ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 772 จานฝนหมึกหลันถิง
ตอนที่ 772 จานฝนหมึกหลันถิง
เจียงเสี่ยวไป๋เก็บหนังสือสองเล่มไว้และมองดูจานฝนหมึกต่อ
หากไม่ดู ก็คงไม่รู้ แต่เมื่อดู คุณก็ต้องตกใจ
จานฝนหมึกสี่เหลี่ยมหลายสิบชิ้นบนโต๊ะล้วนเป็นจานฝนหมึกโบราณทั้งสิ้น จานฝนหมึกโบราณมีหลากหลายรูปแบบ จานฝนหมึกรูปตักผง จานฝนหมึกทำมือ จานฝนหมึกชิคู จานฝนหมึกถังฉือ จานฝนหมึกหลัวฉือ จานฝนหมึกแบน และจานฝนหมึกต่อเนื่อง
จานฝนหมึกเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นจานฝนหมึกจากราชวงศ์ต่าง ๆ โดยมีจานหยกและจานไม้เคลือบเงาจากราชวงศ์ฮั่น จานฝนหมึกทองแดงจากราชวงศ์จิ้น จานฝนหมึกดินเหนียวจากราชวงศ์ถัง จานฝนหมึกคริสตัล และจานฝนหมึกอิฐจากราชวงศ์ซ่ง จานฝนหมึกหินอ่อนจากราชวงศ์หมิง
เรียกได้ว่าเป็นโบราณวัตถุชั้นเยี่ยมเช่นกัน
เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขเล็กน้อย เพราะลำพังแค่จานฝนหมึกพวกนี้ที่อยู่บนโต๊ะก็คุ้มค่ากับเงินที่เขาจ่ายไปแล้ว
ต้องรู้ก่อนว่าในวงการสะสมของโบราณ อุปกรณ์เขียนพู่กันจีนเป็นที่ต้องการมากกว่าเครื่องใช้อื่น ๆ
จานฝนหมึก พู่กัน หมึก และกระดาษ เรียกรวมกันว่าสิ่งล้ำค่าทั้งสี่ในห้องหนังสือ ซึ่งบ่งบอกถึงความสำคัญของมันได้เป็นอย่างดี
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูมันอย่างมีความสุข และตัดสินใจเลือกจานฝนหมึกกลับไป
ทว่าหลังจากนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นจานฝนหมึกหลันถิง
จานฝนหมึกสี่เหลี่ยมนี้ยาวประมาณ 8 นิ้ว กว้างประมาณ 5 นิ้ว และหนาประมาณ 3 นิ้ว ขอบด้านหน้าของจานฝนหมึกสลักลายหนอนไหม ด้านซ้ายและด้านล่างสลักลายศาลากล้วยไม้ ลวดลายประกอบด้วย ภูเขาสูง ป่าทึบ สะพานคดเคี้ยว และแม่น้ำ มีห่านขาวกำลังเล่นน้ำอยู่ ทุกอย่างดูเล็ก แต่ก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน
รูปแบบนี้รวบรวมมุมมองทางจิตวิญญาณในชีวิตประจำวันของคนในยุคสมัยเว่ยจิ้นได้อย่างแม่นยำ ทำให้เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข
แม้ว่าลวดลายแกะสลักพวกนี้จะเล็ก แต่งานแกะสลักก็ชัดเจนและเป็นผลงานชิ้นเอกอย่างแน่นอน
เจียงเสี่ยวไป๋มองที่ด้านล่างของจานฝนหมึก และเห็นข้อความเล็ก ๆ สลักอยู่บนนั้นว่า ‘สัญลักษณ์แห่งอารยธรรม สมบัติล้ำค่าแห่งโลก’ และลงนาม ‘หยวนจาง’ !
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที จานฝนหมึกนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นจานฝนหมึกจากราชวงศ์ซ่ง เพราะ ‘หยวนจาง’ เป็นชื่อนามปากกาของหมี่ฟู่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ปรมาจารย์ของราชวงศ์ซ่ง
เมื่อดูแบบอักษรของลายเซ็น จังหวะการลงมือที่เบามือและคล่องตัวในตอนแรก ใช้เทคนิคที่รวดเร็วและมั่นคงในตอนกลาง และจบด้วยการกลับมาเบามืออีกครั้ง
ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับลักษณะพิเศษของอักษรวิจิตรหมี่ฟู่ ‘ลวดลายมั่นคงไม่หยาบ อันตรายแต่ไม่แปลก เก่าแต่ไม่แห้ง ชื้นแต่ไม่อ้วน’ ซึ่งผสมผสานปัจจัยตรงกันข้ามได้อย่างลงตัว เช่น การพันและการซ่อน อ้วนและผอม เบาบางและหนาแน่น เรียบง่ายและซับซ้อน ฯลฯ มีจิตวิญญาณที่สมบูรณ์
นี่น่าจะเป็นผลงานจริงของหมี่ฟู่ !
ในหนังสือ ‘จานฝนหมึกซีซิง’ มีบันทึกไว้ว่าหมี่ฟู่ได้เข้าร่วมในการผลิต ‘จานฝนหมึกหลันถิง’ เป็นการส่วนตัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหมี่ฟู่ชื่นชอบจานฝนหมึกหลันถิงมากแค่ไหน
จานฝนหมึกสี่เหลี่ยมนี้เป็นจานฝนหมึกหลันถิง และการประดิษฐ์ตัวอักษรของลายเซ็นนั้นสอดคล้องกับลักษณะของการประดิษฐ์ตัวอักษรของหมี่ฟู่ควบคู่ไปกับนามปากกา ‘หยวนจาง’ แม้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าจานฝนหมึกสี่เหลี่ยมนี้ทำโดยหมี่ฟู่ แต่ถึงอย่างไรจานฝนหมึกสี่เหลี่ยมนี้ก็คุ้มค่ากับเงินที่เขาจ่ายไปอย่างแน่นอน
เจียงเสี่ยวไป๋เก็บมันลงไปในกระเป๋าทันที
“นายเก็บก้อนหินเก่าราวกับว่ามันเป็นสมบัติอย่างไรอย่างนั้น ! ”
หลินเจียจวินอดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บแนมออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋กลอกตามองมาที่เขา “พี่จะไปรู้อะไร ? ”
หลินเจียจวินเหมือนจะเข้าใจขึ้นมาทันที และอุทานว่า “อย่าบอกนะว่าหินพวกนี้ก็มีค่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ “นี่ไม่ใช่หินธรรมดา แต่เป็นจานฝนหมึกตวนเอี้ยน [1] ”
จานฝนหมึกตวนเอี้ยน ซึ่งทำมาจากหินตวนสือสีดำของเขตตวนซี เป็นที่รู้จักในนาม ‘สี่จานฝนหมึกอันเลื่องลือนามของจีน’ พร้อมกับจานฝนหมึกเซ่อเอี้ยน จานฝนหมึกเถาเหอเอี้ยน และจานฝนหมึกหงซือเอี้ยน
เจียงเสี่ยวไป๋บอกหลินเจียจวินเกี่ยวกับเรื่องที่เขาลองวิเคราะห์ถึงจานฝนหมึกหลันถิง หลินเจียจวินที่ฟังแล้วก็ได้ถอนหายใจออกมา “เอาล่ะ นายทำเงินได้อีกแล้วนะ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายสามารถใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งได้เสมอ ไม่ว่านายจะตัดสินใจทำอะไรก็ตาม”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ “ก็เพราะผมดวงดีไง ! ”
“ฮ่าฮ่า……” หลินเจียจวินโต้กลับอย่างไม่ค่อยพอใจนัก “ถ้าจะบอกว่านายดวงดี งั้นนายคงดวงดีไม่เท่าฉัน ไม่ว่านายจะมีความสามารถแค่ไหน แต่ก็สู้ประโยคเดียวของพ่อฉันไม่ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋เหงื่อตก และต้องยอมรับว่าสิ่งที่หลินเจียจวินพูดนั้นก็สมเหตุสมผล
ชะตาชีวิตของเขาไม่ได้ดีเท่าของหลินเจียจวินจริง ๆ
ทั้งสองพูดหยอกล้อกันสองสามคำแล้วออกจากที่นี่ไป
ด้วยคำร้องขอของหลินเจียจวิน เจียงเสี่ยวไป๋จึงบอกให้เขาพาไปที่ร้านสามแห่งที่กำลังปรับปรุงใหม่
อีกอย่าง เขาก็อยากไปดูร้านโยวผิ่น รวมถึงร้านหม้อไฟลาลาลาที่กำลังปรับปรุงใหม่อีกด้วย
แม้ว่าจะเป็นเพียงการไปดูคร่าว ๆ แต่หลังจากไปดูสถานที่ทั้งสามแห่ง ได้แก่ เจียงหยาง เจียงโข่ว และเจียงชาง มันก็กินเวลาไปไม่น้อยเหมือนกัน
กว่าทั้งสองจะกลับมาที่บ้านพักตระกูลหลินที่อยู่ถัดจากทะเลสาบตะวันออก มันก็เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว
หลินเจียปิงและจางอ้ายผิงกลับมาถึงบ้านก่อน ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหลุมไฟพูดคุยกับมู่เสี่ยวหวาน ส่วนแม่บ้านอู๋ได้เตรียมอาหารเย็นไว้แล้ว เพราะหลินต้ากั๋วจะเริ่มมื้อเย็นในตอนที่ทุกคนกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว
“พี่ปิง พี่สะใภ้ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวทักทายหลินเจียปิงและจางอ้ายผิง
หลินเจียปิงพูดว่า “นายกลับมาแล้วสินะ รู้สึกยังไงบ้างที่ได้ไปเทียนจิง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมได้พบกับคุณปู่ พี่เจียตง และคนอื่น พวกเขาใจดีกับเรามากครับ”
หลินเจียปิงกล่าวว่า “ที่จริงแล้วครอบครัวหลินของเราไม่มีใครถือเนื้อถือตัว นายสามารถไปที่เทียนจิงเมื่อไหร่ก็ได้ มีโอกาสจะได้ไปเยี่ยมลุงใหญ่บ้าง”
“ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
ตอนที่เขาไปเทียนจิงครั้งนี้ เขาได้พบคนในครอบครัวหลินเกือบทั้งหมด ยกเว้นลุงใหญ่ หลินต้าจ้าว และป้าสะใภ้ใหญ่ โจวอ้ายเหลียน
“ป่าป๊าคะ พรุ่งนี้เราจะไปหาน้าเล็กกันไหม ? ” เจียงชานวิ่งเข้ามาหาเขา ทำตัวออดอ้อนอยู่พักหนึ่งแล้วถามขึ้นมาทันที
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึง ไม่ต้องพูดถึงน้องสะใภ้ของเขา เขาไม่คิดที่จะไปเยี่ยมเธอด้วยซ้ำ จนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจเล็กน้อย
“คิดถึงน้าเล็กเหรอ ? ”
“ใช่ค่ะ ! ” เจียงชานพยักหน้า “แล้วก็อารองด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “เอาล่ะ งั้นพรุ่งนี้เราไปหาพวกเขากัน ว่าแต่พวกเขาจะว่างมาเจอเราไหม ? ”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงชานพูดอย่างมีความสุข “เมื่อน้าเล็กปิดเทอมฤดูหนาว เราจะมารับเธอกลับบ้าน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม ครั้งก่อนเด็กหญิงตัวเล็กคนนี้เคยบอกว่าเธอจะมารับหลินเจียลี่กลับบ้าน และเธอก็ยังจำคำพูดนั้นได้
เป็นเพราะเขา หลินเจียอินและหลินเจียลี่จึงไม่ได้เจอกันมานานแล้ว
เป็นเวลาห้าถึงหกปีแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่สองพี่น้องจะได้พบกันสักที
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “เอาล่ะ รอน้าเล็กของหนูปิดเทอมแล้ว เราจะพาเธอกลับบ้านกัน”
ในขณะที่สองพ่อลูกกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น หลินเจียหงก็กลับมา
“ชานชาน หนูกลับมาแล้ว ! ”
เมื่อหลินเจียหงเห็นเจียงชาน เธอก็วิ่งเข้ามากอดเจียงชานที่นั่งข้างเจียงเสี่ยวไป๋
“ป้าเล็ก ทำไมวันนี้กลับมาช้าจังเลยคะ” เจียงชานถามด้วยความสงสัย
หลินเจียหงยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้ป้าเล็กของหนูยุ่งมาก ป้าทั้งต้องทำงานและรับสมัครคนด้วย วันนี้จึงกลับมาช้า”
โดยปกติแล้ว หลินเจียหงจะกลับมาเร็วกว่าหลินเจียปิงและจางอ้ายผิง ซึ่งเป็นแบบนี้มาหลายครั้งตอนที่เจียงชานอยู่ที่นี่
แต่เมื่อไม่นานมานี้ หลินเจียหงได้รับสมัครคนเข้าร้าน เธอผู้ที่ไม่เคยงานยุ่งมาก่อนก็เริ่มมีงานยุ่งจนหัวหมุน
“ป้าเล็กต้องทำงานหนักแล้ว ! ” เจียงชานพูดอย่างครุ่นคิดและหอมแก้มของหลินเจียหง
เธอเป็นเด็กที่ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ ซึ่งทำให้หลินเจียหงมีความสุขมาก เธอบีบแก้มของเจ้าตัวน้อยแล้วพูดว่า “ช่างเป็นเด็กน้อยที่น่ารักจริง ๆ ! ”
เจียงชานหัวเราะคิกคักออกมา
ทั้งสองกำลังสนุกสนานกันอยู่ และในตอนนั้นเอง หลินต้ากั๋วก็เปิดประตูและเดินเข้ามา
เสียงพูดคุยภายในห้องนั่งเล่นพลันเงียบลงทันที
เจียงเสี่ยวไป๋ยืนขึ้นทักทาย “ลุงรอง ! ”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า “กลับมาแล้วสินะ นั่งลงก่อน ! ”
[1] จานฝนหมึกตวนเอี้ยน 端砚ทำจากหินตวนสือสีดำของเขตตวนซี เมืองเจ้าชิ่ง มณฑลกวางตุ้ง ความพิเศษของจานฝนหมึกชนิดนี้คือ ง่ายต่อการฝนหมึก น้ำหมึกไม่แห้งเป็นเกร็ดง่าย