ว “เอาน่า สูบบุหรี่ของฉันดีกว่า แม้ว่ามันจะไม่ดีเท่าบุหรี่ที่คุณสูบ แต่คนในเทียนจิงก็นิยมสูบบุหรี่นี้เป็นจำนวนมาก”
เจียงเสี่ยวไป๋รับมันมา จากนั้นหม่าเจียจวิ๋นก็หยิบไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งออกมาแล้วจุดให้เขาทันที
“น้องชาย คุณคุ้นเคยกับกลิ่นของบุหรี่หนานไห่ไหม ? ”
ที่จริงแล้วเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ชอบรสชาติของยาสูบที่บ่มด้วยควัน ดังนั้นเขาจึงพูดออกมาแบบรักษาน้ำใจว่า “มันค่อนข้างดี”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้ หม่าเจียจวิ๋นก็ยืนขึ้นทันทีและเดินไปที่โต๊ะของเขา หยิบบุหรี่หนานไห่ออกมาจากลิ้นชัก ก่อนจะเดินมายัดมันลงในมือของเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “เอาไปเถอะครับ จะได้ไม่ต้องหาซื้อมัน”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะแปลกใจเมื่อเห็นบรรจุภัณฑ์ของบุหรี่หนานไห่ในชาตินี้ เพราะบรรจุภัณฑ์ของบุหรี่บุหรี่หนานไห่ที่เขาเคยเห็นนั้นเป็นกล่องสีขาวดำ เขียนคำว่า ‘Z หนานไห่’ เป็นตัวหนา
แต่เมื่อมองแวบแรก บรรจุภัณฑ์ของบุหรี่หนานไห่ ตรงหน้าของเขาในตอนนี้ดูเหมือนบุหรี่ปกติทั่วไปในท้องตลาด ตัวซองจะเขียนด้วยตัวอักษรสีขาวบนพื้นหลังสีแดง และตัวอักษรยังคงเขียนด้วยลายมือ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นบรรจุภัณฑ์ของบุหรี่หนานไห่ในสมัยนี้
หลังจากคิดดูแล้ว มันก็เป็นแค่บุหรี่ เขาจึงไม่ปฏิเสธและพูดว่า “ขอบคุณมากผู้จัดการหม่า”
พูดจบ เขาก็ยัดบุหรี่ลงในกระเป๋า
หม่าเจียจวิ๋นยิ้มและพูดว่า “ดูสิ ฉันเรียกคุณว่าน้องชายแล้ว ดังนั้นอย่าเรียกฉันว่าผู้จัดการเลย ฉันแก่กว่าคุณไม่กี่ปี ดังนั้นเรียกฉันว่าพี่ชายก็ได้”
“ได้ครับ พี่หม่า ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม
หม่าเจียจวิ๋นพูดอย่างมีความสุข “งั้นก็ถือว่าเราคุยเรื่องซื้อขายกันจบแล้ว ไปกินเป็ดย่างกับเนื้อแกะกันเถอะ เดี๋ยวฉันจะโทรหาน้องชายของฉันให้ไปเจอกันที่นั่นด้วย แล้วคุยกันเรื่องไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูเวลาและเห็นว่าสี่โมงเย็นแล้ว เขาจึงพูดว่า “ตอนนี้คุณยังไม่เลิกงาน เราค่อยไปกินข้าวกลางวันด้วยกันในวันพรุ่งนี้ดีไหม ? ”
หม่าเจียจวิ๋นหัวเราะ “ฉันเป็นผู้จัดการของที่นี่ ไม่มีใครมากำหนดว่าฉันควรออกงานกี่โมงหรอก ไม่เป็นไร เราไปวันนี้น่ะดีแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งแล้วตอบตกลง
หม่าเจียจวิ๋นกล่าวว่า “งั้นรอสักครู่ ฉันจะโทรหาน้องชายของฉันก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
หม่าเจียจวิ๋นพูดอีกครั้ง “ส่วนคุณก็ตัดสินใจได้เลยว่าจะไปกินเป็ดย่างหรือเนื้อแกะตุ๋น ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “อะไรก็ได้ครับ ขอแค่ร้านที่มันอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้”
หม่าเจียจวิ๋นกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นกินเป็ดย่างกันดีกว่า มีร้านเป็ดย่างหมิ่นฟู่ที่เก่าแก่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ มันไม่แย่ไปกว่าเป็ดย่างในภัตตาคารเฉวียนจวี้เต๋อเลย ดังนั้นเราจะไปที่นั่น”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พี่หม่าตัดสินใจเลยครับ”
หม่าเจียจวิ๋นพยักหน้า จากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรหาหม่าเจียเฉียง
สายเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว
หม่าเจียจวิ๋นกล่าวออกมาทันทีว่า “เจียเฉียง ฉันพี่ชายของนายเอง มาพบฉันที่ร้านเป็ดย่างหมินฟู่ด่วนนะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
“……”
ดูเหมือนว่าปลายสายคิดที่จะปฏิเสธ แต่หม่าเจียจวิ๋นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เย็นนี้นายก็ต้องมาเจอฉันให้ได้ เข้าใจไหม”
“……”
หลังจากพูดจบ หม่าเจียจวิ๋นก็วางสายแล้วหันไปพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “เสร็จแล้ว ไปกันเถอะ”
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ลุกขึ้น หม่าเจียจวิ๋นก็เดินไปปิดฝาครอบของเตาถ่านหินแล้วเดินออกไปพร้อมกับ เจียงเสี่ยวไป๋
ร้านเป็ดย่างหมิ่นฟู่อยู่ห่างจากที่นี่ประมาณสี่ถึงห้าร้อยเมตรเท่านั้น ทั้งสองคนจึงเดินไปถึงที่นั่นไม่กี่นาที
“เฮ้ ผู้จัดการหม่า วันนี้จะนั่งที่ล็อบบี้หรือเป็นห้องส่วนตัวดี ? ” เถ้าแก่เนี้ยคุ้นเคยกับหม่าเจียจวิ๋นดี จึงถามด้วยความกระตือรือร้น
หม่าเจียจวิ๋นพูดว่า “อยากได้ห้องส่วนตัวเล็ก ๆ หน่อย สักพักน้องชายของผมก็จะมาถึง รบกวนพาเขาไปที่ห้องส่วนตัวที”
เถ้าแก่เนี้ยพูดด้วยรอยยิ้ม “งั้นเอาห้องส่วนตัวหมายเลข 3 เมื่อเสี่ยวหม่ามา ฉันจะพาเขาไปหาคุณเอง”
หม่าเจียจวิ๋นขอบคุณ และเดินตามเถ้าแก่เนี้ยเข้าไปในห้องส่วนตัวหมายเลข 3
หลังจากสั่งอาหารแล้ว เถ้าแก่เนี้ยก็เดินออกไป
เจียงเสี่ยวไป๋นำบุหรี่ออกมาแล้วยื่นให้หม่าเจียจวิ๋น จากนั้นทั้งสองก็สูบบุหรี่และพูดคุยกัน
ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา บริกรก็เริ่มนำอาหารเข้ามาเสิร์ฟ ส่วนหม่าเจียเฉียงก็มาถึงพอดี