ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 745 คุณสมควรเป็นพี่ชายของฉันจริง ๆ
ตอนที่ 745 คุณสมควรเป็นพี่ชายของฉันจริง ๆ
หม่าเจียเฉียงเดินออกจากร้าน ยืนอยู่ที่ทางเดินและมองไปที่ห้องส่วนตัวหมายเลข 3 เขากำเงิน 3 เหมาไว้ในมือราวกับว่าเขากำลังกำกุญแจประตูสู่ความมั่งคั่งอยู่
หากเจียงเสี่ยวไป๋ขายส่งให้เขาในราคาอันละ 1.5 เหมาหรือต่ำกว่านั้น และราคาที่เขานำไปขายต่ออยู่ที่ 3 เหมาต่ออัน คำนวณจากจำนวนผู้คนในเทียนจิงแล้ว คงไม่มีปัญหาในการทำยอดขาย 1 ล้านอันภายในหนึ่งเดือนอย่างแน่นอน
หากว่ามันเป็นแบบนี้จริง ๆ เขาก็จะสามารถสร้างรายได้ประมาณ 150,000 หยวนต่อเดือนได้อย่างง่ายดาย
ให้ตายเถอะ มันทำกำไรได้มากกว่าธุรกิจทั้งหมดในตอนนี้ของเขาเสียอีก !
ฮู่ว……
หม่าเจียเฉียงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ดวงตาของเขาแสดงความมุ่งมั่นออกมา จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังห้องส่วนตัวหมายเลข 3
เมื่อเปิดประตู เขาก็เดินไปหาเจียงเสี่ยวไป๋และตะโกนออกมาด้วยความเคารพ “พี่ชาย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋และหม่าเจียจวิ๋นต่างก็ตกตะลึง
หม่าเจียจวิ๋นจึงพูดออกมาว่า “นายเรียกอะไรของนาย ? ”
หม่าเจียเฉียงตบเงิน 3 เหมาในมือลงบนโต๊ะ แล้วพูดว่า “ฉันขายไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งชิ้นนั้น ซึ่งได้มันมา 3 เหมา ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ดูจะมีความสุขมาก “นี่คุณออกไปขายไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งโดยเฉพาะเลยเหรอ ? ”
หม่าเจียเฉียงกล่าวว่า “หากจะให้ลูกม้าข้ามแม่น้ำ เราต้องดูก่อนว่าน้ำลึกไหม”
ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น เขาก็มองกลับไปที่หม่าเจียจวิ๋นแล้วพูดว่า “พี่ การที่พี่มองเห็นโอกาสทำเงินจากไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งได้แบบนี้ ก็แสดงว่าพี่ก็มีสายตาที่ดีขึ้นแล้ว”
หม่าเจียจวิ๋นเม้มริมฝีปากด้วยความโกรธ “นายไม่จำเป็นต้องมาสอนฉันหรอก”
หม่าเจียเฉียงนั่งบนเก้าอี้ของเขาและพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋อย่างจริงใจ “ฉันหม่าเจียเฉียง พูดคำไหนคำนั้น จากนี้ไปคุณคือพี่ชายของฉัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบพูดออกมาทันที “ไม่ ไม่ คุณนั่นแหละเป็นพี่ ! ”
ไม่จำเป็นต้องพูดเลย เงิน 3 เหมาที่หม่าเจียเฉียงหามาได้นี้แสดงให้เขาเห็นว่าผู้ชายคนนี้มีความสามารถในการขายเพียงใด
หม่าเจียเฉียงกล่าวว่า “ไม่ ไม่ ไม่ คุณนั่นแหละที่เป็นพี่ชายของฉัน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เห็นได้ชัดว่าคุณแก่กว่า ฉันควรเรียกคุณว่าพี่เฉียงจะดีกว่า ! ”
หม่าเจียเฉียงจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แม้ว่าคุณจะเรียกฉันว่าพี่เฉียง มันก็เหมือนกับการเรียกฉันด้วยชื่อเล่นนั่นแหละ แต่หากฉันเรียกคุณว่าพี่เจียง มันก็เหมือนเป็นการเรียกคุณว่าพี่ชาย”
หม่าเจียจวิ๋นกลอกตาขณะที่เขามองจากด้านข้าง แต่เขาก็รู้ว่าน้องชายคนนี้หัวแข็ง ต่อให้ใช้วัวเก้าตัวก็ไม่สามารถลากเขากลับมาจากสิ่งที่เขาตัดสินใจได้
หากเรื่องแค่นี้ไม่ได้เสียหายอะไร งั้นก็ปล่อยเขาไปเถอะ “‘งั้นทำไมนายไม่รีบยกแก้วเหล้าเคารพเขาล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบพูดว่า “ลืมมันไปเถอะ มาดื่มกันก่อน”
หม่าเจียเฉียงพูดว่า “ใช่ เราต้องดื่มอวยพร ! ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เติมสุราลงในแก้วตัวเอง และดื่มจนหมดในอึกเดียว ก่อนจะพูดว่า “แก้วนี้สำหรับลงโทษตัวเอง ! ”
ทันทีที่เขาพูดจบ แก้วที่สองก็ตามมา
เขาดื่มเข้าไปอีกอึกหนึ่ง “ส่วนแก้วนี้ฉันขอดื่มให้กับคุณ”
หลังจากเติมแก้วที่สามแล้ว เขาก็ยกแก้วขึ้นแล้วพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “พี่เจียง ฉันเคารพคุณ หากคุณต้องการความช่วยเหลืออะไร ฉันจะทำให้แน่นอน”
แก้วของเจียงเสี่ยวไป๋ยังเหลือสุราครึ่งแก้ว แต่เพราะเขาไม่อยากขายหน้า เขาจึงดื่มสุราที่เหลือในอึกเดียว ก่อนจะหยิบขวดขึ้นมาเติม ยกแก้วขึ้นชนแก้วของหม่าเจียเฉียงแล้วพูดว่า “พี่เฉียง ฉันยอมรับสถานะนี้ก็ได้ เอาล่ะ มาชนแก้วกัน ! ”
“ชน ! ”
หม่าเจียเฉียงดื่มเสร็จในอึกเดียวและหัวเราะเสียงดัง “พี่เจียง คุณหยิ่งทะนงมาก เช่นเดียวกับสุภาพบุรุษในเทียนจิงของเรา ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็เรอออกมา
หลังจากดื่มสุราสามแก้วติดต่อกัน ก็ไม่ต่างจากดื่มสุราครึ่งขวดในคราวเดียว แม้ว่าเขาจะสามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้มาก แต่ในท้องของเขาก็มีแก๊สมากเกินไป จนไม่สามารถกลั้นมันไว้ได้ เมื่อเรอมันออกมา เขาก็รู้สึกโล่งทันที
เจียงเสี่ยวไป๋ดื่มไปหนึ่งแก้วครึ่ง แล้วส่ายหัวอย่างอดไม่ได้เช่นกัน
หม่าเจียเฉียงกล่าวว่า “พี่เจียง ฉันก็ได้บอกความต้องการของฉันไปแล้ว ฉันสนใจที่จะร่วมมือกับคุณ งั้นช่วยบอกฉันทีได้ไหมว่าเราจะร่วมมือกันได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ตอนที่ฉันมาที่เทียนจิงครั้งนี้ ฉันได้พบกับพี่ชายของคุณบนเครื่องบิน และเราก็ได้เพิ่งลงนามในสัญญาซื้อขายผักนอกฤดู ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น”
“ผักนอกฤดู ? ” หม่าเจียเฉียงมองหม่าเจียจวิ๋นด้วยความสับสน หม่าเจียจวิ๋นพยักหน้า จากนั้นก็เล่าถึงสถานการณ์ที่ทำให้เขารู้จักกับเจียงเสี่ยวไป๋และอธิบายว่าผักนอกฤดูคืออะไร
หลังจากฟังสิ่งนี้แล้ว หม่าเจียเฉียงก็พูดด้วยตวามตื่นเต้น “พี่เจียง เราเองก็ต้องการรับผักนอกฤดูของคุณมาขายบ้าง ! ความต้องการในการซื้อผักในเทียนจิงนั้นสูงมาก คงน่าเสียดายถ้าจัดหาให้เฉพาะตลาดเกษตรของพี่ชายฉันเท่านั้น คงจะดีไม่เท่ากับอุปทานของคนทั่วทั้งเมืองหรอก”
“อืม พี่ไม่ต้องวิ่งหาตลาดเพิ่มเติมด้วย พี่ก็ยกให้ฉันดูแลเรื่องขายผักนอกฤดูในเทียนจิงไปแล้วกัน”
หม่าเจียจวิ๋นจ้องมองน้องชายของเขาด้วยความโกรธ “นายจะไปรู้อะไร ? ที่พี่เจียงของนายจัดการแบบนี้เพราะเขาคิดเผื่อฉันต่างหาก”
หม่าเจียเฉียงยิ้มด้วยสีหน้าดูถูก “ฉันรู้ว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่ ? ”
“ผักนอกฤดูพวกนี้ไม่ได้ทำให้ตลาดในเขตเฉาหยางของพี่ได้เปรียบตลาดอื่นเท่านั้น แต่มันยังอาจทำให้พี่ได้เลื่อนตำแหน่งอีกด้วย ใช่ไหม ? ”
“ในเมืองหลวงทุกวันนี้ ทุกคนที่ฉันรู้จักต่างก็มีหน้าที่การงานที่สูงกว่าพี่หมด พี่ก็อายุสี่สิบกว่าปีแล้ว ต่อให้ได้เลื่อนตำแหน่ง มันจะไปได้สูงแค่ไหนกัน ? ”
“ในความคิดของฉัน ฉันว่าพี่ควรหยุดอยู่ที่ตำแหน่งผู้จัดการของตลาดเกษตร แล้วเราสองคนก็ออกมาทำให้บริษัทจวิ๋นเฉียงของเรายิ่งใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นไปด้วยกันดีกว่า”
“เพราะถึงอย่างไรบริษัทจวิ๋นเฉียงก็เป็นของเราทั้งคู่อยู่แล้ว”
หม่าเจียจวิ๋นไม่สามารถพูดเรื่องนี้ได้ เมื่อเขาก่อตั้งบริษัทจวิ๋นเฉียงเป็นครั้งแรก เขาตกลงกับน้องชายว่าจะช่วยกันทำให้บริษัทนี้ให้ยิ่งใหญ่ แต่เขาก็มุ่งเอาแต่ทำงานของตัวเอง ส่วนน้องชายที่บริหารเองก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเลย
ปัจจุบัน บริษัทจวิ๋นเฉียงเกือบทั้งหมดบริหารงานโดยหม่าเจียเฉียงเพียงคนเดียว
“มารอดูกันก่อน ถ้าฉันสามารถใช้ประโยชน์จากผักนอกฤดูในครั้งนี้ได้ ฉันก็จะสามารถเลื่อนขั้นไปอีกระดับหนึ่ง จากนั้นฉันก็จะขอลาพักร้อนได้โดยที่ยังคงได้เงินตามปกติ อย่างน้อยตำแหน่งของฉันก็จะได้สูงขึ้นกว่าเดิม”
“เอาล่ะ มันขึ้นอยู่กับพี่ ! ” หม่าเจียเฉียงไม่อยากสนใจและหยุดพูดกับหม่าเจียจวิ๋น ก่อนจะหันไปพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ “ตอนนี้เราอย่าเพิ่งพูดถึงผักนอกฤดูกันเลย มาพูดถึงไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งกันก่อนเถอะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า แม้ว่าเขาต้องการจะขายผักนอกฤดูให้กับหม่าเจียเฉียงอีก แต่เขาก็ทำไม่ได้ เพราะปัญหาเรื่องการขนส่งที่มีข้อจำกัด
“พี่เฉียง ก่อนที่จะพูดถึงไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง ฉันขอแนะนำให้คุณรู้จักกับเจียงเจียกรุ๊ปของเราก่อน”
“เอาล่ะ งั้นก็พูดมา ฉันก็สนใจบริษัทของคุณเหมือนกัน ฉันเองก็อยากรู้ว่ามันเป็นบริษัทแบบไหนที่สามารถทำผลิตภัณฑ์อย่างไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งออกมาได้ ? ”
“เจียงเจียกรุ๊ปไม่เพียงแต่ผลิตไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งเท่านั้น” เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา ๆ “แต่ฉันคิดว่าพี่เฉียงคงเคยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวอื่นของเจียงเจียกรุ๊ปมาบ้างแล้วล่ะ ? ”
“โอ้ ? ” หม่าเจียเฉียงประหลาดใจและพูดว่า “พี่เจียง ทำไมถึงคิดว่าฉันอาจเคยใช้ผลิตภัณฑ์ตัวอื่นของเจียงเจียกรุ๊ปมาแล้ว ? นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเกี่ยวกับเจียงเจียกรุ๊ปเลยนะ”
“ถุง……สะดวก……ซื้อ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดคำสามคำออกมาช้า ๆ
ถุงสะดวกที่ผลิตโดยโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกได้เข้าสู่ห้างสรรพสินค้าบางแห่งและสหกรณ์การตลาดในเทียนจิงมานานแล้ว ปัจจุบันถุงสะดวกซื้อเป็นที่นิยมอย่างมากในเทียนจิง เจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่เชื่อว่าหม่าเจียเฉียงจะไม่ได้ใช้มัน
“ถุงสะดวกซื้อ… เป็นผลิตภัณฑ์ของเจียงเจียกรุ๊ปงั้นเหรอ ? ” หม่าเจียเฉียงถามด้วยความเหลือเชื่อ
บริษัทของเขาเป็นบริษัทเกี่ยวกับการขายสินค้า จึงทำให้ต้องใช้ถุงสะดวกซื้อเป็นจำนวนมาก
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสิ่งนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ของเจียงเจียกรุ๊ปด้วยเหมือนกัน
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ปัจจุบันโรงงานเพียงแห่งเดียวที่ผลิตถุงสะดวกซื้อในประเทศคือโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกที่เจียงเจียกรุ๊ปของเราเป็นเจ้าของอยู่”
“ฮ่าฮ่าฮ่า……”
หม่าเจียเฉียงยิ้ม “พี่เจียง คุณสมควรที่จะเป็นพี่ชายที่ฉันเคารพจริง ๆ มา บอกฉันมาเร็วเข้าว่าเราจะสามารถร่วมมือกับเจียงเจียกรุ๊ปของคุณได้อย่างไร ? ”