ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 774 ทำไมถึงคิดไม่ได้?
ตอนที่ 774 ทำไมถึงคิดไม่ได้?
หลินเจียจวินจึงเริ่มแนะนำกล่องอาหารแบบใช้แล้วทิ้งที่ผลิตโดยโรงงานฟิล์มพลาสติก และเมื่อรู้ว่าราคาเพียงกล่องละ 2 เหมา เขาก็พูดทันทีว่า “ฟังดูดีนะ ขอตัวอย่างให้ฉันดูหน่อย ฉันจะได้พิจารณาลองเอาไปใช้บนรถไฟ”
หลินเจียจวินดีใจมาก “พรุ่งนี้ผมจะเอามันมาให้พี่”
เจียงเสี่ยวไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นพูดด้วยความประหลาดใจว่า “พี่มีกล่องอาหารแบบใช้แล้วทิ้งในร้านของพี่ด้วยเหรอ ? ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ฉันไปเห็นมันที่ชิงโจวเมื่อครั้งที่แล้ว และคิดว่าหากลูกค้าในร้านทานอาหารไม่หมด ก็สามารถห่ออาหารที่เหลือใส่กล่องกลับบ้านได้ กล่องอาหารแบบใช้แล้วทิ้งสะดวกและตอบโจทย์เรื่องนี้ ดังนั้นฉันจึงส่งไปให้แต่ละร้าน ร้านละสิบลัง”
หลังจากพูดจบ เขาก็ถอนหายใจ “แต่ทำไมฉันถึงลืมเอามาแนะนำให้พี่รองดูกันนะ ? ”
“ถ้าฉันคิดได้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ฉันคงขายมันได้เงินมากมายไปแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “บางสิ่งจำเป็นต้องได้รับแรงกระตุ้น ถ้าผมไม่ได้ขึ้นรถไฟขบวนนี้ ผมก็คงไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน”
เมื่อได้ยินที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด หลินเจียจวินก็ยิ้มออกมา “ฉันคิดว่าฉันโง่เกินไปเสียอีก ! ”
จางอ้ายผิงที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะออกมา แล้วพูดว่า “นายไม่ได้โง่สักหน่อย ในเมื่อเสี่ยวไป๋บอกว่ากล่องข้าวแบบใช้แล้วทิ้งเหมาะที่จะเอามาใส่ข้าวขายบนรถไฟ แล้วบนเครื่องบินล่ะ ไม่สนใจจะแนะนำให้ฉันบ้างเหรอ ? ”
หลินเจียจวินตบหัว “ใช่ พี่สะใภ้รองก็ทำงานที่สนามบิน กล่องอาหารกลางวันแบบใช้แล้วทิ้งสามารถเอาไปใส่อาหารขายบนเครื่องบินได้เหมือนกันนี่”
“พี่สะใภ้รอง งั้นผมจะเอาตัวอย่างมาให้พี่ดูก่อน และที่เหลือก็แล้วแต่พวกพี่สนใจแล้วกัน ! ”
หลินเจียปิงและจางอ้ายผิงไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งสองตอบตกลงด้วยรอยยิ้ม
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่เจียปิง นอกจากกล่องอาหารแบบใช้แล้วทิ้ง ร้านโยวผิ่นของเรายังมีของทานเล่นด้วย ซึ่งสามารถเอาไปขายบนรถไฟได้เหมือนกัน ของขบเคี้ยวสามารถขายได้ตลอดเวลา ในขณะที่อาหารขายได้เพียงสามครั้งต่อวัน เราสามารถใช้รถขนเสบียงคันเล็กเข็นขายได้ตลอดเวลา นอกจากจะเพิ่มยอดขายให้ตู้เสบียงแล้ว ยังอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารได้อีกด้วย”
หลินเจียปิงพยักหน้า แต่แล้วเขาขมวดคิ้วและพูดว่า “แต่ขนมในร้านโยวผิ่นของนายมีราคาแพง”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ปัญหานี้แก้ได้ไม่ยากครับ ผมจะทำบรรจุภัณฑ์ใหม่อีกชุดหนึ่งเฉพาะรถไฟเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ที่ดีแบบเดียวกันนี้ก็จะออกสู่ตลาดด้วยคุณภาพเดียวกัน แต่ราคาต่ำกว่า”
หลินเจียปิงอ้าปากค้าง สินค้าชนิดเดียวกัน แค่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ต่างกัน ก็ขายได้ในราคาที่แตกต่างกันแล้วเหรอ
ความจริงนี้เปิดมุมมองของเขาอย่างมาก
หลินเจียจวินรู้ความจริงเรื่องนี้มานานแล้ว จึงพูดว่า “เอาล่ะ โอเค หากว่าได้ขายของว่างพวกนี้บนรถไฟทั่วประเทศ ยอดขายก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และแนะนำหลินเจียปิงไปว่า หากเป็นไปได้ บรรจุภัณฑ์สามารถทำให้เป็นโลโก้ของรถไฟได้ เพื่อเพิ่มภาพลักษณ์และอิทธิพลของสำนักงานรถไฟ
หลินเจียปิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ตามลำพังได้ และบอกว่าจำเป็นต้องมีการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อน
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้รีบร้อนอะไร และแสดงรายการของว่างบางอย่างที่ยังไม่มีขายในร้านโยวผิ่น เช่น ขาไก่อบเกลือ ปีกไก่ ตีนไก่ตุ๋น ฯลฯ ให้กับพวกเขาได้ดูไปก่อน
หลินเจียปิงอดไม่ได้ที่จะตั้งตารอหลังจากได้ยินรายการสินค้าพวกนี้
เพราะหากเรื่องนี้สำเร็จ มันจะถือเป็นความสำเร็จของเขาด้วย
หลังจากนั้น พวกเขาก็พูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดกันต่อ
รายละเอียดเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากความทรงจำของเจียงเสี่ยวไป๋ในชีวิตชาติก่อนของเขา
ในยุคสมัยต่อมา บนรถไฟจะมีการขายของว่างหรือขนมนับไม่ถ้วน ซึ่งเป็นแบบนี้เป็นเวลา 10-20 ปี จากนั้นรูปแบบนี้จะค่อย ๆ หายไปตอนที่รถไฟหัวกระสุนได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ
แต่บนรถไฟธรรมดาก็ยังคงมีการจำหน่ายอยู่
การกระทำของเจียงเสี่ยวไป๋ได้ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นล่วงหน้า
แต่สินค้าที่สำคัญอย่างหนึ่งยังขาดหายไป
นั่นก็คือน้ำแร่
ในส่วนของน้ำแร่ เจียงเสี่ยวไป๋เคยคิดถึงเรื่องนี้ตอนที่อยู่บนเครื่องบิน ตอนที่เขานั่งจากเจียงเฉิงไปยังเทียนจิง
ซึ่งตอนแรก เขาวางแผนที่จะพูดถึงเรื่องนี้หลังตรุษจีน
แต่จากสถานการณ์ในตอนนี้ ธุรกิจน้ำแร่จำเป็นจะต้องทำอย่างเร่งด่วน
“พี่เจียปิง พี่สะใภ้ พวกพี่คุยกับพี่เจียจวินสักพักนะครับ ผมขอตัวขึ้นไปหาลุงรองเพื่อคุยธุระเร่งด่วนกับเขาครู่หนึ่ง” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวขึ้นมาทันที
หลินเจียปิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และถามด้วยความประหลาดใจ “มันเกี่ยวกับเรื่องที่เรากำลังพูดถึงอยู่หรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “เรื่องนี้แหละครับ แต่เป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่จำเป็นเหมือนกัน”
หลินเจียปิงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ก็ลุยเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องหนังสือแล้วเคาะประตูทันที
“เข้ามา ! ”
เสียงทุ้มลึกของหลินต้ากั๋วดังมาจากข้างในห้อง
เจียงเสี่ยวไป๋ผลักประตูเปิดออกแล้วเดินเข้าไป หลินต้ากั๋วรู้สึกประหลาดใจ “เป็นนาย ! มาทำไม ? มีอะไรอีกหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ปิดประตูแล้วพูดว่า “ลุงรอง ผมมีเรื่องจะมารบกวนลุง ! ”
หลินต้ากั๋วโบกมือและบอกให้เจียงเสี่ยวไป๋นั่งลง
“นายมาได้เวลาพอดี บุหรี่ฉันหมด ขอสักมวนสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบหยิบบุหรี่ออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นให้หลินต้ากั๋วหนึ่งซอง แล้วเอาที่เหลือวางบนโต๊ะ
หลินต้ากั๋วเหลือบมองและไม่พูดอะไร ก่อนจะหยิบมันมาหนึ่งมวน แล้วยื่นให้เจียงเสี่ยวไป๋
เมื่อจุดบุหรี่เสร็จ หลินต้ากั๋วก็พูดว่า “บอกฉันมาว่ามีเรื่องอะไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงบอกว่าโรงงานไม้ขีดถูกปิดไปแล้วใช่ไหมครับ ? ผมออกไปคิดเรื่องนี้มาและได้คำตอบว่ายังมีโครงการที่ผมจะต้องทำอีกโครงการ ดังนั้นผมจึงอยากจะมาหารือกับลุง”
หลินต้ากั๋วเกิดความสนใจขึ้นมาและพูดว่า “บอกฉันมาว่ามันเป็นโครงการอะไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “น้ำแร่บรรจุขวด ! ”
“น้ำแร่บรรจุขวด ? ” หลินต้ากั๋วตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ
น้ำแร่บรรจุขวดที่เขาจำได้ว่ามันมีชื่อว่าน้ำแร่เหล่าซาน ซึ่งสถานที่ผลิตคือชิงเต่า
และเขาก็รู้ว่าน้ำแร่ในขวดแก้วพวกนี้จะมีขายแค่ในร้านขายอาหารชื่อดังในเมืองใหญ่อย่างเทียนจิงและเซี่ยงไฮ้เท่านั้น ปัจจุบันยังไม่มีจำหน่ายในเจียงเฉิงด้วยซ้ำ
“เสี่ยวไป๋ นายแน่ใจหรือว่าต้องการทำน้ำแร่บรรจุขวด ? ”
หลินต้ากั๋วถามด้วยความเหลือเชื่อ
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ลุงรอง ผมคิดว่าโครงการน้ำแร่เป็นโครงการที่ดี เมื่อผลิตออกมา ตลาดจะมีขนาดใหญ่กว่าตลาดไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งอีก”
หลินต้ากั๋วขมวดคิ้วและพูดว่า “แล้วนายรู้ไหมว่าตอนนี้ก็มีน้ำแร่บรรจุขวดอยู่ในตลาดเหมือนกัน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ผมรู้ครับ น้ำที่ผลิตในชิงเต่าเรียกว่าน้ำแร่เหล่าซาน แต่มันบรรจุในขวดแก้วและขายในราคาสูงมาก จนแทบไม่มีใครสนใจ”
สีหน้าของหลินต้ากั๋วดูจริงจังขึ้นมา เขาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “ในเมื่อนายรู้ นายยังอยากทำมันอยู่เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ลุงรอง น้ำแร่ของพวกเขาขายในราคากี่หยวน แพงขนาดนั้นมันต้องขายไม่ได้แน่นอน แต่น้ำแร่ที่ผมจะทำมีราคาเพียงหนึ่งถึงสองเหมาเท่านั้น มันต้องขายได้ง่ายกว่าอยู่แล้ว ! ”
หลินต้ากั๋วมองมาที่เขาด้วยสายตาเหลือเชื่อและพูดว่า “ถ้าเอาบรรจุในขวดแก้ว แต่ขายในราคาหนึ่งถึงสองเหมา นายแน่ใจหรือว่าจะขายในราคานี้แล้วไม่ขาดทุน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงรอง ผมไม่ได้จะใช้ขวดแก้ว แต่ผมจะใช้ขวดพลาสติก”