ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 754 เที่ยวกำแพงเมืองจีนท่ามกลางหิมะ
ตอนที่ 754 เที่ยวกำแพงเมืองจีนท่ามกลางหิมะ
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกมีความสุขขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยินว่าหลินเจียตงและคนอื่นจะมาในวันอาทิตย์ “พี่จาง งั้นก็แสดงว่าพวกเขาจะมาทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ใช่ไหม ? ”
ป้าจางกล่าวว่า “ใช่แล้ว พวกเขามักจะมารับประทานอาหารกลางวันในวันเสาร์ พักค้างคืนที่นี่หนึ่งคืนและออกเดินทางหลังจากทานอาหารกลางวันในวันอาทิตย์แล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ได้ในทันทีว่าเขาเข้าใจผิด เพราะหลินเจียตงและภรรยาจะมาวันเสาร์และค้างคืนที่นี่หนึ่งคืน
เขาจะกลับมาตอนเย็นหลังจากไปเยี่ยมบ้านของคุณโฮ่ว
แบบนี้เขาก็จะได้พบกับหลินเจียตงในเย็นวันเสาร์หลังจากที่เขากลับจากบ้านของคุณโฮ่วแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋จึงอดไม่ได้ที่จะตั้งตารอและถามออกมาว่า “พี่จาง แล้วนอกจากพ่อแม่ของเสี่ยวชู่แล้ว ยังมีคนอื่นมาอีกด้วยหรือเปล่า ? ”
ป้าจางกล่าวว่า “ปกติปู่ของเสี่ยวชู่จะไม่กลับมา ครอบครัวคุณอาของเขาอาจจะกลับมาด้วย อ้อ จริงสิ เสี่ยวหยูเองก็กลับมาเช่นกัน”
เสี่ยวหยูหรือที่รู้จักกันในชื่อหลินหยูกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทียนจิง และมักจะกลับบ้านในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยเหมือนกัน
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดคุยกับป้าจางในขณะที่ทำอาหารไปด้วย
กระทั่งเวลาประมาณห้าโมง เจียงเสี่ยวไป๋ได้ทำอาหารเสร็จแล้ว และเขายังได้รู้เรื่องราวมากมายอีกด้วย
หลินเจียตงพ่อของหลินชู่ทำงานในสำนักงานโทรคมนาคม แม่ของเขาชื่อว่าเฉาเสวี่ยรุ่ย ทำงานที่หัวเซี่ยปิโตเลียม ส่วนหลินเจียเหลียงทำงานที่สำนักงานใหญ่ฮัวเซีย และจูฮัวคนรักของเขาทำงานใน CCTV ทุกคนต่างนั่งตำแหน่งสูงทั้งนั้น จึงทำให้พวกเขามีสิทธิ์และอำนาจในสายงานของตนเอง
และเมื่อนึกถึงบรรดาลูก ๆ ของหลินต้ากั๋วที่มีหน้าที่การงานใหญ่โต อยู่ทั้งในสายงานการรถไฟ การบิน การแพทย์ เจียงเสี่ยวไป๋ได้แต่ทอดถอนใจด้วยความทึ่งที่อำนาจของครอบครัวนี้ ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย
หลังอาหารเย็น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้โทรหาคุณโฮ่วและนัดว่าจะไปบ้านของเขาในตอนบ่ายวันพรุ่งนี้
ทำให้คุณโฮ่วมีความสุขมาก เขาพูดออกมาอย่างตื่นเต้นว่า “เราตกลงกันไว้แล้วนะว่านายจะทำอาหารให้ฉันกินตอนมาที่บ้านของฉัน ต้องการวัตถุดิบอะไรบ้างล่ะ พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปซื้อพร้อมกับป้าเซินของนาย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มเจื่อน นับตั้งแต่เขาแสดงทักษะการทำอาหาร ทุกคนต่างก็อยากคว้าตัวเขาไปทำอาหารให้
ตอนอยู่ที่บ้านของลุงรองก็เป็น บ้านของชายชราหลินก็เป็น แม้แต่ไปบ้านของคุณโฮ่วที่เทียนจิงเป็นครั้งแรกก็ไม่เว้น
พอมาคิดดูแล้ว คงมีแต่แม่ยายที่เข้าใจเขาที่สุด เพราะทุกครั้งที่เขาบอกจะเข้าครัว แม่ยายมักจะไม่ยอมให้เขาทำเพราะความสงสารเขา
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยินดีที่จะไปทำอาหารที่บ้านของคุณโฮ่วเสมอและไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหลบเลี่ยง เขาจึงบอกรายการสิ่งที่ต้องใช้ในทันที
คุณโฮ่วหยิบปากกาขึ้นมาจดทีละข้อและย้ำกับเจียงเสี่ยวไป๋ซ้ำไปซ้ำมาว่าพรุ่งนี้ให้มาเร็วหน่อย ก่อนที่จะกดวางสายไป
ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
วันรุ่งขึ้น หิมะก็ยังคงตกอย่างต่อเนื่อง
หลินชู่ตั้งใจเปลี่ยนมาใช้รถจี๊ปเพื่อพาเจียงเสี่ยวไป๋และเจียงชานไปที่ปาต้าหลิง ถนนตลอดสายถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ เมื่อพวกเขามาถึงเชิงกำแพงเมืองจีนปาต้าหลิง พวกเขาก็ได้เห็นภูเขาและกำแพงเมืองที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ
ในเวลานี้ ไม่มีใครอยู่ที่นี่อีกแล้ว ยกเว้นพวกของเจียงเสี่ยวไป๋
ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้คนเพราะหิมะตกหนัก แต่ในปี 1983 กำแพงเมืองจีนปาต้าหลิงไม่ใช่จุดชมวิวที่โด่งดังแล้ว แต่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของภูเขาแห้งแล้งที่ไม่มีคนดูแล
ในความเป็นจริง กำแพงเมืองจีนปาต้าหลิงนั้นได้ถูกทิ้งร้างมานานมากแล้วตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ป้อมกำแพงเมืองบริเวณประตูสู่ทิศเหนือได้ถูกทำลายลงกว่าครึ่ง ส่วนป้อมบริเวณหอคอยจูหยงกวนก็ถูกทำลายลงเช่นกัน และยังมีอีกหลายส่วนของกำแพงเมืองจีน อย่างเช่น ตัวผนัง กำแพง แท่นหิน แท่นกำแพง และหอสังเกตการณ์ที่พังถล่มลงมา
หลังจากนั้นก็ได้มีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 1952 เสนอให้ซ่อมแซมกำแพงเมืองจีนเขตปาต้าหลิงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนกระทั่งในปี 1984 ป้อมปราการกำแพงเมืองจีนทั้ง 19 แห่งก็ได้รับการซ่อมแซมจนเสร็จและมีความยาวทั้งหมด 3,741 เมตร กำแพงเมืองโบราณก็ได้ถูกปรับปรุงให้สวยงามมากขึ้นเช่นกัน
เมื่อมองดูภูเขาว่างเปล่าที่อยู่ห่างไกลออกไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ถอนหายใจออกมา เขาเคยไปปาต้าหลิงมาแล้วหลายครั้งในชาติก่อน แต่ทุกครั้งที่มาก็จะมีผู้คนหนาแน่นตลอด จนเขาไม่รู้เลยว่าเขามาเยี่ยมชมกำแพงเมืองจีนหรือมาดูผู้คนมากกว่า
“ในอนาคต ก็คงจะเป็นเรื่องยากที่ได้มาเห็นกำแพงเมืองจีนที่ไร้ผู้คนแบบนี้อีกครั้ง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ชี้ไปที่หอคอยจูหยงกวนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะตรงหน้าเขาแล้วพูดอย่างทอดถอนใจ
หลินชู่จึงบอกไปว่า “ได้ข่าวว่ากำแพงเมืองจีนจะถูกซ่อมแซมภายในปีหน้า ก็ถือว่าเรายังมีโอกาสที่ได้เห็นรูปลักษณ์ดั้งเดิมของกำแพงเมืองจีน แต่ไม่รู้เลยว่าหลังจากที่ซ่อมแซมเสร็จแล้ว มันจะเป็นอย่างไร”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ช่างเถอะ เอาล่ะ มาถ่ายรูปกัน”
“หนูขอก่อน หนูขอก่อน ! ”
พอเจ้าตัวเล็กได้ยินเรื่องถ่ายรูปก็รีบพูดแทรกขึ้นมาในทันที
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปรอบ ๆ แล้วเลือกที่ให้เธอไปยืนถ่ายรูป หนูน้อยค่อย ๆ เดินช้า ๆ บนหิมะที่หนาทึบและทันทีที่เธอก้าวขาลงไป เธอก็พบว่าหิมะนี้ลึกมาก มันลึกเกือบ 10 เซนติเมตรเลย !
“ป่าป๊า ที่นี่หิมะตกเยอะมาก ! ”
หนูน้อยไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน หลังจากที่เดินได้เพียงแค่ 2-3 ก้าว เธอก็หันกลับไปมองรอยเท้าที่เธอเหยียบทิ้งไว้ ทำให้เธอมีความสุขมาก
ในช่วงที่หิมะตกหนัก หอคอยเมืองโบราณที่อยู่ภายใต้ภูเขาอันกว้างใหญ่ก็ได้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวหนาทึบด้วยเช่นกัน มีน้ำแข็งหนาห้อยยาวอยู่ใต้ชายคาทำให้มันยิ่งดูโบราณและรกร้างมากขึ้นไปอีก ภาพบรรยากาศนี้ถูกเพิ่มสีสันด้วยหนูน้อยที่สวมแจ็กเก็ตผ้าฝ้ายสีแดงที่ยังคงเคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่ร่าเริงเกินจริง พร้อมกับเก๊กท่าถ่ายรูปไปด้วย
“ป่าป๊า ถ่ายอีก ๆ หนูอยากถ่ายรูปอีกเยอะ ๆ ! ”
หนูน้อยโห่ร้องอย่างตื่นเต้นพร้อมกับวิ่งไปรอบ ๆ หิมะเพื่อหาตำแหน่งที่ชอบ
เจียงเสี่ยวไป๋ถ่ายรูปเธอหลายภาพ
“พี่ชาย มาช่วยถ่ายรูปให้หนูกับป่าป๊าหน่อยสิ ! ”
เด็กน้อยไม่อยากถ่ายคนเดียว ดังนั้นเธอจึงพยายามชวนเจียงเสี่ยวไป๋และหลินชู่มาถ่ายรูปด้วย
หลังจากถ่ายรูปได้สักพัก ทั้งสามคนถึงได้เริ่มเดินบนกำแพง
การเดินไปตามกำแพงเมืองที่มีหิมะหนาแบบนี้ยังไม่นับว่าเดินลำบากและลื่นเท่าไหร่ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เจียงเสี่ยวไป๋มีประสบการณ์นี้เช่นเดียวกัน
ทั้งลมหนาวพัด หิมะถล่ม ถนนที่แสนยาวไกล เดินไปตามบทเพลง มองย้อนการเดินทาง อดีตก็เหมือนควัน……
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเพลงประกอบละครทีวีที่เขาเคยดูในชาติที่แล้ว ในตอนนั้นเขาก็คงคิดแค่ว่าเพลงนี้เพราะดี แต่ในตอนนี้เขากลับกำลังนึกถึงมันในขณะที่เดินอยู่บนภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
บางทีชีวิตก็เหมือนการเดินอยู่บนหิมะ รอยเท้าของคุณจะถูกทิ้งตลอดทางที่เดิน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่หิมะละลาย รอยเท้าของคุณที่เคยทิ้งไว้ก็จะละลายหายไปด้วยเช่นกัน ราวกับว่าคุณไม่เคยอยู่บนโลกนี้มาก่อน
“ป่าป๊า ป่าป๊ากำลังคิดอะไรอยู่ ? ”
“มาถ่ายรูปด้วยกันมา ! ”
แต่แล้วเสียงตะโกนของเจียงชานก็ได้ดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาจึงตอบกลับลูกสาวไปอย่างรวดเร็ว “มาแล้ว ! ”
และเขาก็เดินไปถ่ายรูปให้กับลูกสาวของเขาที่กำลังพิงกำแพงอยู่ จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางกันต่อ
ในขณะที่กำลังขึ้นไปอยู่นั้น ลมกับหิมะก็เหมือนจะพัดแรงขึ้น ลมเหนือที่พัดแรงทำให้ใบหน้าของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด เธอหายใจหอบอย่างหนัก แต่ก็ยังคงพยายามที่จะปีนไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อเธอปีนขึ้นถึงบนหอคอย เธอก็ส่งเสียงออกมาด้วยความดีใจ ทำให้เสียงสดใสของเธอดังก้องไปทั่วท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหิมะ
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูใบหน้าที่มีความสุขของลูกสาวด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข
แต่เมื่อหันกลับไปมองไปทางทิศใต้ อยู่ดี ๆ เขาก็นึกถึงหลินเจียอินขึ้นมา
“ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่นะ ? ”
“ที่เจียงวาน หิมะก็คงจะตกเหมือนกันใช่ไหม ? ”
“คุณคงจะกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหลุมไฟ ผิงไฟอุ่น ๆ คุณจะคิดถึงผม เหมือนที่ผมคิดถึงคุณบ้างไหมนะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พึมพำกับตัวเองเบา ๆ