ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 837 ผมจะทำตามที่คุณบอก
ตอนที่ 837 ผมจะทำตามที่คุณบอก
เจียงเสี่ยวไป๋กำลังยุ่งอยู่กับการปั้นตุ๊กตาหิมะกับเจียงชาน พวกเขาค่อย ๆ ปั้นลำตัวของตุ๊กตาที่หนาห้าสิบเซนติเมตร จากนั้นจึงเริ่มปั้นศีรษะ
เขาเล่นบทบาทผู้บังคับบัญชาเกือบตลอดเวลา และเด็กสองคนก็ได้ทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง
ใช้ท่อนไม้ไผ่ทำเป็นจมูกยื่นออกมา ใช้ถ่านหินทำเป็นตา ฯลฯ นอกจากนี้ยังเจอเสาไม้ไผ่ที่แห้งและเรียว จึงเอาด้ายมาผูกไว้ด้านหน้าเพื่อใช้เป็นคันเบ็ด
และตุ๊กตาหิมะตัวนี้ยังดูสมส่วนอีกด้วย
เจียงชานปรบมือและพูดว่า “ถ้าใส่หมวกไม้ไผ่ให้มันอีก มันคงจะดูเหมือนคนจริง ๆ เวลาเรามองจากระยะไกลนะคะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พ่อจะกลับไปในตอนบ่าย ไปที่บ้านคุณลุงเพื่อขอหมวกไม้ไผ่ใบเก่ามาใส่ให้มัน”
“ใช่ ใช่ ใช่ ! ” เจียงชานเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว
เจียงเสี่ยวไป๋ยังพูดออกมาว่า “มันจะดีกว่านี้ ถ้าเราใส่รายละเอียดลงไปอีกนิด แล้ววางตะกร้าปลาไว้ข้าง ๆ ”
“ป่าป๊าช่วยจัดแต่งทรงผม ส่วนเสี่ยวกังกับหนูจะทำตะกร้าปลา ! ” เจียงชานกล่าว
เดิมที เจียงเสี่ยวไป๋ต้องการให้ลูกสาวของเขาทำเอง แต่หลังจากคิดดูแล้ว เมื่อลูกสาวพูดออกมาแบบนี้ มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
เขาหยิบท่อนไม้ไผ่ขึ้นมาทันทีแล้วนั่งยอง ๆ ตัดแต่ง ขูดหิมะส่วนเกินออก เพื่อแกะสลักลวดลายของตุ๊กตาหิมะอย่างระมัดระวัง
เพราะเขาต้องการทำให้ตุ๊กตาหิมะตัวแรกที่ปั้นกับลูกสาวของเขาออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
น่าเสียดายที่ช่างไม้ถานไม่อยู่ที่นี่
ไม่อย่างนั้นคงจะสามารถทำให้มันเหมือนจริงได้อย่างแน่นอน
ในขณะนี้ ถานชิงซานก็ได้ขับรถมินิแวน 130 ขับพาหวงหงหยุนมาจอดที่ลาน
“ใช่จริง ๆ ผู้ช่วยเจียงอยู่ที่นี่”
เมื่อเห็นรถจี๊ป ถานชิงซานก็แน่ใจว่าเจียงเสี่ยวไป๋ต้องอยู่ที่นี่ จึงหันไปพูดกับหวงหงหยุน
หวงหงหยุนมองไปรอบ ๆ ที่นี่เป็นลานบ้านเก่าแก่ มีต้นไผ่อยู่ด้านหลังและมีทะเลสาบเล็ก ๆ อยู่ข้างหน้าที่สะท้อนเงาของตัวบ้าน สภาพแวดล้อมเงียบสงบมาก
ขณะที่เขากำลังจะถอนหายใจ เขาก็เห็นเด็กสองคนกำลังตักหิมะ และหญิงสาวคนหนึ่งกำลังมองดูชายอีกคนปั้นตุ๊กตาหิมะด้วยความคาดหวัง
“นั่น…ผู้ช่วยเจียงนี่ ? ”
หวงหงหยุนชี้ไปที่ชายที่กำลังปั้นตุ๊กตาหิมะด้วยความสับสนและพูดด้วยความเหลือเชื่อ
ถานชิงซานตอบกลับและมองไปตามนิ้วของหวงหงหยุน ซึ่งจะเป็นใครไปได้ ถ้าไม่ใช่เจียงเสี่ยวไป๋ ?
“เอ่อ ผู้ช่วยเจียงจริง ๆ ! ”
ถานชิงซานพูดด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ หวงหงหยุนถามว่าทำไมเจียงเสี่ยวไป๋ไม่มาคุยกับเขาเอง ถานชิงซานจึงบอกว่าผู้ช่วยเจียงกำลังยุ่งมาก
แต่ความเป็นจริง……
นี่ไม่เท่ากับเป็นการตบหน้าตัวเองเหรอ ?
ผู้ช่วยเจียงมีงานยุ่งจริง ๆ แต่แทนที่จะทำงาน เขากลับมาเล่นปั้นตุ๊กตาหิมะแทน
“ผู้ช่วยเจียงให้ความสำคัญกับครอบครัวของเขามากที่สุด เขาคงเจียดเวลามาเล่นกับลูกสาวสักพักแหละครับ” ถานชิงซานพูดอย่างรวดเร็ว
หวงหงหยุนยิ้ม เจียงเสี่ยวไป๋ให้ความสำคัญกับครอบครัวของเขามาก ซึ่งเขาก็รู้แบบนั้นเหมือนกัน
“เอาล่ะ เราไปดูพวกเขากันเถอะ ! ”
พูดจบ ทั้งสองก็ลงจากรถแล้วเดินไปที่ลาน
“ลุงถาน ! ”
“สวัสดีครับคุณลุง ! ”
หวังกังเห็นถานชิงซานและชายแปลกหน้าเดินมาจึงได้ทักทายพวกเขาอย่างสุภาพ
เจียงชานเห็นทั้งสองคน จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ลุงถาน ลุงเองก็มาดูป่าป๊าปั้นตุ๊กตาหิมะใช่หรือเปล่าคะ ? ”
ถานชิงซานยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ เรามาดูฝีมือของพ่อหนูกันดีกว่า”
เขาเรียนแกะสลักกับช่างไม้ถานมาระยะหนึ่งแล้ว แม้ว่าฝีมือของเขาจะไม่เก่งเท่าช่างไม้ถาน แต่ก็ยังถือว่าผ่าน
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นและเห็นทั้งสองคน เขาพยักหน้าให้หวงหงหยุนก่อน แล้วกล่าวสวัสดี จากนั้นก็โบกมือให้ถานชิงซาน “พี่มาทันเวลาพอดี ใช้ทักษะการแกะสลักของพี่ช่วยผมเก็บรายละเอียดตุ๊กตาหิมะตัวนี้ทีสิ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็ยื่นท่อนไม้ไผ่ที่อยู่ในมือของเขาให้
ถานชิงซานตกตะลึงเล็กน้อย ผู้จัดการหวงก็ยังอยู่ที่นี่ในฐานะลูกค้า เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรที่เกี่ยวกับงานเลย แต่กลับยื่นไม้ให้เขาช่วยปั้นตุ๊กตาหิมะแทนเนี่ยนะ
เขาหยิบไม้ไผ่ขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจและมองไปที่หวงหงหยุนด้วยสีหน้าขอโทษ
หวงหงหยุนยักไหล่ “ไม่เป็นไร คุณทำไปก่อนเถอะ”
ถานชิงซานเข้ามารับช่วงต่อจากเจียงเสี่ยวไป๋ ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้หยิบบุหรี่ออกมา ยื่นมวนหนึ่งให้กับหวงหงหยุนและพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้จัดการหวง เราได้เจอกันอีกแล้วนะ”
หวงหงหยุนรับบุหรี่มาแล้วพูดว่า “ที่จริงผมตั้งใจที่จะติดต่อคุณมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่คุณถานบอกว่าคุณกลับบ้านในช่วงวันหยุด”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่ใช่คนหมกมุ่นกับงานมากนัก และผมก็ชอบอยู่กับครอบครัว”
หวงหงหยุนเองก็เป็นผู้ชายที่ใส่ใจครอบครัวของเขาเหมือนกัน เขาจึงพูดว่า “ได้ใช้เวลาช่วงพิเศษนี้กับครอบครัวเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม
เขารู้สึกถึงประโยคนี้ลึกซึ้งยิ่งกว่าใคร และเขาได้รับมันโดยแลกกับความเหงามาตลอดชีวิต
แต่ประสบการณ์นี้ไม่สามารถแบ่งปันกันได้
เจียงเสี่ยวไป๋จึงเปลี่ยนหัวข้อและถามว่า “คุณคุยกับคุณถานเสร็จแล้วหรือยัง ? ”
หวงหงหยุนไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะเปลี่ยนเรื่องเร็วขนาดนี้ เขาสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ทุกอย่างเรียบร้อยดี ผมแค่อยากจะมาถามบางอย่างกับคุณโดยตรงก็เท่านั้น ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ประหลาดใจเล็กน้อยและพูดว่า “คุณอยากถามอะไรเหรอครับ พูดมาสิ ! ”
หวงหงหยุนกล่าวว่า “คุณช่วยทำให้โรงงานประทัดหงหยุนเป็นที่พูดถึงไปทั่วทั้งประเทศได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกยินดี คำถามนี้เหมือนกับที่ถานชิงซานพูดทุกประการ
“แค่มีชื่อเสียงในประเทศเท่านั้นเหรอครับ ? ”
“ไม่มีปัญหาครับ ดังไปทั่วโลกก็ทำได้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ
หวงหงหยุนไม่ได้คาดหวังว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะตรงไปตรงมาขนาดนี้ เขาจึงพูดอย่างกล้าหาญ “ถ้าอย่างนั้นผมก็ยอมรับข้อกำหนดทั้งหมดที่บริษัทของคุณเสนอมา”
เจียงเสี่ยวไป๋เอื้อมมือออกไปและจับมือกับอีกฝ่าย “ยินดีต้อนรับสู่เจียงเจียกรุ๊ป คุณจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้แน่นอนครับ”
หวงหงหยุนหัวเราะเสียงดัง “ผมรอคอยมันมานานแล้ว ขอบคุณที่ไม่ปฏิเสธและให้ผมเข้าร่วมเจียงเจียกรุ๊ป”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือและถามอย่างจริงจังทันที “ถ้าผมอนุญาตให้คุณรับสมัครคนโดยไม่มีข้อจำกัด คุณจะรับสมัครคนงานที่มีทักษะได้กี่คนภายในไม่กี่วันนี้ ? ”
หวงหงหยุนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวว่า “มีโรงงานประทัดหลายแห่งในหมู่บ้านเฉิงซี การว่าจ้างของโรงงานประทัดที่อื่นก็เหมือนกับโรงงานของเรา พวกเขารับสมัครคนงานชั่วคราวในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ดังนั้นชาวบ้านที่นั่นจึงถือว่าเป็นแรงงานที่มีทักษะ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาในการรับสมัครคนงานสักสามถึงสี่ร้อยคน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า นี่ถือว่าเป็นข่าวที่ดี
นอกจากนี้ เขายังถามคำถามที่น่ากังวลอีกว่า “แล้วใครเป็นผู้รับผิดชอบในการออกแบบดอกไม้ไฟในโรงงานเหรอครับ ? ”
หวงหงหยุนเอามือแตะหัวของเขาและพูดออกมาว่า “ผมรับผิดชอบเป็นหลัก และยังมีช่างทำประทัดอาวุโสหกคน ซึ่งทุกคนต่างก็มีความสามารถมาก”
เจียงเสี่ยวไป๋มองเขาอย่างลึกซึ้งแล้วพูดว่า “งั้นเอางี้ละกันครับ คุณและคุณถานรีบดำเนินการตามขั้นตอนในการเข้าร่วมเจียงเจียกรุ๊ปให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ ในเวลาเดียวกัน คุณก็เปิดรับสมัครคนงานจำนวนมาก โดยเพิ่มเงินเดือนให้พวกเขาเป็นสองเท่าจากเดิม”
หวงหงหยุนตกใจและถามออกมาว่า “แก้แถ่เจียง ทำไมคุณถึงรับสมัครคนงานจำนวนมากกะทันหันแบบนี้ล่ะครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ “แน่นอนว่าเป็นเพราะเรากำลังจะทำดอกไม้ไฟ ! ”
หวงหงหยุนคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “เถ้าแก่เจียง กำไรจากดอกไม้ไฟตอนนี้ไม่สูงนัก จู่ ๆ คุณก็เพิ่มเงินเดือนให้คนงานเป็นสองเท่าแบบนี้ แม้ว่าเราจะสามารถรับสมัครคนได้อย่างรวดเร็ว แต่คนงานชั่วคราวที่เราจ้างทั้งหมดจะได้รับค่าจ้างตามจำนวนชิ้น แม้ว่าการผลิตจะเพิ่มขึ้น แต่…เราไม่จำเป็นต้องเพิ่มเงินเสมอไปนะครับ”
เขาไม่สงสัยเกี่ยวกับความสามารถในการขายของเจียงเสี่ยวไป๋
เพราะเขารู้ถึงความสามารถด้านช่องทางการขายและความสามารถด้านโลจิสติกส์ของเจียงเจียกรุ๊ปเป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่เขากังวลคือผลกำไร
อาจเป็นเพราะเจียงเสี่ยวไป๋ไม่เข้าใจผลกำไรที่จะได้จากประทัดและดอกไม้ไฟ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเพิ่มเงินเดือนเป็นสองเท่า ซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นการแสดงออกของหวงหงหยุน จึงตบไหล่เขาและพูดอย่างมั่นใจ “ผู้จัดการหวง ไม่ต้องกังวล ในเมื่อผมตัดสินใจลงทุนในโรงงานประทัดหงหยุน ผมก็ต้องทำให้มันได้กำไรอยู่แล้ว”
หวงหงหยุนกล่าวว่า “ก็จริง ในเมื่อคุณพูดแล้ว งั้นผมก็จะทำตามที่คุณพูดละกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋พอใจกับการเปลี่ยนทัศนคติของหวงหงหยุนมาก
แต่หวงหงหยุนก็ลังเลและพูดว่า “แล้ว… ผมจะต้องรับสมัครกี่คน ? ”
จำนวนมากที่ว่านี้เป็นจำนวนที่คลุมเครือมาก
ฉะนั้นเขาต้องถามให้แน่ใจ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “รับสมัครคนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทางที่ดีควรรับคนที่มีความสามารถจากโรงงานประทัดอื่น ๆ ”
“ถ้าโรงงานอื่นตั้งค่าจ้างเพิ่ม เราก็เพิ่มขึ้นไปอีก”
หวงหงหยุนตกใจอีกครั้ง
ใครจะไปคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋ต้องการจะตัดกำลังของโรงงานประทัดอีกสามแห่งทันทีที่เขาเข้าซื้อกิจการ
แต่เขาชอบคนที่มีความมุ่งมั่นแบบนี้
“ได้ ผมจะทำตามที่คุณบอก ! ”