ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 836 ปั้นตุ๊กตาหิมะ
ตอนที่ 836 ปั้นตุ๊กตาหิมะ
วันรุ่งขึ้น หิมะก็หยุดตก
พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าส่องแสงให้โลกที่ขาวโพลน แสงแดดอ่อน ๆ ส่องสว่าง แต่กลับไม่ทำให้ผู้คนที่หนาวเหน็บรู้สึกอบอุ่นขึ้นเลย
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาในเมือง เขาก็พาหลินเจียอินและเจียงชานไปที่ร้านนวดเท้า
เมื่อวานนี้หลินเจียอินนัดกับเฝิงเยี่ยนหงว่าจะไปที่ร้านนวดเท้าในวันนี้
“ป่าป๊าคะ วันนี้แดดออก แต่ทำไมถึงรู้สึกเย็นขึ้นล่ะ ? ”
หลังลงจากรถแล้ว เจียงชานก็หดตัวเข้าไปในเสื้อคลุม เธอตัวสั่นเพราะความหนาว
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หิมะตกเราจะไม่ค่อยรู้สึกหนาว แต่ถ้าแดดออกแล้วหิมะละลายเพราะความร้อน ไอเย็นของมันจะยิ่งทำให้เรารู้สึกเย็นขึ้นไปอีก”
เจียงชานพยักหน้ารับ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
แต่ไม่สำคัญ เธอแค่จำไว้ว่าถ้าหิมะตกจะไม่หนาวเท่าตอนที่หิมะละลายก็พอแล้ว
“เข้าไปข้างในกันเถอะ ข้างนอกลมแรง”
เจียงเสี่ยวไป๋ช่วยพยุงหลินเจียอินเดินเข้าไปในร้านเพราะกลัวว่าเธอจะล้ม ก่อนที่เขาจะหันมาบอกเจียงชาน
“ป่าป๊าคะ มาปั้นตุ๊กตาหิมะกันไหม ? ”
เจียงชานยังไม่เดินตามมา เมื่อมองดูหิมะในลาน เธอก็พูดด้วยความตื่นเต้น
เมื่อวานเธอมีความคิดที่จะสร้างตุ๊กตาหิมะ
แต่หิมะในลานที่โรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกถูกคนงานเคลียร์ไปหมดแล้ว จึงทำให้เธอปั้นตุ๊กตาหิมะไม่ได้
แต่ที่นี่ หิมะก็เป็นเหมือนจุดเด่นของร้านนวดเท้า จึงไม่จำเป็นต้องทำความสะอาด มันยังคงมีอยู่เต็มลาน
หลังจากที่เธอเห็นแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความคิดนี้ขึ้นมาอีกครั้ง
เจียงเสี่ยวไป๋ก็เคยปั้นตุ๊กตาหิมะเมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็ก
แน่นอนว่าเขาจะไม่ปฏิเสธคำขอเล็ก ๆ น้อย ๆ ของลูกสาว เขายิ้มและพูดว่า “งั้นพ่อส่งแม่เข้าไปในร้านก่อน ถ้าหวังกังอยู่ข้างใน พ่อจะเรียกเขามาปั้นด้วยกัน”
“ดีไปเลยค่ะ ! ”
เมื่อเจ้าตัวเล็กได้ยินว่าพ่อเห็นด้วย เธอก็ตอบกลับและวิ่งเข้าไปข้างในร้านอย่างรวดเร็ว ขณะวิ่ง เธอก็ตะโกนด้วยว่า “เสี่ยวกัง เสี่ยวกัง…”
เฝิงเยี่ยนหงและหวังกังมาถึงก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งทั้งสองกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหลุมไฟกับเฉินซินเพื่ออบอุ่นร่างกาย
เมื่อได้ยินเสียงของเจียงชาน เฉินซินก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เสี่ยวกัง พี่ชานชานมานู่นแล้ว”
เมื่อได้ยิน หวังกังก็รู้สึกตื่นเต้น “พี่ชานชานมาแล้ว เราไปปั้นตุ๊กตาหิมะกันเถอะ ! ”
ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น เขาก็ลุกขึ้นและวิ่งไปที่ประตู
เด็กน้อยคนนี้ก็อยากปั้นตุ๊กตาหิมะเหมือนกัน
เฉินซินยิ้ม เธอลุกขึ้นยืนแล้วพูดกับเฝิงเยี่ยนหงว่า “ผู้ช่วยเฝิง นั่งตรงนี้ก่อนนะคะ ฉันจะดูพวกเขาให้เอง”
เฝิงเยี่ยนหงพยักหน้า
เฉินซินก็หันกลับและเดินไปที่ประตู
เด็กน้อยสองคนพบกันที่ประตู และเจียงชานก็พูดอย่างมีความสุข “เสี่ยวกัง ไปปั้นตุ๊กตาหิมะกันดีกว่า”
หวังกังหัวเราะเสียงดัง “ผมรอพี่มานานแล้ว ! ”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินที่เดินตามมาข้างหลัง เขาก็รีบตะโกนทักทายทันที
“ลุงเจียง ! ”
“ป้าหลิน ! ”
หลังจากที่ทักทายทั้งสอง เขาก็ถามอย่างแผ่วเบา “ลุงเจียง ผมกับพี่ชานชานขอไปปั้นตุ๊กตาหิมะได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “งั้นไปก่อนเลย เดี๋ยวสักพักลุงจะตามไป”
“ได้ครับ ! ”
หวังกังตอบรับ เขาจับมือกับเจียงชานและวิ่งไปที่ลานซึ่งเต็มไปด้วยหิมะ
หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ช้าหน่อย ระวังลื่น…”
ก่อนที่เธอจะพูดจบ ก็มีเสียง “อ๊า” ดังขึ้น เท้าของหวังกังลื่นไถลและกลิ้งไปบนพื้นหิมะ
เขาจับมือของเจียงชาน และเธอก็ล้มลงกับพื้นพร้อมกับอุทานออกมาเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม หิมะบนพื้นหนามากกว่าหนึ่งนิ้ว ดังนั้นแม้ว่าทั้งสองจะล้มลง แต่ก็ไม่เจ็บ พวกเขายังลุกขึ้นยืนและหัวเราะออกมา
หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมื่อเห็น และพูดด้วยความโกรธว่า “บอกแล้วว่าให้ช้าลงหน่อย ไม่ฟังกันเลย ! ”
เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยทั้งสองไม่เป็นอะไร เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้มและพูดว่า “ลืมมันซะ ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพวกเขา เข้าไปข้างในกันเถอะ”
ในเวลานี้ เฉินซินได้เดินออกมาทักทายเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอิน แล้วพูดว่า “ฉันจะไปดูพวกเขาให้เองค่ะ”
พูดจบ เธอก็เดินไปที่ลานเล็ก ๆ อย่างรวดเร็ว
“พี่เฉินซิน มาเล่นด้วยกันเร็ว ! ”
เจียงชานเห็นเฉินซินจึงพูดอย่างมีความสุข “มาปั้นตุ๊กตาหิมะกับเราสิคะ”
“เอาล่ะ มาปั้นตุ๊กตาหิมะตัวใหญ่กันเถอะ ! ”
เฉินซินกล่าวด้วยรอยยิ้ม หยิบหิมะจำนวนหนึ่งจากพื้น ปั้นมันให้เป็นก้อนทรงกลมที่ค่อนข้างแน่น จากนั้นก็วางมันลงบนหิมะและเริ่มกลิ้งให้มันลูกใหญ่ขึ้น
เจียงชานพูดด้วยความประหลาดใจว่า “พี่เฉินซินกำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ ? ”
เฉินซินยิ้มและพูดว่า “ไม่ใช่ว่าจะปั้นตุ๊กตาหิมะเหรอ ? มากลิ้งก้อนหิมะให้ใหญ่จำนวนสองลูกก่อน”
“อ้อ ค่ะ ! ”
เจียงชานเห็นด้วยและหยิบหิมะจำนวนหนึ่งมาปั้นเป็นก้อนหิมะ
เช่นเดียวกับหวังกัง
พวกเขาเล่นกันสามคน เฉินซินและพวกเจียงชานกลิ้งก้อนหิมะในลานเล็ก ๆ ซึ่งในตอนแรกก้อนหิมะยังมีขนาดเล็ก แต่ไม่นานมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ในไม่ช้า ก้อนหิมะของเจียงชานก็ใหญ่พอกับใบหน้าของเธอ หิมะในลานเล็ก ๆ ก็ค่อย ๆ ยุ่งเหยิงโดยมีร่องรอยของก้อนหิมะกลิ้งไปทุกที่
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋พาหลินเจียอินเข้าไปข้างใน เขาก็รีบออกมา
เขายืนสูบบุหรี่อยู่ที่ประตู มองดูเจียงชานและอีกสองคนปั้นก้อนหิมะอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร
“ป่าป๊าคะ มาช่วยหนูหน่อยค่ะ หนูจะกลิ้งลูกบอลหิมะต่อไปไม่ไหวแล้ว”
เจียงชานเห็นเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว เธอพูดขึ้นมาหลังจากที่รู้สึกว่าไม่สามารถผลักก้อนหิมะที่อยู่ตรงหน้าของเธอต่อไปได้อีก
หวังกังก็ยังตะโกนต่อว่า “ลุงเจียงครับ ของผมก็แทบจะผลักมันไม่ไปอยู่แล้ว”
การเคลื่อนไหวของเขาช้ากว่าเจียงชานเสียอีก ทั้งที่ก้อนหิมะเล็กกว่า
ก้อนหิมะที่เฉินซินกลิ้งนั้นยิ่งใหญ่กว่าทั้งสอง และเธอก็แทบจะไม่สามารถผลักมันไปได้อีก
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “หากต้องการปั้นตุ๊กตาหิมะ แค่กลิ้งลูกบอลสองลูกก็พอ ลูกใหญ่สำหรับปั้นเป็นตัว ลูกเล็กสำหรับทำหัว”
ขณะที่เขาพูด เขาก็ถือพลั่วแล้วเดินไปที่ลานตรงหน้า
เฉินซินยิ้มและพูดว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณปั้นตุ๊กตาหิมะเป็นไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและชี้ไปที่ลาน “เธอคิดว่าเราควรวางตุ๊กตาหิมะไว้ตรงไหนดี ? ฉันจะได้ยกก้อนหิมะก้อนใหญ่ของเธอไปไว้ตรงนั้น”
หวังกังกล่าวว่า “เอาไว้ตรงกลางเพื่อให้มองเห็นได้ทุกมุมดีกว่าครับ”
เจียงชานโบกมือไปมา “กองมันไว้ตรงกลางไม่ได้ เพราะมันจะขวางทางเดิน มากองไว้ริมทะเลสาบดีกว่า และทำท่าให้มันดูเหมือนชาวประมงกำลังตกปลา”
เจียงเสี่ยวไป๋ตาเป็นประกาย ลูกสาวของเขามีความคิดที่สร้างสรรค์มาก
เฉินซินก็คิดว่าความคิดนี้ดี จึงพูดว่า “เอาล่ะ มากองมันไว้ริมทะเลสาบกันเถอะ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็เรียกเจียงชานและหวังกัง “ไม่ต้องกลิ้งลูกเล็กแล้ว มาช่วยกันกลิ้งลูกใหญ่ไปที่ริมทะเลสาบกันก่อน”
เด็กน้อยทั้งสองวิ่งเข้ามาทันที และทั้งสามคนก็ผลักก้อนหิมะก้อนใหญ่ไปที่ริมทะเลสาบ
เจียงเสี่ยวไป๋ก็รีบเดินไป เขาหาตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วพูดว่า “มาเลย เอามากองตรงนี้”
สถานที่ที่เขาเลือกอยู่ใต้ต้นหลิวที่ตายแล้ว ห่างจากทะเลสาบไม่ถึงครึ่งเมตร
ทั้งสามคนก็ผลักก้อนหิมะก้อนใหญ่ออกไปอย่างแรง ตลอดทางที่ก้อนหิมะกลิ้งไป ทำให้มันมีลูกที่ใหญ่ขึ้น เจียงเสี่ยวไป๋จึงไปยืนอยู่ข้างหน้า เพราะกังวลว่าหากพวกเขาควบคุมมันไม่ได้ มันอาจจะกลิ้งลงไปในทะเลสาบ และแบบนั้นคงน่าเสียดายน่าดู
โชคดีที่มันไม่เป็นไร และในที่สุดก้อนหิมะก้อนใหญ่ก็มาหยุดที่ตำแหน่งที่กำหนดไว้ในที่สุด
เฉินซิน เจียงชาน และหวังกังต่างหายใจแรงด้วยความเหนื่อยล้า
“ปั้นตุ๊กตาหิมะมันเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอ ! ”
หวังกังเช็ดเหงื่อออกจากใบหน้าแล้วพูดออกมา
เจียงชานไม่สนใจ เธอมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วถามว่า “ป่าป๊า แล้วเราควรทำยังไงต่อดีคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นพลั่วให้เธอ “ก่อนอื่น เราต้องตบก้อนหิมะให้แน่นก่อน”
ในขณะที่พูด เขาก็ใช้พลั่วฟาดก้อนหิมะ และก้อนหิมะทรงกลมก็บุบลงเป็นรอยกว้างขนาดใหญ่
ก้อนหิมะที่กลิ้งไปมาแบบนี้เป็นการจับหิมะเข้ามารวมกันเป็นก้อน ดังนั้นมันจะเล็กลงมากเมื่อตบมัน
เมื่อเจียงชานเห็น เธอก็เลียนแบบเจียงเสี่ยวไป๋และตบด้วยหลังพลั่ว
ไม่นานหลังจากนั้น ก้อนหิมะก้อนใหญ่ก็กลายเป็นก้อนที่เล็กลงกว่าเดิมมาก
“หิมะยังไม่พอ ไปตักมาเพิ่มเถอะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยื่นพลั่วให้เฉินซินแล้วพูดขึ้น
เฉินซินหยิบพลั่วไปตักหิมะกับเจียงชาน พวกเธอเอาพลั่วตักหิมะมากองไว้จนมันเริ่มสูงขึ้น
“ถ้ามองจากด้านบน เราต้องทำให้มันเป็นทรงกระบอก ที่ด้านบนเล็กด้านล่างใหญ่”
เจียงเสี่ยวไป๋กำกับและกล่าวออกมา