ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 784 พวกคุณคือผู้ถือหุ้นของบริษัท
ตอนที่ 784 พวกคุณคือผู้ถือหุ้นของบริษัท
ในบริเวณที่ก่อสร้างศูนย์กิจกรรมหมู่บ้าน เจียงเสี่ยวไป๋พูดคุยกับชาวบ้านอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินมาหาเจียงไห่เทียน
ในเวลานี้ เจียงไห่เทียนกำลังยุ่งอยู่กับการจดน้ำหนักของผักที่ชั่งแล้ว
“ลุง ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตะโกนเรียกเขา
เจียงไห่เทียนเงยหน้าขึ้นมองและเห็นว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็ยิ้มออกมา “เสี่ยวไป๋ กลับมาแล้วสินะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “ผมไม่คาดคิดว่าหลังจากสร้างศูนย์กิจกรรมหมู่บ้านแล้ว มันยังสามารถใช้เป็นแหล่งค้าขายผักนอกฤดูได้อีกด้วย ดีเลย”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “ใช่ หลังจากปรึกษากับคุณเมิ่งในวันนั้น เราก็ตัดสินใจเก็บผัก ชั่งน้ำหนัก และแพ็คที่นี่ เพราะจะมีรถบรรทุกมารอรับที่นี่ทุกวัน”
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปรอบ ๆ และเห็นชาวบ้านช่วยกันล้างผักแพ็คลงถุง ทุกคนแบ่งงานและให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับแผนกที่เก็บผัก ก็ช่วยกันเก็บ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“เสี่ยวไป๋ คุณคิดถูกแล้วที่สร้างศูนย์กิจกรรมของหมู่บ้านขึ้นมา”
“ใช่ ด้วยสถานที่ที่กว้างขวาง ทำให้เราทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้น”
“เสี่ยวไป๋ จะดีกว่าไหมถ้าเราสร้างท่อส่งน้ำอีกเส้นเพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำชิงเจียงขึ้นมาล้างผักบนนี้”
“ใช่ ตอนนี้ไม่สะดวกอย่างเดียวคือน้ำ”
“……”
หูฉางปิงและคนอื่นที่กำลังรอชั่งน้ำหนักผักอยู่พูดขึ้นมา
เมื่อพูดถึงการติดตั้งท่อส่งน้ำในศูนย์กิจกรรมของหมู่บ้าน เจียงเสี่ยวไป๋ได้วางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว ดังนั้นเขาจึงออกแบบให้มีท่อส่งน้ำที่นี่ด้วย แต่ช่วงนี้เขางานยุ่ง จึงยังไม่ได้ให้ช่างมาทำท่อส่งน้ำให้
“พรุ่งนี้แล้วกัน พรุ่งนี้ผมจะให้คนมาทำท่อส่งน้ำให้” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว
หูฉางปิงกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ ฉันสร้างปัญหาให้คุณอีกแล้ว เราทุกคนเต็มใจที่จะออกเงินทำท่อน้ำเอง เพราะเรามีรายได้แล้ว คุณไม่ต้องจ่ายเองอีก”
หยางซื่อหยุนยังกล่าวอีกว่า “ใช่ แม้ว่าคุณจะมีเงิน เราก็ปล่อยให้คุณจ่ายทุกอย่างเองไม่ได้หรอกนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่ง ศูนย์กิจกรรมของชาวบ้านก็เป็นของชาวบ้าน และน้ำในแม่น้ำก็ถูกดึงขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านล้างผัก
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนในเจียงวานก็มีรายได้เยอะ จนฐานะของพวกเขาร่ำรวยขึ้นมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ยืนกรานที่จะจ่ายเงินเอง “ได้ครับ ชาวบ้านทุกคนจะเป็นคนออกเงิน แต่ละครัวเรือนจะต้องจ่ายเท่า ๆ กัน ส่วนบ้านของผมก็ควรจ่ายเท่าที่ต้องจ่าย”
เจียงไห่เทียนพูดด้วยความโกรธ “นายไม่ได้ปลูกผักสักแปลง ทำไมต้องจ่ายด้วย”
หูฉางปิงยังกล่าวอีกว่า “ใช่ เสี่ยวไป๋ คุณไม่จำเป็นต้องออกเงินอะไรอีกแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “มันก็แค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าใส่ใจมันนักเลย ลุงคราวนี้ผมนำข่าวดีกลับมาด้วยนะ”
เมื่อเจียงไห่เทียน หูฉางปิงและคนอื่นได้ยินประโยคนี้พวกเขาก็เริ่มสงสัยและถามออกมาว่า “ข่าวดีอะไร ? ”
“เกี่ยวกับผักนอกฤดูหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และพูดด้วยความตื่นเต้น “ผักนอกฤดูกาลของเราไม่เพียงแต่จะขายให้กับเทียนจิงและเจียงเฉิงเท่านั้น แต่ยังจะขายให้กับจี้หนาน หยางโจว ฉางซา อู๋ตู และเป่าติงในเร็ว ๆ นี้ด้วย”
เมื่อเจียงไห่เทียนและคนอื่นได้ยิน พวกเขาก็ปรบมือเสียงดังด้วยความดีใจ
หยางซื่อหยุนอุทานออกมาว่า “เสี่ยวไป๋ คุณออกไปข้างนอกเพียงสิบวัน แต่เอาเวลาที่ไหนเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้มากมายขนาดนี้ หรือว่าคุณนั่งเครื่องบิน ! ”
หูฉางปิงกล่าวว่า “แม้แต่ชิงโจวก็ยังจะมีสนามบิน เป็นเรื่องปกติไหมที่เมืองใหญ่อย่างจี้หนาน หยางโจว และฉางซา จะมีสนามบิน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ผมไปแค่เจียงเฉิงและเทียนจิง ยังไม่เคยไปจี้หนาน หยางโจว ฉางซา อู๋ตู และเป่าติ้ง แต่มันเป็นความจริงที่ว่าผักนอกฤดูของเราจะขายให้กับเมืองเหล่านี้ด้วย ส่วนรายละเอียดที่ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ผมขอไม่บอกกับทุกคนแล้วกัน”
หูฉางปิงหัวเราะและพูดว่า “อย่าพูดเลย ! อย่าพูดเลย ! ตราบใดที่ผักนอกฤดูของเราสามารถขายได้ เราก็ไม่สนใจแล้วว่าคุณใช้วิธีไหนในการขายมัน”
หยางซื่อหยุนและคนอื่นต่างก็พยักหน้า
ในฐานะหัวหน้าหมู่บ้าน เจียงไห่เทียนย่อมเข้าใจสถานการณ์ดีกว่าหูฉางปิงและคนอื่นมาก หลังจากได้ยิน เขาก็พูดด้วยความกังวลเล็กน้อย “เสี่ยวไป๋ สถานที่ของเรามีขนาดเพียงฝ่ามือเท่านั้น นายเล่นขายผักนอกฤดูให้เมืองใหญ่หลายเมืองแบบนี้ เราจะหาผักที่ไหนมาขายให้พวกเขาได้เพียงพอล่ะ ? ”
ทันทีที่เขาพูดแบบนี้ออกมา หูฉางปิง หยางซื่อหยุน และคนอื่นก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มกังวล
ท้ายที่สุด พวกเขาต้องส่งผักเต็มรถบรรทุกขนาดใหญ่สี่คันให้เจียงเฉิงและเทียนจิงทุกวัน หากต้องส่งให้กับจี้หนาน หยางโจว ฉางซา อู๋ตู เป่าติ้ง และเมืองอื่นในลักษณะเดียวกันนี้ หนึ่งวันก็ต้องส่งผักหลายสิบคันรถ ในพื้นที่เท่านี้ จะมีผักเพียงพอได้อย่างไร !
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมาเสียงดัง “ไม่ผิดหรอกครับที่จะคิดแบบนี้”
“เพราะทุกคนไม่เพียงแต่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกผักในเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทขายผักอีกด้วย ! ”
“ในเจียงวานของเราอาจไม่มีผักขายขนาดนั้น แต่ตอนนี้ทั้งแปดเขตในชิงโจวได้พัฒนาการปลูกผักเรือนกระจกแล้ว แบบนี้เรายังกังวลว่าจะไม่มีผักเพียงพออีกไหมครับ ! ”
คำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้น
ใช่แล้ว พวกเขาเกือบลืมไปเลยว่าพวกเขายังเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทขายผักอยู่ !
ปัจจุบันนี้ผักนอกฤดูมีขายในเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ ขายดี เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องแหล่งอาหาร อีกอย่างพวกเขาไม่ต้องทำอะไร แค่รอเงินปันผลเท่านั้น
มันคุ้มค่าที่จะลงทุนจริง ๆ อีกอย่างพวกเขาไม่ต้องลงทุนมากมายอะไร
“เสี่ยวไป๋ ถ้าอย่างนั้นเราก็แค่รอเก็บเงินตามที่คุณพูดเลยใช่ไหม ? ”
“เสี่ยวไป๋ ที่เราสามารถทำเงินได้ก็เพราะคุณ”
“เสี่ยวไป๋ ขอบคุณมาก ! ”
“ ใช่แล้ว คุณมีบุญคุณกับชาวเจียงวานของเราจริง ๆ เราจะไม่ลืมบุญคุณนี้เลย”
“เสี่ยวไป๋…”
ทุกคนรอบข้างต่างก็พูดขอบคุณเจียงเสี่ยวไป๋อย่างล้นหลาม
อีกด้านหนึ่ง ก็มีเด็กสามถึงสี่คนวิ่งเข้ามาหาเจียงชาน เพื่อฟังเธอพูดเกี่ยวกับประสบการณ์การขึ้นเครื่องบิน การนั่งรถไฟ เยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม เยี่ยมชมหอรำลึกวีรบุรุษและการไปเดินบนกำแพงเมืองจีน
เด็กหลายคนต่างฟังเธอเล่าด้วยความสนใจ พร้อมทั้งมีสีหน้าอิจฉา และอยากรู้อยากเห็น
“ชานชาน เธอไม่กลัวเครื่องบินที่บินสูงขนาดนั้นเหรอ ? ”
“ชานชาน ตอนที่นั่งอยู่บนเครื่องบิน เธอได้มีความรู้สึกเหมือนว่าตัวเองบินได้หรือเปล่า ? ”
“ชานชาน มีร้านอาหารบนรถไฟไหม ? ”
“ชานชาน เทียนอันเหมินอยู่สูงหรือเปล่า ? ”
“ชานชาน หิมะในเทียนจิงตกหนักเหมือนที่เธอพูดจริง ๆ เหรอ ? ”
“ชานชาน…”
“……”
เจียงชานตอบคำถามของแต่ละคนด้วยความกระตือรือร้น ทำให้เด็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ชื่นชมเธออย่างมาก พวกเขามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเยินยอและความชื่นชม
พวกเขาอยากจะขึ้นเครื่องบินและรถไฟ ทั้งยังอยากเห็นเทียนอันเหมินและปีนกำแพงเมืองจีนด้วย แต่พ่อของพวกเขาไม่พาพวกเขาไปที่นั่น !
“พ่อของชานชานสุดยอดไปเลย ! ” หูหย่งกล่าวขึ้นมา
เจียงฮุยและหลิวเสี่ยวลู่ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
หลิวเสี่ยวลู่ถึงกับพูดว่า “ชานชาน คงจะดีมากถ้าฉันมีพ่อแบบเธอด้วย ! ”
หูหย่งหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ “เสี่ยวลู่ เธออย่าไปคาดหวังเลย อย่างฉันน่ะยังพอมีหวัง”
หลิวเสี่ยวลู่พูดอย่างไม่ยอม “พูดอย่างกับนายสามารถเปลี่ยนพ่อของเจียงชานให้มาเป็นพ่อของนายได้อย่างนั้นแหละ ? ”
หูหย่งเอามือตบอกตัวเองด้วยความมาดมั่น “ฉันเป็นเด็กผู้ชาย เมื่อฉันโตขึ้น ฉันจะแต่งงานกับชานชาน แบบนี้พ่อของชานชานก็จะเป็นพ่อของฉันแล้ว ! ”
“แหวะ แหวะ ! ”
“คนมั่นหน้า ! ”
เจียงฮุยและหลิวเสี่ยวลู่ต่างก็ล้อเลียนหูหย่ง
ในตอนนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้เข้ามาและได้ยินคำพูดของหูหย่งพอดี ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาก็บึ้งตึงขึ้นมา