ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 761 การได้มาซึ่งบ้านหลังนี้
ตอนที่ 761 การได้มาซึ่งบ้านหลังนี้
วันรุ่งขึ้น เจียงเสี่ยวไป๋มาที่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของถนนหวงเฉิงเกินอีกครั้ง
ในที่สุด หิมะที่ตกลงหนักมาตลอดหลายวันก็ได้หยุดลงเสียที
ถนนในซอยได้มีการเคลียร์หิมะไปบ้างแล้ว หิมะถูกไถออกไปสองข้างทาง กองหิมะปนโคลนทำให้ดูเลอะเทอะเล็กน้อย
ต้นไม้และหลังคาทั้งสองข้างทางยังปกคลุมไปด้วยหิมะ ในตรอกซอกซอยเริ่มมีแสงแดดส่องลงมาให้ความสว่างเจิดจ้าบ้างแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกอารมณ์ดี เพราะที่นี่จะกลายเป็นบ้านอีกหลังของเขา
ท้ายที่สุด เขาก็มาที่นี่เพื่อรับกุญแจ
เมื่อเคาะประตู สนามหญ้าขนาดใหญ่ก็ว่างเปล่า เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดถูกขนย้ายออกไป และมีเพียงสวีโช่วเย่ เท่านั้นที่อยู่ข้างในบ้าน
“เสี่ยวเจียง ฉันขอฝากบ้านหลังนี้ไว้กับคุณด้วย ! ”
สวีโช่วเย่วางกุญแจไว้ในมือของเจียงเสี่ยวไป๋ ก่อนจะตบมือของเขาแล้วพูดเบา ๆ
“ไม่ต้องกังวลคุณสวี ผมจะดูแลบ้านหลังนี้อย่างดีครับ ! ”
สวีโช่วเย่พยักหน้า บ้านนี้ไม่ได้เป็นของเขาอีกต่อไปแล้ว และเขาไม่สามารถควบคุมสิ่งที่เจ้าของคนใหม่ต้องการจะทำกับมันได้ ถึงอย่างนั้นเขายังคงรู้สึกสบายใจกับสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด
“หากว่าคุณไปที่เซี่ยงไฮ้ ก็แวะไปหาฉันบ้างนะ ! ”
“เมื่อคุณกลับไปที่ชิงโจว ก็ฝากทักทายฉางเกิงให้ฉันด้วยนะ ! ”
สวีโช่วเย่กล่าวขึ้นมาในที่สุด
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและตอบกลับออกมาว่า “ผมจะไปหาเขาแน่นอนครับ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ถามว่า “คุณต้องการให้ผมแจ้งที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของคุณให้กับเหล่าหลินไหมครับ ? ”
หลังจากกินเนื้อแกะหม้อไฟครั้งที่แล้ว สวีโช่วเย่ก็ให้ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของเขาที่อยู่ในเซี่ยงไฮ้กับเจียงเสี่ยวไป๋
สวีโช่วเย่โบกมือ “ฉันได้เขียนจดหมายไปบอกเขาแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หลังจากวันปีใหม่ เที่ยวบินจากเจียงเฉิงไปยังชิงโจวก็จะเปิดให้บริการปกติ หากคุณต้องการไปเยี่ยมเหล่าหลินก็สะดวกขึ้นมากแล้วครับ”
สวีโช่วเย่รู้สึกประหลาดใจ “โอ้ ตอนนี้มีเที่ยวบินไปชิงโจวแล้วเหรอ ? แบบนี้ก็จะสะดวกสำหรับเหล่าหลินมาก ฉันบอกเขาหลายครั้งให้เขามาเที่ยวที่เทียนจิงบ้าง แต่เขามักจะพูดเสมอว่าการเดินทางไม่สะดวก”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในอดีต การเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวกจริงครับ การเดินทางโดยรถยนต์จากชิงโจวไปยังเจียงเฉิงใช้เวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มเลยครับ”
สวีโช่วเย่พยักหน้า “เมื่อฉันปักหลักที่นั่นแล้ว ฉันจะบอกให้เขามาที่เซี่ยงไฮ้สักครั้ง”
หลังจากพูดคุยกันสองสามคำ สวีโช่วเย่ก็กล่าวลา ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋ก็มาส่งเขาที่หน้าประตู
เขาเดินไปรอบ ๆ สนามหญ้าอีกครั้ง โดยคิดว่าหากปล่อยสวนนี้ไว้โดยไม่มีใครดูแล อีกไม่นานก็คงจะรกร้างขึ้นมา
“ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ จ้างคนมาดูแลบ้านดีกว่า ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พึมพำกับตัวเองและตัดสินใจฝากเรื่องนี้ไว้กับหลินชู่
เจียงเสี่ยวไป๋ล็อคประตูและไปที่ตลาดเกษตรเขตเฉาหยาง โดยที่ปล่อยเรื่องบ้านหลังนี้ไว้ทีหลัง
เนื่องจากเขาเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้เขาจึงคุ้นเคยกับถนนที่นี่แล้ว
ปัจจุบัน อาคารสำนักงานของตลาดเกษตรดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ โดยมีผู้คนจำนวนมากยืนอยู่นอกสำนักงาน
เจียงเสี่ยวไป๋เพิกเฉยและเดินตรงไปที่หน้าห้องทำงานของหม่าเจียจวิ๋นทันที
เขาเคาะประตู
“เชิญเข้ามา ! ”
เสียงของหม่าเจียจวิ๋นดังมาจากข้างในห้อง
เจียงเสี่ยวไป๋ผลักประตูเปิดเข้าไป และอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “เฮ้ พี่หม่า พี่เฉียง อยู่ที่นี่ทั้งคู่เลยนะครับ”
หม่าเจียจวิ๋นและหม่าเจียเฉียงมีสีหน้าดีใจเมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋มาหา
“ฮ่าฮ่า… ฉันบอกแล้วไงว่าวันนี้เขาจะมา ! ” หม่าเจียจวิ๋นพูดด้วยรอยยิ้ม
“พี่เจียง ! ” หม่าเจียเฉียงกล่าวทักทายและยื่นบุหรี่ให้
เจียงเสี่ยวไป๋รับมันด้วยรอยยิ้ม เขานั่งลงแล้วถามว่า “พี่เฉียง ทำไมวันนี้ถึงมาที่นี่ได้ล่ะ ? ”
หม่าเจียเฉียงกล่าวว่า “พี่เจียง ที่เทียนจิงเราไม่มีข้อมูลติดต่อคุณเลย ฉันจึงต้องมารอคุณที่นี่”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขาแล้วพูดว่า “ทำไมเหรอ ? หรือว่าไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งทั้งหมดที่ฉันให้ไปขายหมดแล้ว ? ”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หม่าเจียเฉียงก็ดูตื่นเต้นและรีบพูดว่า “ขายแล้ว ! ขายแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสีหน้าสงบ เขาถามอย่างใจเย็นว่า “คุณขายมันในราคาเท่าไหร่ ? ”
หม่าเจียเฉียงกล่าวว่า “พี่เจียงบอกให้ฉันขายมันในราคาอันละ 20,000 ถึง 30,000 หยวน ฉันจะขายถูก ๆ ได้อย่างไรล่ะ ทั้งหมดนี้ฉันขายไปในราคาอัน 30,000 หยวนเชียวนะ”
หม่าเจียจวิ๋นยื่นถ้วยชาให้เจียงเสี่ยวไป๋ ซึ่งเป็นชาเขียวที่ชงในถ้วยชาเซรามิก
เจียงเสี่ยวไป๋มองดู แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขายังหันไปพูดกับหม่าเจียเฉียงว่า “ดีมาก แล้วคุณวางแผนที่จะซื้อครั้งแรกเท่าไหร่ ? ”
หม่าเจียเฉียงไม่ได้พูดถึงปริมาณที่ต้องการ แต่พูดว่า “พี่เจียง ฉันรับปากกับตัวแทนเหล่านั้นโดยบอกว่าสินค้าจะมาถึงภายในสิบวัน วันนี้ก็ผ่านไปหนึ่งวันแล้ว และเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น รีบส่งสินค้ามาก่อนไม่ได้เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่มีปัญหา หากคุณลงนามในสัญญาวันนี้ สินค้าจะถูกจัดส่งในวันพรุ่งนี้ทันที จากนั้นสินค้าจะมาถึงช้าสุดภายในสามวัน”
หม่าเจียเฉียงมีความสุขมาก และพูดด้วยความตื่นเต้น “เยี่ยมมาก คราวนี้ฉันได้เจรจากับตัวแทน 23 ราย และแต่ละรายจะจ่ายเงินให้ฉัน 30,000 หยวน สำหรับเป็นค่าสินค้า รวมเป็นเงินทั้งหมด 690,000 หยวน นอกจากนี้ ฉันยังจะซื้อสินค้าอีก 200,000 หยวน รวมทั้งหมดเป็น 890,000 หยวน ซึ่งยังขาดประมาณ 110,000 หยวนถึงจะครบหนึ่งล้านหยวน ตามเรทราคาส่งที่คุยกันไว้”
หลังจากหยุดพูดไปชั่วขณะ เขาก็พูดต่อว่า “แต่พี่เจียง ถ้าคุณให้เวลาฉันอีกสองวัน ฉันคงจะสามารถระดมยอดสั่งซื้อได้ครบหนึ่งล้านสำเร็จ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พี่เฉียง เยี่ยมมาก ฉันให้ไฟแช็กแก่คุณไปยี่สิบกว่าชิ้น คุณก็เอาไปหาตัวแทนมาได้อีกตั้ง 23 คน ! ”
หม่าเจียเฉียงยิ้ม “ก็เพราะว่าไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งนี้มันยอดเยี่ยม แต่ราคาต่ำ จึงไม่มีใครอยากพลาดโอกาสทางธุรกิจนี้ไป พวกเขาล้วนแต่มองธุรกิจนี้ในแง่บวกทั้งนั้น”
เขาถอนหายใจและพูดว่า “เหตุผลหลักคือเราสามารถหาตัวแทนได้เพียงคนเดียวในหนึ่งพื้นที่ ไม่อย่างนั้นคงไม่ขาดไปหนึ่งแสนแบบนี้แน่”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขาและเห็นด้วย ก่อนจะพูดว่า “พี่เฉียงคิดถูกแล้ว หากมีตัวแทนสองคนในหนึ่งพื้นที่ มันก็อาจมีการแข่งขันที่เลวร้ายเกิดขึ้นได้ เราต้องปกป้องผลประโยชน์ของตัวแทน ถึงจะทำให้ธุรกิจของเราอยู่ได้อย่างยั่งยืน”
หม่าเจียเฉียงพยักหน้า
เจียงเสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “งั้นเรามาลงนามในสัญญากันก่อน ฉันจะให้สิทธิ์ตัวแทนทั่วไปประจำเมืองเทียนจิงแก่คุณ แล้วขายไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งให้คุณในเรทราคาส่งของหนึ่งล้านชิ้น ส่วนอีกหนึ่งแสนที่เหลือค่อยโอนเข้าบัญชีฉันภายในสามวัน”
หม่าเจียเฉียงรู้สึกยินดีมาก “ขอบคุณพี่เจียง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ พลางหยิบสัญญาออกมาจากกระเป๋าถือของเขาแล้วส่งให้หม่าเจียเฉียง พร้อมทั้งพูดว่า “ดูสัญญาแล้วกรอกรายละเอียดให้ครบถ้วนด้วยนะ หากว่าคุณไม่มีข้อโต้แย้งอะไรก็เซ็นได้เลย”
หม่าเจียเฉียงรับมันและอ่านสัญญาอย่างละเอียด
“พี่เจียง เงื่อนไขอื่นฉันพอเข้าใจ แต่ฉันอยากจะทราบรายละเอียกเกี่ยวกับตัวแทนย่อย”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขา “อยากทราบอะไรล่ะ ! ”
หม่าเจียเฉียงกล่าวว่า “ทำไมเจียงเจียกรุ๊ปจึงรวมตัวแทนขายมาอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท ? นอกจากนี้ยังส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดมาเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าอีกด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เนื่องจากเจียงเจียกรุ๊ปให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการหาช่องทางทางการตลาด การจัดหาของเจียงเจียกรุ๊ปจึงไม่ใช่แค่การขายสินค้าให้กับตัวแทนเหล่านั้นไป และไม่สนใจตัวแทนและสินค้าเหล่านั้น”
เขากล่าวต่ออีกว่า “คุณก็เห็นแล้วว่าในสัญญา เจียงเจียกรุ๊ปจะทำการสนับสนุน ช่วยโฆษณาและส่งเสริมการขายในเชิงรุก ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้ตัวแทนสามารถขายสินค้าได้ จากนั้นก็จะเลื่อนลงไปสนับสนุนตัวแทนรายย่อยต่อ”
หม่าเจียเฉียงกล่าวว่า “พี่เจียง ถ้าคุณทำแบบนี้ มันจะเท่ากับว่าฉันยกตัวแทนย่อยให้กับเจียงเจียกรุ๊ปจัดการโดยตรง ถ้าวันหนึ่ง เจียงเจียกรุ๊ปไม่ร่วมมือกับฉัน บริษัทก็จะประสานงานโดยตรงกับตัวแทนย่อยได้เลยน่ะสิ”
“ถูกต้อง ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ปฏิเสธความจริงข้อนี้
หม่าเจียเฉียงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เว้นแต่ตัวแทนทั่วไปจะละเมิดสัญญาก่อน ไม่อย่างงั้นเจียงเจียกรุ๊ปจะไม่ทำเช่นนี้”
ที่จริงแล้วหม่าเจียเฉียงไม่เต็มใจที่จะยอมรับประโยคนี้ แต่หลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาก็พูดว่า “เอาล่ะ ฉันก็แค่ทำตามสัญญา”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องอธิบายให้คุณฟังก่อน”
หม่าเจียเฉียงเลิกคิ้ว “อะไรหรือ ? ”