ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 755 ไปเยี่ยมเหล่าโฮ่ว
“ฮัดชิ้ว ! ”
“ฮัดชิ้ว ! ”
“ฮัดชิ้ว ! ”
อยู่ดี ๆ หลินเจียอินที่กำลังนั่งอ่านหนังสือและกำลังผิงไฟอยู่นั้นก็จามออกมาสามครั้งติดต่อกัน
“เจียอิน ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ? เป็นหวัดเหรอ ? ”
หวังซิ่วจวี๋นั่งเย็บพื้นรองเท้าอยู่ด้านข้างรีบวางอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยลงแล้วถามด้วยความเป็นห่วง
หลินเจียอินส่ายหัว “หนูไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ! ”
หวังซิ่วจวี๋พูดอย่างเป็นกังวลว่า “แต่ลูกจาม ลูกจะสบายดีได้อย่างไร ? ระวังจะเป็นหวัดเอานะ ! ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “พ่อจะเพิ่มฟืน ไฟจะได้แรงขึ้น”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “เร็วหน่อย อากาศจะต้องอุ่นมากกว่านี้ ดูเหมือนว่าวันนี้หิมะจะตกหนักเลย”
เจียงไห่หยางยืนขึ้นแล้วหยิบพลั่วขึ้นมา ก่อนที่จะพูดว่า “ตกก็ตกเถิด ปีนี้เราไม่กลัวหนาวแล้ว”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ที่นี่หิมะตกแล้ว คาดว่าในเทียนจิงที่เสี่ยวไป๋และชานชานไปก็คงจะมีหิมะตกหนักมากเหมือนกัน”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ใช่ แม่ดูพยากรณ์อากาศแล้วเมื่อคืนนี้ ที่เทียนจิงหิมะตกแล้วเหมือนกัน”
การดูพยากรณ์อากาศในทีวีเป็นที่นิยมมากในยุคนี้ เป็นเวลานานแล้วที่พยากรณ์อากาศไม่ได้มีเรตติ้งสูงขนาดนี้ในบรรดารายการทีวีทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หลินเจียอินก็มักจะไม่รู้ เพราะเธอไม่ค่อยดูทีวีสักเท่าไหร่
“อ่า ที่เทียนจิงหิมะตกจริงด้วย ! ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเขาที่ไม่มีโต๊ะหลุมไฟไว้ให้ความอบอุ่นจะหนาวขนาดไหน ขออย่าให้พวกเขาเป็นหวัดเลย ! ”
หลินเจียอินพูดอย่างเป็นกังวล
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอก พวกเขาคงจะสวมเสื้อผ้าแบรนด์ต่างประเทศ มันหนามาก พวกเขาต้องไม่หนาวแน่นอน ! ”
เมื่อพูดถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่ หลินเจียอินก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดและถอนหายใจออกมา “ปีนี้หนูตั้งท้องลูก ก่อนหน้านี้ก็เอาแต่อ่านหนังสือ หนูเลยไม่ได้นึกจะซื้อไหมพรมมาถักเสื้อสเวตเตอร์ให้ชานชานเลย”
ในช่วงฤดูหนาวเมื่อ 2 ปีก่อน เธออยากถักเสื้อสเวตเตอร์ให้ลูกสาวของเธอ แต่ในตอนนั้นครอบครัวของเธอยากจน เงินทั้งหมดที่เธอมีก็ถูกเจียงเสี่ยวไป๋เอาไปเล่นพนันจนหมด ไม่มีแม้แต่จะมาซื้อข้าวกิน แล้วแบบนั้นเธอจะไปเอาเงินจากที่ไหนมาซื้อไหมพรม
ครั้งล่าสุดที่เธอถักเสื้อสเวตเตอร์ให้ลูกสาวของเธอ คือตอนที่เจียงชานอายุได้ 2 ขวบ
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ลูกไม่ต้องคิดมาก หลังจากที่แม่เย็บพื้นรองเท้าเหล่านี้เสร็จแล้ว แม่จะซื้อไหมพรมเนื้อดีมาถักเสื้อให้ลูกและชานชานเอง”
หลินเจียอินพูดว่า “แม่คะ แม่ไม่ต้องถักให้หนูหรอก ถ้าจะถักเสื้อสเวตเตอร์ ถักให้ชานชานกับเสี่ยวไป๋ดีกว่า ! ”
หวังซิ่วจวี๋ยิ้มและพูดว่า “อย่างไรแม่ก็จะถักให้ลูกกับชานชาน ส่วนของพ่อเขาและของเสี่ยวไป๋ค่อยถักให้มีหลัง พวกเราจะต้องได้สวมเสื้อสเวตเตอร์ตัวใหม่ก่อนตรุษจีนอย่างแน่นอน”
หลินเจียอินกล่าวว่า “แม่คะ อีกไม่ถึงเดือนก็จะถึงตรุษจีนแล้วนะ อย่าถักเยอะเลย เดี๋ยวก็เหนื่อยเอาหรอก”
หวังซิ่วจวี๋ยิ้ม “เพราะเสี่ยวไป๋ไม่ยอมให้แม่กับพ่อของลูกขึ้นเขาไปตัดฟืน แม่ก็เลยไม่ได้ทำอะไรเลย ถ้าไม่ได้คิดที่จะทำรองเท้าก่อน แม่ก็คงจะถักเสื้อสเวตเตอร์นานแล้ว”
หลินเจียอินพูดว่า “เมื่อวานหนูไปที่ทางเข้าหมู่บ้านเพื่อไปดูศูนย์กิจกรรมของชาวบ้านที่ใกล้จะสร้างเสร็จแล้ว ตอนที่เสี่ยวไป๋กลับมา เขาจะเปิดร้านที่นั่นให้พ่อกับแม่ดูแล แม่ก็คงไม่มีเวลาถักเสื้อแล้วนะคะ อย่าถักเยอะเกินไปเลยค่ะ ซื้อมาใส่ก็สะดวกดี”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ไม่ว่าเสื้อผ้าที่ซื้อจะดีแค่ไหน แต่จะดีกว่าเสื้อสเวตเตอร์ที่ถักเองได้อย่างไร อีกอย่างต่อให้เปิดร้าน แต่พ่อของลูกเขาก็ต้องไปดูแลที่นั่นเป็นหลักอยู่แล้ว อย่างมากแม่ก็แค่ไปช่วยเขาได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น เจียงไห่หยางก็กลับมาพร้อมกับถ่านหิน เขาเปิดฝาโต๊ะหลุมไฟและเติมถ่านหินลงในเตาและพูดว่า “เจียอิน แม่เขาพูดถูก ในครอบครัวของเรา ลูกคือคนที่สำคัญที่สุด ลูกบำรุงครรภ์ของตัวเองให้สบายใจได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น”
หลินเจียอินรู้ว่าพ่อแม่ของสามีเธอนั้นเป็นคนดื้อรั้น ไม่ยอมฟังคำพูดของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องเห็นด้วย
……
กว่าทั้งสามจะกลับจากปาต้าหลิงมาถึงเทียนจิงก็เป็นเวลาสี่โมงกว่าแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋ขอให้หลินชู่ไปส่งเขาและเจียงชานที่ Capital Normal University เพราะว่าเหล่าโฮ่วพักอยู่ที่บ้านพักอาจารย์ภายในมหาวิทยาลัย
หลินชูคุ้นเคยกับพื้นที่นี้มาก หลังจากฟังพิกัดที่เจียงเสี่ยวไป๋บอก เขาก็สามารถมาถึงหน้าที่พักของเหล่าโฮ่วได้อย่างง่ายดาย
ที่พักของเหล่าโฮ่วเป็นอาคารสไตล์ตะวันตกขนาดเล็ก 2 ชั้น ดูเหมือนอาคารในยุคปี 1940 ถึงปี 1950 มีต้นดอกไห่ถังอยู่หน้าทางเข้า 2 ต้น ลำต้นของต้นไม้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนากว่าหนึ่งนิ้ว ประตูเหล็กที่ชั้นหนึ่งถูกปิดเอาไว้ ปล่องท่อเหล็กยื่นออกมาข้างหน้าต่างกระจกตรงกลาง พร้อมกับปล่อยควันสีขาวออกมา
“คุณอา ผมจะไปด้วย ไม่ได้เจอคุณปู่โหวมานานแล้ว ! ”
หลังจากจอดรถแล้ว หลินชู่ก็ขอตามไปด้วย
ระหว่างพูด เขาก็เดินไปที่ท้ายรถและเปิดท้ายรถหยิบบุหรี่ออกมา 2 แถว ดูเหมือนว่าเขาจะเตรียมตัวมาอย่างดี
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยความประหลาดใจว่า “นายรู้จักเหล่าโฮ่วด้วยเหรอ ? ”
หลินชู่ยิ้มรับ “ผมอาศัยอยู่กับปู่ทวดของฉัน เหล่าโฮ่วมักจะมาเยี่ยมปู่ทวดของผมปีละครั้ง ผมเลยได้เจอกับเขาหลายครั้ง”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกันเลย”
ดีเหมือนกัน เขากินข้าวที่บ้านเหล่าโฮ่วเสร็จแล้วจะได้กลับไปพร้อมหลินชู่เลย แบบนี้ตอนเข้าไปในชุมชุนก็ไม่ยุ่งยากแล้ว
เจียงชานมองดูผลไม้สีแดงที่กระจัดกระจายอยู่บนต้นไห่ถังหน้าบ้าน พวกมันมีสีขาวอมชมพูดูน่ากินมาก เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ป่าป๊าคะ นั่นมันคือผลไม้อะไรหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูมันแล้วพูดว่า “นั่นคือผลไห่ถัง”
“กินได้ไหมคะ ? ” หนูน้อยถาม
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “หนูนี้เหมือนนักชิมเลยนะ เห็นอะไรก็อยากไปกินไปหมด”
หนูน้อยจึงพูดว่า “ยังไม่ได้กินเลย หนูก็แค่ถามเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มันไม่อร่อยหรอก มันฝาด ! ”
หนูน้อยได้ยินแบบนั้นก็แลบลิ้นออกมา “ฝากหรอคะ งั้นลืมมันไปเถอะ หนูจะเคาะประตูแล้วนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า ก่อนที่หนูน้อยจะวิ่งไปที่ประตูอย่างเร่งรีบพร้อมกับยกมือเล็ก ๆ ของเธอขึ้นไปเคาะประตูสองสามครั้ง
ประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างของเหล่าโฮ่วที่ยืนอยู่
เหล่าโฮ่วมีรูปร่างสูงใหญ่ ในตอนนี้เขาสวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อหนา เลยทำให้พุงของเขาดูป่องเล็กน้อย
เขาดันแว่นตาขึ้นและเห็นชัดเจนว่าเป็นเจียงซาน จึงหัวเราะออกมา “เจ้าตัวน้อยมาแล้วเหรอ ! ”
“สวัสดีค่ะคุณปู่โฮ่ว ! ” เจียงซานทักทายอย่างสุภาพ
“เอาล่ะ เข้ามาเร็ว ข้างนอกหนาวมาก มีทั้งน้ำแข็งและหิมะ” คุณปู่โฮ่วพูดแล้วมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ ก่อนที่จะพูดต่อว่า “บอกให้มาไวหน่อย แล้วทำไมถึงมาเอาป่านนี้”
“สวัสดีคุณปู่โฮ่ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายแล้วพูดต่อว่า “เมื่อเช้านี้ผมได้พาชานชานไปที่ปาต้าหลิงมา ระยะทางมันค่อนข้างไกลจากกัน เลยมาช้าน่ะครับ”
เมื่อคุณปู่โฮ่วได้ยินว่าเขาไปที่ปาต้าหลิงมา เขาก็อดไม่ได้ที่จะเบะปาก “อยากโดนด่าเหรอ การที่นายพาชานชานไปที่นั่นท่ามกลางหิมะที่ตกหนักขนาดนี้ ไม่รู้เหรอว่ามันอันตรายขนาดไหน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดต่อว่า “เป็นเรื่องยากที่จะเห็นความบริสุทธิ์ของกำแพงเมืองจีนท่ามกลางสายลมและหิมะ”
คุณปู่โฮ่วส่ายหัวและไม่พูดอะไรอีก เขามองไปที่หลินชู่แล้วพูดว่า “เสี่ยวชู่ก็มาด้วยเหรอ ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ ? ”
หลินชูยิ้ม “สวัสดีครับปู่โฮ่ว ผมเห็นว่าคุณและคุณอากำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เลยไม่อยากรบกวน”
เหล่าโฮ่วหัวเราะเสียงดัง “สมแล้วที่อยู่ข้างกายชายชรา นับวันก็ยิ่งช่างพูดขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว”
หลินชู่ยกบุหรี่สองแถวที่อยู่ในมือขึ้นมา แล้วพูดว่า “ผมรู้ว่าคุณไม่ดื่ม คุณทวดจึงฝากให้ผมเอาบุหรี่ของเขามาให้คุณสองแถว ! ”
คุณปู่โฮ่วดูมีความสุขมาก “บุหรี่ของปู่ทวดนายไม่มีจำหน่ายข้างนอก ฉันจะสูบมันอย่างดีเลยล่ะ ฝากขอบคุณคุณปู่ทวดให้ด้วยนะ”
หลินชู่พยักหน้ารับ
เหล่าโฮ่วจึงหยิบบุหรี่ขึ้นมา แล้วพาพวกเขาเข้าไปในบ้าน