ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 756 เยี่ยมเยียนเพื่อนเก่า
ภายในในห้องนั่งเล่น เซินติงจื่อกำลังนั่งผิงไฟข้างเตาถ่านอยู่กับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง
เตาถ่านชนิดนี้แตกต่างจากทางภาคใต้ตรงที่ด้านบนของมันมีแผ่นเหล็กวางเป็นโต๊ะ มีต้นแบบมาจากโต๊ะหลุมไฟ แต่หน้าโต๊ะไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักและยังมีฟังก์ชั่นที่ใช้งานค่อนข้างง่าย
“สวัสดีค่ะย่าเซิน ! ”
“สวัสดีครับป้าเซิน ! ”
เมื่อเจียงชานและเจียงเสี่ยวไป๋เห็นเซินติงจื่อ ทั้งคู่ก็ทักทายเธออย่างสุภาพ
เซินติงจื่อตอบกลับ ก่อนที่จะเรียกให้มานั่งและแนะนำหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างเธอให้รู้จัก “นี่คือลูกสะใภ้รองของฉัน เธอชื่อเติ้งลี่”
หลังจากนั้น ก็ได้แนะนำเจียงเสี่ยวไป๋และเจียงชานให้รู้จักด้วยเหมือนกัน
เติ้งลี่ทักทายทั้งสองคนสั้น ๆ อย่างสุภาพ แต่ก็ยังคงมีท่าทีที่ห่างเหินกันอยู่เล็กน้อย
แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ญาติกัน ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นต้องคาดหวังให้ผู้อื่นมาสุภาพกับคุณมากนักเมื่อพบกันเป็นครั้งแรก
“สวัสดีค่ะป้าเติ้ง”
เจียงชานกล่าวสวัสดีอย่างสุภาพ ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋ก็กล่าวต่ออย่างสุภาพเช่นกัน
สำหรับหลินชู่นั้น เซินติงจื่อก็ไม่รู้จักเขาเช่นกัน ดังนั้นเธอจึงมองไปที่หลินชู่โดยคิดว่าเขาเป็นเพื่อนของเจียงเสี่ยวไป๋
เหล่าโฮ่วยิ้มและพูดว่า “นี่คือเสี่ยวชู่ เป็นเหลนของชายชราหลิน”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ดวงตาของเติ้งลี่ก็เป็นประกาย เธอพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “เธอคือเสี่ยวชู่หรอ ฉันเห็นเธอตั้งแต่ยังเป็นเด็ก คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว เธอเหมือนพ่อของเธอสมัยหนุ่ม ๆ เลย”
ท่าทีของเธอที่มีต่อหลินชู่แตกต่างจากทัศนคติของเธอที่มีต่อเจียงเสี่ยวไป๋และลูกสาวของเขาอย่างเห็นได้ชัด
หลินชู่รู้สึกได้ถึงความแตกต่างนี้ เขาพูดว่า “คุณป้า คุณป้าทำงานในสำนักงานโทรคมนาคมด้วยใช่หรือเปล่าครับ ? ”
เติ้งลี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฉันไม่ได้ทำงานที่สำนักงานโทรคมนาคม แต่ลูกชายคนโตของฉันทำงานที่สำนักงานไปรษณีย์และโทรคมนาคมในเมือง เขาอายุก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอนี่แหละ”
หลินชู่พยักหน้ารับ
เติ้งลี่ที่กำลังจะพูดต่อ แต่ก็ถูกเซินติงจื่อขัดจังหวะเสียก่อน จากนั้นหญิงชราก็พูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “เสี่ยวเจียงมาเสียทีนะ ชายชราเขาบ่นถึงเธอหลายวันแล้ว ผักที่คุณหลินให้คนนำมาส่งให้ช่างดีจริง ๆ เราไม่ได้กินผักสดที่อร่อยแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่ที่เรามาที่เทียนจิง”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ผักเหล่านี้เป็นผักนอกฤดูที่ปลูกในชิงโจว และกำลังจะวางจำหน่ายในตลาดผักของตลาดเกษตรกรเขตเฉาหยางในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้”
เซินติงจื่อรู้สึกประหลาดใจมาก “ปลูกที่หมู่บ้านของพวกเธอเองหรือ พวกเธอเก่งมากเลยจริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดตอบออกไปอย่างนอบน้อม “มันก็เป็นแค่เพียงเทคโนโลยีการเพาะปลูกเรือนกระจก ไม่มีอะไรเลยพิเศษเลยครับ”
เหล่าโฮ่วหัวเราะออกมา ก่อนที่จะพูดว่า “เสี่ยวเจียงถ่อมตัวมากเกินไปแล้ว ถ้ามันง่ายดายขนาดนั้น เทียนจิงจะไม่มีออกวางขายเลยหรือ ? ”
“จริง ! ” เซินติงจื่อเห็นด้วยและกล่าวต่อว่า “เธอบอกว่าจะขายในตลาดเกษตรกรที่อยู่ในเขตเฉาหยางใช่ไหม ? แล้วได้ขายในเขตไห่เตี้ยนด้วยไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในเขตไห่เตี้ยนยังไม่มีวางขายครับ แค่การขนส่งผักจากชิงโจวมายังเทียนจิงก็ใช้เวลาในการเดินทางที่ค่อนข้างนาน รถหนึ่งคันต้องใช้เวลาสี่หรือห้าวันในการเดินทางไปกลับ ในแต่ละวันเราจะต้องใช้รถบรรทุกสองคันในการวิ่งส่งผักให้กับตลาดเกษตรกรเขตเฉาหยาง เพราะงั้นจะต้องมียานพาหนะอย่างน้อยแปดคันในการขนส่ง และถ้ายังมีความล่าช้าในการเดินทางอีก ก็อาจจะต้องใช้ยานพาหนะเพิ่มอีกสองคัน ซึ่งบริษัทโลจิสติกส์ของผมในชิงโจวก็ไม่มียานพาหนะมากมายขนาดนั้นที่จะขนส่งผักมายังเทียนจิง”
เซินติงจื่อและเหล่าโฮ่วต่างก็พยักหน้าเข้าใจ เซินติงจื่อจึงแสดงสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยออกมา ก่อนจะพูดว่า “ฉันก็แค่กลัวว่าถ้าอยากซื้อผักนอกฤดูของเธอบ้างในอนาคต ฉันก็ต้องไปซื้อผักที่เฉาหยาง แต่ถ้าเธอวิ่งส่งแค่สองคันรถต่อวัน ฉันคิดว่าน่าจะไปซื้อมันไม่ทัน เพราะมันคงจะขายหมดเร็วมาก ไม่รู้ว่าจะซื้อทันไหม ? ”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนี้ก็จนปัญญา เลยทำได้เพียงพูดว่า “ไม่ต้องห่วงครับ เมื่อไหร่ที่ปัญหาเรื่องการขนส่งนี้ได้รับการแก้ไขแล้ว ผมจะสามารถให้รถวิ่งส่งผักไปขายได้ทั่วเมืองเทียนจิงอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เหล่าโฮ่วก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “นายสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน มาเถอะ เราหยุดพูดเรื่องนี้กันก่อน มาสูบบุหรี่ ดื่มชาแล้วไปทำอาหารกัน”
เมื่อพูดอย่างนั้นเสร็จแล้ว เขาก็หยิบบุหรี่ออกมาและยื่นให้เจียงเสี่ยวไป๋และหลินชู่คนละมวน
เซินติงจื่อเมื่อเห็นแบบนั้นก็พูดออกมาว่า “คุณทำแบบนี้ได้ไง เขาพึ่งจะมากันเอง จะให้เขารีบไปทำอาหารได้อย่างไร”
เหล่าโฮ่วพูดออกมาอย่างเมินเฉย “ทำไมฉันจะรีบไม่ได้ ในเมื่อเราตกลงกันแล้ว ? ใครขอให้เขามาสายขนาดนี้ล่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบบุหรี่ขึ้นมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ป้าเซิน ไม่เป็นไรครับ ลุงโฮ่วพูดถูก ป้าไม่ต้องคิดมาก”
หลังจากที่หลินชู่หยิบบุหรี่ขึ้นมา เขาก็หยิบไฟแช็กออกมาจุด เขาจุดให้เหล่าโฮ่วก่อน จากนั้นจึงหันมาจุดให้เจียงเสี่ยวไป๋ต่อ
หลังจากที่เขาจุดไฟให้ตัวเองแล้ว เหล่าโฮ่วก็พูดว่า “เสี่ยวชู่ ไฟแช็กของเธอนี้มันไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย ! ”
หลินชู่หัวเราะออกมา “ปู่โฮ่ว นี่เรียกว่าไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง คุณอาเอาให้ผม ถ้าคุณปู่อยากได้ก็ลองถามเขาดูสิ”
ขณะที่เขาพูดอยู่นั้น เขาก็ได้เก็บไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งลงในกระเป๋าของเขาไปด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มออกมา ก่อนที่จะหยิบออกมาจากกระเป๋าถือของเขาสองสามอันแล้วยื่นให้กับเหล่าโฮ่ว
เมื่อเหล่าโฮ่วเห็นแบบนั้นก็อุทานออกมาทันที “เธอให้ฉันมากขนาดนี้เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ใช่ของล้ำค่าอะไรครับ แค่ไฟแช็กธรรมดา มันสะดวกต่อการจุดบุหรี่และจุดไฟน่ะครับ”
เหล่าโฮ่วลองกดไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งที่อยู่ในมือเล่นพร้อมรอยยิ้ม เขายื่นมาให้เซินติงจื่อแล้วพูดว่า “เสี่ยวเจียงบอกว่าใช้ไอ้นี่จุดไฟสะดวกกว่า คุณสามารถใช้สิ่งนี้เพื่อจุดเตาถ่านหินในตอนเช้าด้วยก็ได้นะ”
เซินติงจื่อรับมันมาอย่างมีความสุขและพยายามจุดมันอยู่สองสามครั้ง และได้รู้ว่ามันสะดวกกว่าไม้ขีดจริง ๆ เธอจึงพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวเจียง เธอทำให้ฉันประหลาดใจทุกครั้งที่ได้เจอกันเลย ไฟแช็กอันแค่นี้มันดีมากจริง ๆ ”
เธอพูดไปด้วยและเอามันไปวางไว้บนโต๊ะเตาถ่าน
เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบหยิบมันขึ้นมาแล้วพูดว่า “ป้าเซิน เชื้อเพลิงที่อยู่ในไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งคือก๊าซบิวเทน ไม่สามารถวางลงบนโต๊ะเตาถ่านหินแบบนี้ได้ ไม่เช่นนั้นมันอาจจะระเบิดได้ครับ”
เซินติงจื่อเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเล็กน้อย
เหล่าโฮ่วจึงถามออกมาว่า “แล้วการใช้ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งนี้เป็นอันตรายหรือไม่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ตราบใดที่มันไม่ได้วางไว้ในสถานที่ที่มีอุณหภูมิสูง มันก็ปลอดภัยมากครับ”
เหล่าโฮ่วและเซินติงจื่อถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เติ้งลี่ที่นั่งเงียบมาโดยตลอด จู่ ๆ ก็พูดขัดขึ้นมา “เสี่ยวเจียง ก่อนอื่นช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าผักนอกฤดูจะขายเฉพาะที่ตลาดเกษตรกรในเขตเฉาหยางเท่านั้นใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและมองดูเธอด้วยความประหลาดใจ โดยสงสัยว่าทำไมจู่ ๆ เธอถึงวกกลับเข้าสู่หัวข้อนี้อีกครั้ง
“ฉันกินผักที่คุณส่งมาให้เมื่อไม่กี่วันมานี้ มันอร่อยมากจริง ๆ ” เติ้งลี่ยิ้มและพูดว่า “ฉันคิดว่ามันอาจจะฟังดูไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่มากนัก แต่ฉันมีความคิดหนึ่งอยากปรึกษากับเธอ เธอคิดว่ามันพอจะเป็นไปได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ในเมื่อบอกว่ามันคือความคิดที่ดูไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่ก็อย่าพูดออกมาเลย แต่เขาก็ยังคงเอ่ยว่า “พูดมาเถอะครับ”
เติ้งลี่กล่าวว่า “คุณสามารถขายผักนอกฤดูกาลของคุณให้กับมหาวิทยาลัยของเราได้ไหม แบบนี้คุณพ่อคุณแม่ก็จะได้กินผักสะดวกขึ้นแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อยแล้วมองดูเธอ ปัญหาของผักนอกฤดูไม่ใช่ที่ขาย แต่เป็นปัญหาในการขนส่งอย่างที่เขาเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้
เติ้งลี่ไม่ได้มองดูสีหน้าของเจียงเสี่ยวไป๋ในตอนนี้ เธอยังคงพูดต่ออีกว่า “ขอเพียงคุณเห็นด้วยกับความคิดนี้ ฉันสามารถติดต่อกับมหา’ลัยเพื่อรับประกันให้คุณได้ว่ามหาวิทยาลัยของเราสามารถซื้อผักนอกฤดูของคุณได้”
เมื่อเหล่าโฮ่วได้ยินแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เสี่ยวลี่ เอาล่ะ แต่อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลยดีกว่า”
เติ้งลี่พูดอย่างร้อนใจว่า “พ่อคะ นี่เป็นเรื่องดี ทำไมถึงพูดไม่ได้ล่ะคะ ? ”