ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 828 เสพติดการจุดพลุดอกไม้ไฟ
ตอนที่ 828 เสพติดการจุดพลุดอกไม้ไฟ
ดอกไม้ไฟในคืนที่เต็มไปด้วยหิมะนี้กินเวลานานเกือบสองชั่วโมงถึงสิ้นสุดลง
หลายคนที่ออกมาดูดอกไม้ไฟต่างทนลมหนาวข้างนอกไม่ไหว จึงกลับเข้าไปในบ้านนานแล้ว
แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยืนดูอยู่จนดอกไม้ไฟหยุดลง ถึงจะยอมเข้าบ้าน
“วันนี้สนุกมาก ! ”
หลังจากที่เจียงชานเข้ามาในห้องนั่งเล่น เธอก็ถอนหายใจ รอยยิ้มบนใบหน้าสีแดงของเธอนั้นสดใสยิ่งกว่าดอกไม้ไฟบนฟ้าเสียอีก
“คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถเล่นแบบนี้ได้ทุกวัน ! ” หวังกังกล่าว เขายังคงดื่มด่ำกับความสนุกสนานจากการเล่นพลุ
เจียงถิงก็มีความสุขมากเช่นกัน เป็นปีใหม่ที่แม้ว่าพ่อและแม่ของเธอจะไม่กลับมา แต่เธอก็ไม่รู้สึกเหงาเลย แถมยังได้ลองเล่นอะไรใหม่ ๆ ที่ได้เปิดหูเปิดตาเธออีกด้วย
เจียงไห่หยางก็มีความสุขไม่ต่างกัน ที่ผ่านมาตลอดชีวิตของเขาไม่เคยจุดพลุมากเท่าคืนนี้มาก่อน เมื่อผู้คนในเจียงวานพูดถึงเรื่องนี้ เขาจะต้องถูกอิจฉาและได้รับการชมเชยนับไม่ถ้วน เขาจินตนาการไว้แล้วว่าพรุ่งนี้ พี่น้องและเพื่อน ๆ ของเขาจะมีปฏิกิริยาต่อเขาอย่างไรบ้าง
การมีลูกชายที่ร่ำรวยนั้นเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ !
เจียงไห่หยางจึงได้ตัดสินใจออกมาว่า “ในช่วงตรุษจีน ฉันจะซื้อพลุมาเยอะ ๆ แบบนี้เลย”
“ว้าว น่าสนุกจังเลยค่ะ ! ”
คำพูดของเขาได้รับการสนับสนุนจากเจียงชานทันที เธออุทานและปรบมือไปด้วย
แม้แต่เจียงถิงก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสีหน้าคาดหวังและถามออกมาว่า “ลุงรอง จริงหรือเปล่าคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเสียงดัง “แน่นอนสิ ลุงไม่เพียงแต่ซื้อดอกไม้ไฟมาเยอะเท่านั้น แต่จะเอาดอกไม้ไฟที่สวย ๆ ไม่เหมือนใครกลับมาด้วย”
เพราะเขากำลังพูดคุยกับหวงหงหยุนเรื่องการควบรวมกิจการของโรงงานประทัดหงหยุน เขาจึงมีความมั่นใจนี้
เจียงชานพูดว่า “ป่าป๊าคะ มีดอกไม้ไฟอย่างอื่นอีกเหรอ ? มันมีอะไรบ้าง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ถึงแม้จะยังไม่มีในตอนนี้ แต่พ่อก็จะทำให้หนู พ่อสัญญาว่าจะทำให้หนูสนุกที่สุดในช่วงตรุษจีน”
หวังซิ่วจวี๋ที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินก็พูดด้วยความโกรธ “พวกแกจุดพลุเพื่อความสนุกกัน แต่พรุ่งนี้ฉันต้องทำความสะอาดลานนั้น ไม่รู้ว่าเศษกระดาษจะเยอะแค่ไหน”
พลุถือ พลุระเบิดชุดเล็ก พลุมังกรสีที่ถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าล้วนไม่ใช่ขยะ แต่กระบอกพลุเปล่า ๆ ต่างหากคือขยะ แต่พวกมันถูกกองรวมกันไว้แล้ว จึงไม่น่าจะทำความสะอาดยากเท่าไหร่
แต่พลุผีเสื้อและพลุลูกข่างที่ตกลงมานั้นปลิวไปทั่วทุกที่จริง ๆ และหลังจากหิมะตกหนักในคืนนี้ พวกมันก็อาจจะถูกฝังอยู่ใต้หิมะไปแล้ว หากจำเป็นต้องทำความสะอาดจริง ๆ ก็ต้องรอจนกว่าหิมะจะละลายไปจนหมด
“คุณย่าไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดเองหรอกค่ะ พรุ่งนี้หนูจะทำเอง” เจียงชานพูดพร้อมกับตบหน้าอกของเธอไปด้วย
หวังซิ่วจวี๋พูดด้วยความโกรธ “ไม่ต้องให้หลานทำความสะอาดหรอก ย่าก็พูดไปแบบนั้นเอง”
เจียงชานยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย “หนูรู้ว่าคุณย่าปากแข็ง แต่ใจเต้าหู้”
ทันทีที่ได้ยินคำเยินยอจากหลานสาว หวังซิ่วจวี๋ก็ไม่พูดอะไร
หลินเจียอินรู้จากเฝิงเยี่ยนหงแล้วว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังวางแผนที่จะเข้าซื้อโรงงานประทัดหงหยุน หลังจากได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว เธอก็พูดว่า“คุณจะเข้าซื้อโรงงานประทัดหงหยุนงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “อย่างไรผมก็ต้องรีบตัดสินใจร่วมมือกับพวกเขาก่อนที่จะไปเจียงเฉิงเพื่อจัดการประชุมด้านการลงทุนในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้อยู่ดี”
เขามีแผนในใจแล้ว หากบรรลุข้อตกลงกับหวงหงหยุนได้ กิจกรรมที่จะจัดในเจียงเฉิงจะไม่เพียงแต่มีแค่การประชุมสั่งซื้อของตัวแทนจำหน่าย และงานการลงทุนระดับชาติเท่านั้น แต่ยังจะมีการแสดงดอกไม้ไฟอีกด้วย
เมื่อการแสดงดอกไม้ไฟนี้เสร็จสิ้น ทั้งตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศและชาวเจียงเฉิงที่มาชมการแสดงดอกไม้ไฟในวันนั้นก็จะมีการพูดปากต่อปากถึงความยิ่งใหญ่อลังการ จากนั้นโรงงานประทัดหงหยุนก็จะกลายเป็นผู้ผลิตดอกไม้ไฟรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายของเจียงเจียกรุ๊ปเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย
เขาคาดหวังกับเรื่องนี้ไว้สูงมาก
แต่เขาไม่ได้พูดมันออกมาในตอนนี้
หลังจากได้ยิน หวังผิงก็รู้ทันทีว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังคิดจะสร้างดอกไม้ไฟที่ไม่เหมือนใคร เขาจึงรู้สึกประหลาดใจและถามว่า “เสี่ยวไป๋ นายจะทำดอกไม้ไฟแบบไหนบ้าง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ฉันจะทำดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ที่สามารถจุดบนพื้นพร้อมกันได้หลายสิบถึงหลายร้อยลูก ซึ่งพลุระเบิดที่มีขายอยู่ในตอนนี้สามารถพุ่งสูงได้แค่สี่สิบถึงห้าสิบเมตร แต่ที่ฉันจะทำ มันต้องพุ่งขึ้นสูงได้อย่างน้อยสามร้อยเมตร”
“แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญ ! ”
หวังผิงอดไม่ได้ที่จะถาม “แล้วยังมีอะไรสำคัญไปกว่านี้อีก ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “สีของดอกไม้ไฟที่มีในตอนนี้ดูจำเจเกินไป โดยมีเพียงสามหรือสี่สีเท่านั้น ฉันสามารถสร้างสีต่าง ๆ ได้มากกว่านี้ เช่น แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน ม่วง ฯลฯ หลังจากดอกไม้ไฟถูกปล่อยออกมา ก็สามารถแสดงลวดลายต่าง ๆ ได้อีก อย่างรูปดอกไม้ กระต่าย หมู เป็นต้น เป็นรูปร่างอื่น หรือแม้แต่ทำเป็นรูปข้อความก็ยังได้”
หวังผิงและคนอื่นต่างก็ตกตะลึงเมื่อได้ยิน
“คุณสามารถทำดอกไม้ไฟออกมาแบบนั้นได้จริงเหรอ ? ” หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความเหลือเชื่อ
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “หลักการของการทำดอกไม้ไฟนั้นง่ายมาก ผมคิดออกหลังจากการค้นคว้าเพียงเล็กน้อย”
หลินเจียอินดูไม่เชื่อ “แล้วคุณไปเรียนเรื่องนี้มาเมื่อไหร่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หลังเที่ยงของวันนี้ ผมได้ออกแบบดอกไม้ไฟไว้มากมายในสำนักงาน”
เขาชี้ไปที่เฝิงเยี่ยนหงแล้วพูดว่า “ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณก็ลองถามเยี่ยนหงได้ เธอเห็นที่ผมวาดด้วย”
สิ่งที่เขาทำระหว่างวันก็สามารถใช้เป็นข้ออ้างปกปิดความจริงได้ในที่สุด
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้กังวลกับคำถามของภรรยาแม้แต่น้อย
“ผมก็เห็นภาพที่ลุงเจียงวาดด้วย ! ”
ก่อนที่เฝิงเยี่ยนหงจะเปิดปากพูดออกมา หวังกังก็พูดว่า “ผมได้ถามลุงเจียงว่าวาดภาพอะไร เขาก็บอกว่ามันเป็นภาพดอกไม้ไฟ”
จากนั้น เฝิงเยี่ยนหงก็เล่าเรื่องที่เจียงเสี่ยวไป่ออกแบบดอกไม้ไฟให้หลินเจียอินฟัง
แต่เธอยังคงมีข้อสงสัยอยู่บ้าง “แล้วทำไมเรื่องพวกนี้ โรงงานทำดอกไม้ไฟหลายที่ถึงคิดไม่ออก ? ทำไมถึงมีแค่คุณเท่านั้นที่คิดได้ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มบาง “คุณจำสิ่งที่ผมบอกคุณได้ไหม ? ”
“ยิ่งเราคิดไกลแค่ไหน เราก็จะไปได้ไกลเท่านั้น ! ”
“ที่คนอื่นคิดเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่ได้คิดเรื่องนี้ไกลเท่ากับผม”
หลินเจียอินได้ฟังคำพูดนี้ก็คิดว่ามันสมเหตุสมผล แต่เธอมักจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ไม่สามารถอธิบายได้
เธอเม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า “ก็เพราะคุณเป็นคนที่มีกลอุบายมากมายและเจ้าเล่ห์อย่างไรล่ะ ! ”
จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกท้อแท้: คำพูดเหล่านี้……ทำไมมันดูเหมือนเป็นการด่าเขาทางอ้อมเลยล่ะ
เขาแอบมองคนรอบข้างก็พบว่าไม่มีใครให้ความสำคัญกับมัน เลยทำให้เขารู้สึกโล่งใจ
ในอนาคตเขาต้องย้ำกับภรรยาว่าห้ามด่าเขาต่อหน้าคนอื่น นอกเสียจากอยู่ด้วยกันสองต่อสองเท่านั้น
เรื่องบางเรื่องก็ต้องมี……ข้อห้าม !
หวังผิงครุ่นคิดอยู่นาน จากนั้นก็กลับมามีสติอีกครั้งและพูดว่า “เสี่ยวไป๋ หากนายวางแผนที่จะร่วมมือกับโรงงานประทัดหงหยุนในตอนนี้ ดอกไม้ไฟที่นายเพิ่งออกแบบไป นายตั้งใจจะเปิดตัวในระหว่างการประชุมสั่งซื้อของตัวแทนจำหน่ายที่เจียงเฉิงใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คิดที่จะบอกเรื่องนี้ตั้งแต่แรก แต่หวังผิงก็มองออก ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะปิดบังมัน
เขาพยักหน้า “ใช่ ฉันตั้งใจไว้แบบนี้”
หวังผิงพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นทันที “ถ้าอย่างนั้นเราต้องหาสถานที่ในเจียงเฉิงเพื่อจุดพลุเหมือนคืนนี้ไหม เพื่อให้ผู้คนได้เห็นดอกไม้ไฟรูปแบบใหม่ของเราด้วย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและมองไปที่หวังผิงอย่างเห็นด้วย
“ไม่เลว ตอนนี้นายเริ่มมีไอเดียที่สร้างสรรค์เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้ว ! ”
หวังผิงเอามือแตะหัวตัวเองแล้วยิ้มออกมาอย่างเก้อเขิน “ที่ผ่านมามีการประชุมระดมความคิดไปถึงสองครั้ง รองประธานเมิ่งแนะนำให้เราใช้สมองคิดนอกกรอบให้มากกว่านี้น่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋เอ่ยชม “ดีมาก”
หวังผิงกล่าวว่า “งั้นฉันจะเพิ่มหัวข้อดอกไม้ไฟในการประชุมของวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “พรุ่งนี้เป็นวันหยุดไม่ใช่เหรอ ? ทำไมยังมีประชุมอีก ? ”
หวังผิงกล่าวว่า “รองประธานเมิ่งบอกว่าวันหยุดมีไว้สำหรับพนักงานและผู้จัดการระดับล่างเท่านั้น แต่สำหรับพวกเราผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนั้นไม่มีวันหยุด”
“นอกจากนี้ กิจกรรมในเจียงเฉิงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เราไม่มีเวลาที่จะมาหยุดหรอก ! ”